เคยเป็นไหมครับ? เสียงนาฬิกาปลุกดังทีไร อยากจะกด Snooze วนไปเรื่อยๆ ตื่นมาก็ไม่สดชื่นเหมือนนอนไม่อิ่ม พอตกบ่ายสมองเริ่มเบลอ คิดงานไม่ออก เหมือนแบตเตอรี่เสื่อม ยิ่งในยุค 2026 ที่รูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Work และ Multitasking กลายเป็นเรื่องปกติ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างเวลาทำงานกับการพักผ่อนจางหายไป หลายคนต้องแบกรับความเครียดสะสมจนเกิดอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” และ “ภาวะสมองล้า” (Brain Fog) โดยไม่รู้ตัว
เราเข้าใจดีครับว่าความรู้สึก “ร่างพัง” มันทรมานและกระทบชีวิตประจำวันแค่ไหน วันนี้เราจึงไม่ได้มาแค่แปะป้ายขายของ แต่ได้ทำการบ้านมาอย่างหนัก โดยรวบรวมข้อมูลอ้างอิงจากทั้งคำแนะนำของเภสัชกร ส่วนประกอบสำคัญในฉลากยา และเสียงรีวิวจากผู้ใช้จริงที่ทานแล้วเห็นผล เพื่อมาตอบคำถามสำคัญที่หลายคนกำลังค้นหาว่า “วิตามินบีรวม ยี่ห้อไหนดี” ที่จะช่วยกู้คืนระบบประสาทและความสดชื่นให้กลับมาได้จริง
บทความนี้ PRICEDED จะพาคุณไปเจาะลึก 10 อันดับวิตามินบีรวมที่เราคัดเนื้อๆ เน้นๆ มาแล้วว่า “คุ้มค่าเงิน” และช่วยแก้ปัญหาได้ “ตรงจุด” ที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายงบน้อยเน้นประหยัด หรือสายเปย์ที่ต้องการเกรดการแพทย์ระดับท็อป เตรียมจดลิสต์แล้วไปตำกันได้เลยครับ!
เปิดลิสต์ 10 วิตามินบีรวม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ตัวท็อปขายดี กู้สมองพังได้จริง
1. B COM PLUS (องค์การเภสัชฯ GPO)
หากจะพูดถึง วิตามินบีรวม ที่ยืนหนึ่งเรื่องความน่าเชื่อถือและมาตรฐานการผลิตระดับประเทศ คงหนีไม่พ้น B COM PLUS จากองค์การเภสัชกรรม (GPO) ตัวนี้ถือเป็น วิตามินเกรดยา (Medical Grade) ที่ไม่ได้เป็นเพียงอาหารเสริมทั่วไป แต่เป็นสูตรที่แพทย์ในโรงพยาบาลรัฐมักเลือกจ่ายเพื่อรักษาผู้ที่มีอาการขาดวิตามินบีโดยเฉพาะ ความน่าซื้อของตัวนี้อยู่ที่ “ความชัวร์” ครับ ด้วยสูตรที่ใส่ปริมาณวิตามินมาในระดับที่หวังผลทางการรักษาได้จริง (Therapeutic Dose) ทั้ง B1, B6 และ B12 ช่วย บำรุงปลายประสาท ลดอาการชา และฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลียได้อย่างตรงจุด ตัดความกังวลเรื่องการใส่สารเติมเต็มเกินความจำเป็นออกไป ที่สำคัญคือเป็นของดีราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในท้องตลาด เรียกว่าคุ้มค่าทุกบาทที่จ่ายไป เหมาะเป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับ แก้เหนื่อย อย่างแท้จริง
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- มาตรฐานระดับประเทศ: ผลิตและควบคุมคุณภาพโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO) มั่นใจได้ในความปลอดภัยและปริมาณสารอาหารที่ตรงตามฉลาก 100%
- สูตรครบจบในเม็ดเดียว: ประกอบด้วยวิตามินบีที่จำเป็นครบถ้วน ได้แก่ B1, B2, B3 (Nicotinamide), B5, B6, B9 (Folic Acid) และ B12
- เน้นการรักษา: ปริมาณยาถูกคำนวณมาเพื่อการบำรุงระบบประสาทและการรักษาภาวะขาดวิตามินโดยตรง ไม่ใช่แค่การเสริมอาหาร
- ราคาคุ้มค่าสูงสุด: เป็น B Complex GPO ที่ราคาเป็นมิตรที่สุดเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับ (Cost-effectiveness สูงมาก)
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- ผู้ที่ต้องการความมั่นใจในมาตรฐานยา หรือผู้ที่แพทย์แนะนำให้ทานวิตามินบี
- คนวัยทำงานที่มีอาการ ออฟฟิศซินโดรม มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า หรือเป็นตะคริวบ่อย
- ผู้ป่วยพักฟื้น หรือคนที่ทำงานหนักพักผ่อนน้อย จนร่างกายอ่อนเพลียและต้องการการฟื้นฟูระบบประสาทแบบเร่งด่วน
- ผู้ที่มองหาวิตามิน ราคาถูกและดี ที่ตัดงบค่าการตลาดออก เน้นคุณภาพเนื้อยาล้วนๆ
2. Dr.PONG B Complex 1-6-12
ในยุคที่กระแส High Dose หรือการทานวิตามินในปริมาณเข้มข้นกำลังมาแรง Dr.PONG B Complex 1-6-12 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคนที่มองหาประสิทธิภาพระดับพรีเมียมในราคาสมเหตุสมผล ความโดดเด่นของรุ่นนี้คือการกล้าใส่ปริมาณวิตามินบีหลักอย่าง B1, B6 และ B12 มาในระดับที่สูงตามงานวิจัยรองรับ (Therapeutic Range) เพื่อมุ่งเน้นการแก้ปัญหา ปลายประสาทอักเสบ และลดอาการปวดเมื่อยจากการทำงานหนักโดยตรง ต่างจากวิตามินรวมทั่วไปที่มักใส่มาแค่ปริมาณขั้นต่ำต่อวัน นอกจากนี้ยังออกแบบเม็ดมาให้ทานง่าย ไม่มีกลิ่นยาฉุนกวนใจ ใครที่เคยทานตัวอื่นแล้วไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง อยากให้ลองเปิดใจให้ตัวนี้ เพราะถือเป็นแบรนด์ไทยคุณภาพสากลที่กำลังมาแรงและได้รับคำชมหนาหูในเรื่องผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- High Potency Formula: เน้นวิตามิน B1 (100mg), B6 (100mg) และ B12 (1000mcg) ในโดสสูง ซึ่งเป็น “Golden Trio” สำหรับการดูแลระบบประสาท
- Targeted Relief: ออกแบบสูตรมาเพื่อจัดการกับอาการชา ปวดเกร็งกล้ามเนื้อ และความล้าของระบบประสาทโดยเฉพาะ
- No Unpleasant Smell: เม็ดเคลือบมาดี ทานง่าย ไม่มีกลิ่นวิตามินบีรุนแรงเหมือนยี่ห้อดั้งเดิมบางตัว
- Science-Based: พัฒนาสูตรโดยอ้างอิงงานวิจัยทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- ชาวออฟฟิศที่เป็น Office Syndrome หนักๆ ปวดคอ บ่า ไหล่ ร้าวลงแขน หรือมีอาการมือชาจากการใช้เมาส์นานๆ
- ผู้ที่ต้องการวิตามินบีโดสสูง (High Dose) เพื่อหวังผลเรื่องการฟื้นฟูระบบประสาทที่เสียหาย
- คนวัยทำงานที่เครียดสะสม สมองล้า และต้องการตัวช่วยบูสต์พลังงานระหว่างวัน
- ผู้ที่มองหาทางเลือกอื่นแทนยาบำรุงปลายประสาทแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ในราคาที่ประหยัดกว่า
3. Nectapharma Day
สำหรับใครที่มองหามากกว่าแค่การแก้เหนื่อย แต่ต้องการ “อาหารเสริมบำรุงสมอง” ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน (Performance) อย่างแท้จริง Nectapharma Day คือคำตอบระดับพรีเมียมที่คุณตามหาครับ แบรนด์นี้โดดเด่นเรื่องการ R&D โดยคัดสรรสารสกัดระดับงานวิจัย (Clinical Grade) ที่ไม่ได้ใส่แค่วิตามินบีรวมพื้นฐาน แต่ยังผสานสารอาหารกลุ่ม Nootropics ที่ช่วยเรื่องการโฟกัสและความจำ ทำให้สมองตื่นตัวพร้อมลุยงานหนักได้ตลอดวันโดยไม่รู้สึกใจสั่นเหมือนการดื่มกาแฟ จุดเด่นสำคัญคือการแก้ปัญหา Brain Fog หรืออาการสมองตื้อตันได้อย่างชะงัด เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนทำงานยุค 2026 ที่ต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ตลอดเวลา แม้ราคาจะจัดอยู่ในกลุ่ม High-tier แต่เมื่อแลกกับ Productivity ที่ได้กลับมา ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากสำหรับคนรักความก้าวหน้าครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- Brain Booster Formula: เป็นสูตรที่ออกแบบมาเพื่อ “เพิ่มสมาธิ” (Focus) และความจำโดยเฉพาะ ช่วยให้หัวแล่น คิดงานออกไวขึ้น
- Active Form Vitamins: เลือกใช้วิตามินและแร่ธาตุในฟอร์มที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันที ลดภาระการทำงานของตับและไต
- Stress Support: มีส่วนช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมอง ลดความเครียดและความวิตกกังวลระหว่างวัน ทำให้ทำงานได้อย่างลื่นไหล
- All-in-One Daily: รวมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวันไว้ครบ จบปัญหาการต้องพกวิตามินหลายกระปุก
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- ผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ นักวิเคราะห์ หรือ Programmer ที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูงและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน
- คนที่เจอปัญหา “สมองล้า” คิดอะไรไม่ออก หัวตื้อในช่วงบ่ายเป็นประจำ ต้องการตัวช่วยบูสต์สมองเร่งด่วน
- ผู้ที่ไม่ชอบทานกาแฟ หรือต้องการลดคาเฟอีน แต่อยากได้ความสดชื่นตื่นตัว
- กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง (High Spender) ที่ต้องการอาหารเสริมเกรดพรีเมียมที่สุดเพื่อดูแลตัวเอง
4. Vistra B-Complex Plus Minerals
หากคุณกำลังมองหาวิตามินบีรวมที่เป็น “มิตรแท้ชาวออฟฟิศ” ทั้งในแง่ราคาและการหาซื้อ Vistra B-Complex Plus Minerals คือตัวเลือกแรกที่หลายคนนึกถึงและเราขอแนะนำครับ ความน่าซื้อของขวดนี้ไม่ได้อยู่แค่ความเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับต้นๆ ในไทย แต่คือ “ความคุ้มค่า” ที่ยากจะหาตัวจับ เพราะในหนึ่งเม็ดไม่ได้ให้แค่วิตามินบีครบถ้วน (B1-B12) แต่ยัง Plus Minerals หรือแร่ธาตุจำเป็นอย่าง ซิงค์ (Zinc), แมงกานีส และทองแดง เข้ามาด้วย ซึ่งช่วยเสริมการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายและช่วยเรื่องผิวพรรณไปในตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นทานอาหารเสริมที่ไม่อยากจ่ายแพง หรือต้องการทานเพื่อ บำรุงสมองและระบบประสาท ในระยะยาวแบบสบายกระเป๋า เป็นตัวจบสำหรับคนงบน้อยที่คุณภาพไม่น้อยหน้าใครครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- Comprehensive Formula: ผสานวิตามินบีรวมเข้ากับแร่ธาตุ 3 ชนิด (Zinc, Copper, Manganese) ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานทำงานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- Skin Health Benefit: มีส่วนผสมของซิงค์ (Zinc) ซึ่งมีส่วนช่วยลดความมันบนใบหน้าและลดการอักเสบของสิว เป็นผลพลอยได้ที่ดีสำหรับคนทำงาน
- Highly Accessible: หาซื้อได้ง่ายที่สุด ทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา และห้างสรรพสินค้าทั่วไป ไม่ต้องรอพรีออเดอร์
- Best Budget Choice: ราคาเฉลี่ยต่อเม็ดถูกมาก เหมาะสำหรับการทานต่อเนื่องเป็นประจำโดยไม่กระทบเงินในกระเป๋า
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- นักเรียน นักศึกษา หรือ First Jobber ที่มีงบจำกัดแต่ต้องการเริ่มดูแลตัวเอง
- ผู้ที่ต้องการทานวิตามินเพื่อ Maintenance หรือบำรุงร่างกายทั่วไปในระยะยาว (Preventive Care)
- คนที่ทำงานหนักและมีปัญหาสิวหรือหน้ามันร่วมด้วย (ได้ประโยชน์จาก Zinc)
- คนที่ไม่ชอบทานยาหลายเม็ด อยากได้ทั้งบีรวมและแร่ธาตุพื้นฐานในเม็ดเดียว
5. DHC Vitamin B-MIX
ามฝั่งมาที่แบรนด์ดังระดับตำนานจากญี่ปุ่นอย่าง DHC Vitamin B-MIX กันบ้างครับ ตัวนี้ต้องยกให้เป็น “The Best Budget & Beauty Choice” หรือวิตามินขวัญใจมหาชนที่คุ้มค่าที่สุดในปฐพี จุดเด่นที่ทำให้ DHC ครองใจผู้ใช้ทั่วเอเชียคือขนาดเม็ดที่เล็กจิ๋ว ทานง่ายมาก ตัดปัญหาคนกลืนยายากไปได้เลย แม้ราคาจะดูเบาหวิวแต่คุณภาพไม่เบาตาม เพราะอัดแน่นด้วยวิตามินบีรวมถึง 8 ชนิด (B1, B2, B6, B12, Niacin, Pantothenic Acid, Biotin, Inositol) ในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันอย่างพอเหมาะ นอกจากเรื่องช่วย บำรุงระบบประสาท คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานแล้ว สูตรของ DHC ยังมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการบิวตี้เรื่องการช่วย ลดปัญหาสิว และควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีเยี่ยม ใครที่อยากดูแลสุขภาพพร้อมผิวพรรณในงบหลักร้อยต้นๆ ตัวนี้คือ Must Have Item ที่ควรมีติดกระเป๋าครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- Micro-Tablet Design: เม็ดมีขนาดเล็กมาก เคลือบน้ำตาลบางๆ ทานง่ายที่สุดในท้องตลาด เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานยาเม็ดใหญ่
- Dual Benefit: ได้ประโยชน์ 2 ต่อ ทั้งการบำรุงร่างกายให้สดชื่น และช่วยปรับสมดุลผิว ลดการเกิดสิวและผิวมัน (Sebum Regulation)
- Japanese Standard: ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยและความบริสุทธิ์ของสารอาหาร
- Best Value for Money: ราคาเฉลี่ยต่อวันถูกที่สุดเมื่อเทียบกับทุกแบรนด์ เหมาะสำหรับซื้อตุนเพื่อทานต่อเนื่องระยะยาว
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- สาวๆ หรือหนุ่มๆ ออฟฟิศที่กังวลเรื่อง ปัญหาสิว ผิวมัน และต้องการวิตามินช่วยปรับสมดุลจากภายใน
- คนที่ ทานยายาก เกลียดการกลืนเม็ดแคปซูลใหญ่ๆ หรือมักจะติดคอเวลาทานยา
- ผู้ที่ต้องการประหยัดงบค่าใช้จ่าย แต่ยังอยากได้วิตามินคุณภาพดีมาตรฐานญี่ปุ่น
- นักเดินทางที่ต้องการพกพาวิตามินซองเล็กๆ น้ำหนักเบา ติดตัวไปทานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ
6. Swisse Ultivite Multivitamin With B Vitamins
ขยับมาสู่แบรนด์ดังระดับโลกจากออสเตรเลียอย่าง Swisse กันบ้างครับ ตัวนี้ต้องบอกว่าเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก ไม่อยากทานอาหารเสริมหลายๆ กระปุกให้วุ่นวาย ความน่าซื้อของ Swisse Ultivite อยู่ที่แนวคิด “Total Wellness” ครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่วิตามินบีรวมธรรมดา แต่คือ “มัลติวิตามิน” ที่ใส่สารอาหารมาแบบจัดเต็มที่สุดในลิสต์ ทั้งวิตามินบี เกลือแร่ และที่พิเศษคือมี สารสกัดจากธรรมชาติและสมุนไพร (เช่น โสม, เมล็ดองุ่น, มะเขือเทศ) ผสมอยู่ด้วย ช่วยดูแลร่างกายแบบองค์รวม (Holistic) ตั้งแต่สมอง ระบบประสาท ไปจนถึงผิวพรรณและการสร้างภูมิคุ้มกัน แม้ราคาต่อเม็ดอาจจะสูงกว่ากลุ่มบีรวมเพียวๆ แต่ถ้าเทียบกับการที่คุณต้องไปซื้อวิตามินซี ซิงค์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระแยกทาน ตัวนี้ถือว่า คุ้มค่าและสะดวกสบาย ที่สุด จบครบทุกความต้องการในเม็ดเดียวครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- All-in-One Nutrition: เป็นสูตรที่รวมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นกว่า 40-50 ชนิด (ขึ้นอยู่กับสูตรชาย/หญิง) ไว้ในเม็ดเดียว สะดวกต่อการใช้ชีวิต
- Adaptogenic Herbs: ผสมสมุนไพรกลุ่ม Adaptogens ที่ช่วยให้ร่างกายปรับตัวต่อความเครียดได้ดีขึ้น และเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
- Antioxidant Rich: มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และบำรุงผิวพรรณไปพร้อมกับการบำรุงสมอง
- Premium Quality: มาตรฐานการผลิตจากออสเตรเลีย เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- คนวัยทำงานที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง และต้องการอาหารเสริมแบบ “เม็ดเดียวจบ”
- ผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัย 30+ ที่ต้องการชะลอวัย (Anti-aging) และดูแลสุขภาพองค์รวมควบคู่ไปกับการบำรุงสมอง
- คนที่มีงบประมาณพอสมควรและเน้นความสะดวกสบาย ไม่ชอบพกยาวิตามินหลายกระปุก
- ผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
7. Swiss Ener Vitamin B-complex
หากคุณคือคนประเภท “Perfecionist” ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบและกังวลเรื่องการกินวิตามินแล้วร่างกายดูดซึมไปใช้ไม่ทันจนต้องขับทิ้ง Swiss Ener Vitamin B-complex จากสวิตเซอร์แลนด์คือที่สุดของนวัตกรรมที่คุณต้องลองครับ จุดขายที่ไม่มีใครเหมือนคือเทคโนโลยี Sustained Release ในรูปแบบแคปซูลที่บรรจุเม็ดบีดส์ขนาดเล็ก (Pellets) ซึ่งทำหน้าที่ค่อยๆ ปล่อยสารอาหารออกมาอย่างช้าๆ ต่อเนื่องยาวนานถึง 8 ชั่วโมง แก้ Pain Point ของวิตามินบีทั่วไปที่เป็น Water Soluble (ละลายในน้ำ) และขับออกเร็วเกินไปได้อย่างตรงจุด ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินสม่ำเสมอตลอดวัน ไม่เกิดอาการ “Energy Crash” หรือหมดแรงกะทันหัน แม้ราคาจะสูงโดดเด่นกว่าเพื่อน แต่เมื่อเทียบกับ Bioavailability หรือประสิทธิภาพการนำไปใช้ที่แทบจะไม่สูญเปล่าเลย นี่คือการลงทุนกับสุขภาพที่ฉลาดล้ำและพรีเมียมที่สุดในปี 2026 ครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- Sustained Release Technology: นวัตกรรมการปล่อยตัวยาอย่างช้าๆ นาน 8 ชั่วโมง ทำให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียทางปัสสาวะ
- Steady Energy Levels: ช่วยรักษาระดับพลังงานและความสดชื่นให้คงที่ตลอดทั้งวัน ไม่วูบวาบ เหมาะกับคนที่ต้องโฟกัสงานต่อเนื่อง
- Swiss Quality Standard: ผลิตและนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ 100% การันตีคุณภาพและความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบระดับโลก
- Gentle on Stomach: ด้วยการค่อยๆ ปลดปล่อยตัวยา จึงลดโอกาสระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรืออาการคลื่นไส้ที่บางคนเจอเมื่อทานวิตามินบีโดสสูงๆ แบบปกติ
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- ผู้ที่มีงบประมาณไม่จำกัด (High Budget) และต้องการนวัตกรรมอาหารเสริมที่ดีที่สุดในท้องตลาด
- คนที่ร่างกายดูดซึมสารอาหารไม่ค่อยดี หรือทานวิตามินทั่วไปแล้วไม่ค่อยเห็นผล
- แพทย์ พยาบาล หรือคนที่ทำงานเข้ากะ (Shift Work) ยาวนานและต้องการพลังงานที่เสถียรตลอด 8-10 ชั่วโมง
- ผู้ที่มีกระเพาะอาหารไวต่อความรู้สึก (Sensitive Stomach) ต้องการวิตามินที่อ่อนโยน ไม่กัดกระเพาะ
8. Plantae Vitamin Plus Whole Food : Complete Vitamin B
ฉีกกฎวิตามินสังเคราะห์แบบเดิมๆ ด้วย Plantae Vitamin Plus Whole Food ทางเลือกใหม่แห่งปี 2026 สำหรับสาย Clean & Green ตัวจริงครับ ในขณะที่แบรนด์ส่วนใหญ่มักใช้วิตามินที่สังเคราะห์ในห้องแล็บ Plantae กลับเลือกเดินในเส้นทางที่ยากกว่า คือการสกัดวิตามินบีจาก พืชธรรมชาติ (Whole Food) แท้ๆ เช่น ควินัวและผักผลไม้หลากชนิด ทำให้ได้วิตามินที่ร่างกายคุ้นเคย (Bio-identical) เสมือนการทานผักสดๆ แต่ในรูปแบบที่เข้มข้นกว่า ความน่าซื้อคือความ “คลีน” ครับ ไม่มีสารเคมีตกค้าง ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ และที่สำคัญคือเป็น 100% Vegan ตอบโจทย์เทรนด์ Plant-based ที่กำลังมาแรง ใครที่เป็นสายสุขภาพจ๋าๆ กลัวตับพังจากการทานยาเคมี ตัวนี้คือ Safe Zone ที่ให้คุณบำรุงระบบประสาทได้อย่างสบายใจไร้กังวลครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- Natural Source: สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ (Whole Food Matrix) ร่างกายจึงจดจำและดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าวิตามินสังเคราะห์ทั่วไป
- Vegan & Clean: ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์ ไม่มีกลูเตน ไม่มีสารกันเสีย และไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม (Non-GMO) ปลอดภัยขั้นสุด
- Complete B Complex: ให้วิตามินบีครบทั้ง 8 ชนิด พร้อมด้วย Phytonutrients หรือสารพฤกษเคมีจากพืชที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระเสริมเข้ามา
- No Synthetic Additives: ไม่มีสารเติมเต็มหรือสารเคมีสังเคราะห์ที่อาจสะสมในร่างกายในระยะยาว เหมาะกับการทานเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- ชาว Vegan, Vegetarian หรือผู้ที่ทาน Plant-based diet ที่มักจะขาดวิตามิน B12 จากเนื้อสัตว์
- สายสุขภาพ (Health Conscious) ที่ต้องการหลีกเลี่ยงสารเคมีสังเคราะห์ และมองหาอาหารเสริมจากธรรมชาติ
- ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารเปราะบาง หรือแพ้ง่าย (Hypoallergenic)
- คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนแบรนด์ที่มีความยั่งยืน (Sustainability)
9. InterCare Active-B Plus Ginkgo
มาถึงตัวช่วยสำหรับชาวออฟฟิศสาย “ขี้ลืม” หรือคนที่รู้สึกว่าช่วงนี้สมองประมวลผลช้ากว่าปกติ InterCare Active-B Plus Ginkgo คือไอเทมลับที่ถูกและดีอย่างเหลือเชื่อครับ ความน่าซื้อของกระปุกนี้คือการจับคู่ที่ลงตัวระหว่าง วิตามินบีรวม ที่ช่วยฟื้นฟูระบบประสาท เข้ากับ สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba) สมุนไพรจีนระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมอง ซึ่งปกติแล้วเรามักต้องซื้อแยกกินสองกระปุก แต่ InterCare จับมารวมไว้ให้แล้วในเม็ดเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือไม่ใช่แค่หายเพลีย แต่ยังช่วยเรื่อง ความจำและสมาธิ ได้อย่างชัดเจน ใครที่มีอาการหน้ามืดบ่อยๆ เลือดลมเดินไม่ดี หรือนั่งทำงานแล้วคิดคำพูดไม่ออก (Brain Block) ตัวนี้จะเข้าไปช่วยขยายหลอดเลือดและเติมออกซิเจนให้สมองกลับมาแล่นฉิวอีกครั้ง ในราคาที่สบายกระเป๋าแบบสุดๆ ครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- Dual Brain Action: ผสานพลังวิตามินบีรวมเข้ากับจิงโกะ (Ginkgo) ออกฤทธิ์คูณสองทั้งบำรุงประสาทและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- Memory Booster: สารสกัดใบแปะก๊วยมีงานวิจัยรองรับมากมายว่าช่วยชะลออาการสมองเสื่อม บำรุงความจำ และลดอาการขี้หลงขี้ลืม
- Circulation Support: ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ลดอาการเย็นปลายมือปลายเท้า และลดอาการวิงเวียนศีรษะ
- Budget Friendly: เป็นหนึ่งในวิตามินสูตรผสมแปะก๊วยที่ราคาประหยัดที่สุดในตลาด เหมาะกับการทานต่อเนื่องได้ทุกเดือน
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- คนทำงานที่เริ่มมีอาการ ขี้ลืม วางของแล้วหาไม่เจอ หรือนึกชื่อคนไม่ออกบ่อยๆ
- ผู้ที่ต้องใช้ความคิดหนักๆ และต้องการบูสต์การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองให้ตื่นตัว
- ผู้สูงอายุในบ้านที่ต้องการป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมในระยะเริ่มต้น
- คนที่มีปัญหาเลือดลมไม่ดี มือเท้าเย็นง่าย หรือมีอาการเวียนหัว บ้านหมุนบ่อยๆ
10. The Merry Multivitamin B complex plus Choline bitartrate
ปิดท้ายลิสต์ปี 2026 ด้วย “ม้ามืด” ที่เราอยากให้คุณรู้จักครับ The Merry Multivitamin B complex plus Choline bitartrate แม้ชื่อแบรนด์อาจจะดูน่ารักสดใส แต่สูตรข้างในถือว่าทำออกมาได้ “ฉลาด” มากครับ ความน่าซื้อของตัวนี้คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของระบบประสาทจริงๆ โดยไม่ได้ใส่แค่วิตามินบีรวมพื้นฐาน แต่เติม Choline Bitartrate (โคลีน) ลงไปด้วย ซึ่งโคลีนคือสารตั้งต้นสำคัญในการสร้าง “อะเซทิลโคลีน” (สารสื่อประสาท) ที่ทำหน้าที่เหมือน “สัญญาณอินเทอร์เน็ต” ในสมอง ช่วยให้การสั่งการจากสมองไปสู่กล้ามเนื้อ และการประมวลผลข้อมูลต่างๆ รวดเร็วขึ้น ไม่เกิดอาการ “แลค” หรือคิดช้า ใครที่ทานวิตามินบีทั่วไปแล้วหายเพลียจริง แต่ยังรู้สึกหัวตื้อๆ สั่งงานช้า ตัวนี้จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นสูตร Modern Nootropic ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้อง Multitask ตลอดเวลาครับ
คุณสมบัติเด่นของตัวนี้
- Neurotransmitter Support: โดดเด่นด้วยส่วนผสมของ “โคลีน” ที่ช่วยสร้างสารสื่อประสาทโดยตรง ทำให้สมองสั่งการได้ไวขึ้น ลดอาการเบลอ
- Cognitive Synergy: การทำงานร่วมกันระหว่าง วิตามิน B12 และ โคลีน ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านความจำและการเรียนรู้ได้ดีกว่าทานแยกกัน
- Anti-Brain Lag: เน้นแก้ปัญหา “สมองแลค” หรืออาการนึกคำพูดไม่ออก ประมวลผลช้า ซึ่งเป็นปัญหาฮิตของคนนอนดึก
- Friendly Brand: ภาพลักษณ์และรูปแบบผลิตภัณฑ์ออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ไม่ดูเป็นยาเครียดๆ จนเกินไป
ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร
- นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องท่องจำตำราและต้องการสมองที่ “ประมวลผลไว” ในช่วงสอบ
- Gamer หรือ Streamer ที่ต้องใช้ปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction) รวดเร็ว และใช้สายตาเยอะ
- ครีเอทีฟ หรือคนทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์แบบฉับไว คิดงานแข่งกับเวลา
- คนที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่ม “หัวช้า” คิดเลขไม่ออก หรือมีการตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างช้าลง
ตารางเปรียบเทียบ วิตามินบีรวม ยี่ห้อไหนคุ้มสุด
| ลำดับ | ยี่ห้อ (Brand) | จุดเด่นหลัก (Key Feature) | รูปแบบ | เหมาะกับใคร? |
| 1 | B COM PLUS (GPO) | เกรดยาโรงพยาบาล มั่นใจได้ 100% ราคาคุ้มค่าที่สุด | เม็ด | คนที่ต้องการรักษาอาการขาดวิตามิน หรือแก้อ่อนเพลียแบบเห็นผลจริง |
| 2 | Dr.PONG 1-6-12 | สูตร High Dose เข้มข้น แก้ปลายประสาทอักเสบโดยตรง | แคปซูล | ชาวออฟฟิศซินโดรม ปวดเมื่อย ชามือชาเท้า |
| 3 | Nectapharma Day | วิตามินบำรุงสมองเกรดพรีเมียม ช่วยเพิ่มโฟกัสและสมาธิ | เม็ด | ผู้บริหาร หรือคนที่ต้องใช้ความคิดหนัก ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด |
| 4 | Vistra B-Complex | ผสมแร่ธาตุ (Zinc) ครบเครื่อง หาซื้อง่าย ราคาประหยัด | เม็ด | นักศึกษา หรือคนเริ่มทานวิตามินที่ต้องการบำรุงทั่วไป |
| 5 | DHC Vitamin B-MIX | เม็ดเล็กทานง่ายมาก ช่วยลดสิวและคุมมันได้ดี | เม็ดเล็ก | คนทานยายาก และคนที่กังวลเรื่องปัญหาสิว/ผิวพรรณ |
| 6 | Swisse Ultivite | วิตามินรวม 40+ ชนิด ผสมสมุนไพร ครบจบในเม็ดเดียว | เม็ด | คนงานยุ่ง ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง อยากได้การบำรุงแบบองค์รวม |
| 7 | Swiss Ener | เทคโนโลยี Sustained Release ออกฤทธิ์นาน 8 ชม. | แคปซูล | คนที่ร่างกายดูดซึมไม่ดี หรือทำงานกะยาวนาน |
| 8 | Plantae Whole Food | สกัดจากพืชธรรมชาติ 100% (Vegan) ปราศจากเคมี | เม็ด | สาย Vegan, มังสวิรัติ หรือสายรักสุขภาพเน้นธรรมชาติ |
| 9 | InterCare Active-B | ผสมใบแปะก๊วย (Ginkgo) บำรุงความจำและการไหลเวียนเลือด | แคปซูล | คนขี้ลืม สมองตื้อ หรือมีอาการมือเท้าเย็นง่าย |
| 10 | The Merry | ผสมโคลีน (Choline) ช่วยสารสื่อประสาท ลดอาการสมองแลค | แคปซูล | วัยเรียน, เกมเมอร์ หรือคนที่รู้สึกหัวช้า ประมวลผลไม่ทัน |
วิธีเลือกวิตามินบีรวม ฉบับ Priceded (Smart Buying Guide)
การเดินเข้าไปในร้านขายยาแล้วหยิบวิตามินบีรวมสักขวดไม่ใช่เรื่องยาก แต่การหยิบให้ได้ “ตัวที่คุ้มเงินที่สุด” และ “แก้ปัญหาได้จริง” นั้นต้องมีหลักการครับ ในปี 2026 ที่ค่าครองชีพสูงขึ้น เราไม่ได้มองแค่ราคาป้าย (Price Tag) แต่เรามองที่ Price-Performance หรือประสิทธิภาพต่อราคา นี่คือเช็กลิสต์ 3 ข้อที่คุณต้องดูให้เป็นก่อนจ่ายเงินครับ
1. ปริมาณความเข้มข้น: ดู “mg” ให้เป็น (High Dose vs. Maintenance)
ไม่ใช่ทุกขวดที่เขียนว่า “Vitamin B Complex” จะเหมือนกัน ให้พลิกฉลากดูปริมาณมิลลิกรัม (mg) ทันทีครับ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:
- กลุ่ม High Dose (เน้นรักษา/กู้ร่าง): สังเกตง่ายๆ คือ วิตามินบีหลักๆ (B1, B6, B12) จะใส่มาสูง เช่น B1 และ B6 ที่ 25-100 mg ขึ้นไป หรือ B12 ในหลัก 100-1000 mcg
- เหมาะกับ: คนที่ทำงานหนักมาก เครียดสะสม มีอาการปลายประสาทอักเสบ (ชามือ/เท้า) หรือต้องการฟื้นฟูร่างกายเร่งด่วน (เช่น Dr.PONG, GPO)
- กลุ่ม Maintenance (เน้นบำรุงทั่วไป): ปริมาณจะอยู่ที่ 1-10 mg ตามความต้องการขั้นต่ำต่อวัน (RDA)
- เหมาะกับ: คนที่ทานเพื่อป้องกันการขาดวิตามิน ทานเสริมอาหารปกติ หรือนักเรียนนักศึกษาที่ไม่ได้ใช้ร่างกายหนักมาก (เช่น DHC, Vistra)
💡 Pro Tip: ชาวออฟฟิศที่ใช้สมองหนักหรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ร่างกายจะขับวิตามินบีออกเร็วกว่าปกติ แนะนำให้เลือกกลุ่ม High Dose จะเห็นผลชัดเจนกว่าครับ
2. รูปแบบการกิน: เม็ด vs. แคปซูล vs. เม็ดฟู่ แบบไหนเวิร์กสุด?
รูปแบบของยาวิเศษกว่าที่คุณคิด เพราะส่งผลต่อ “ความเร็ว” ในการดูดซึมและความสะดวกในการกิน:
- เม็ด (Tablet):ยอดนิยม & คุ้มสุด
- ข้อดี: ราคาถูกที่สุด อัดปริมาณสารอาหารได้เยอะ
- ข้อเสีย: ดูดซึมช้ากว่ารูปแบบอื่นเล็กน้อย และวิตามินบีบางยี่ห้ออาจมี “กลิ่นยา” เฉพาะตัวที่แรง
- แคปซูล (Capsule / Softgel):ทานง่าย & ไร้กลิ่น
- ข้อดี: กลืนง่ายกว่าเม็ดแป้ง เก็บรักษาคุณภาพวิตามินได้ดี และไม่มีกลิ่นกวนใจ
- พิเศษ: หากเป็น นวัตกรรม Slow Release (เช่น Swiss Ener) จะช่วยให้วิตามินอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น ไม่ถูกขับออกทางปัสสาวะเร็วเกินไป ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในแง่การใช้งานจริง
- เม็ดฟู่ (Effervescent):ดูดซึมไว & สดชื่น
- ข้อดี: ร่างกายดูดซึมได้เร็วที่สุด (Fast Action) ดื่มแล้วสดชื่นทันที ทานง่ายสำหรับคนไม่ชอบกลืนยา
- ข้อเสีย: ราคามักจะแพงที่สุดเมื่อหารออกมาเป็นต่อวัน และต้องระวังเรื่องปริมาณโซเดียมหรือน้ำตาลที่แฝงมา
3. ความคุ้มค่า (Price per Day): สูตรคำนวณความคุ้มที่แท้จริง
อย่าตัดสินว่า “แพง” เพียงเพราะเห็นราคาหน้าขวดหลักพัน หรืออย่าคิดว่า “ถูก” เพราะราคาหลักร้อย ให้ใช้สูตรคำนวณ “ราคาต่อวัน” เสมอครับ
สูตร: (ราคาสินค้า ÷ จำนวนเม็ดทั้งหมด) × จำนวนเม็ดที่ต้องกินต่อวัน = ต้นทุนจริงต่อวัน
ตัวอย่างการเปรียบเทียบ:
- ยี่ห้อ A: ราคา 300 บาท มี 30 เม็ด (กินวันละ 1 เม็ด) = ตกวันละ 10 บาท
- ยี่ห้อ B: ราคา 800 บาท มี 100 เม็ด (กินวันละ 1 เม็ด) = ตกวันละ 8 บาท
สรุป: ยี่ห้อ B จ่ายแพงกว่าตอนแรก แต่ในระยะยาว ประหยัดเงินกว่า ครับ
- แนะนำ: ถ้าเพิ่งเริ่มทาน ให้ซื้อขวดเล็ก (30 เม็ด) เพื่อดูผลลัพธ์ก่อน ถ้าถูกใจแล้วค่อยจัดขวดใหญ่ (60-100 เม็ด) เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดครับ
เช็คลิสต์ด่วน! สัญญาณเตือนว่าร่างกายขาด “วิตามินบี”
ก่อนจะไปช้อปปิ้ง เรามาเช็กกันให้ชัวร์ก่อนครับว่าร่างกายคุณกำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่จริงหรือเปล่า? อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด วิตามินบีรวม เปรียบเสมือน “หัวเทียน” หรือโรงไฟฟ้าของร่างกายครับ หน้าที่หลักคือช่วยเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลที่เรากินให้กลายเป็น “พลังงาน” และทำหน้าที่สำคัญในการเป็น “วิตามินบำรุงประสาท” ช่วยนำส่งกระแสประสาทจากสมองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากขาดไป ร่างกายจะเหมือนเครื่องยนต์ที่เดินไม่เรียบ เร่งไม่ขึ้น และรวนไปหมด
ลองสำรวจตัวเองดูครับว่าช่วงนี้มีอาการเหล่านี้เกิน 2 ข้อหรือไม่?
- ⚠️ สมองตื้อ คิดงานไม่ออก (Brain Fog): อาการยอดฮิตของชาวออฟฟิศ นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แต่หัวไม่แล่น ประมวลผลช้า รู้สึกมึนงงเหมือนคนอดนอน ทั้งที่เพิ่งตื่น
- ⚠️ รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา แม้นอนพอ: อาการ “เพลียเรื้อรัง” คือตื่นเช้ามาแล้วไม่สดชื่น อยากจะกด Snooze นอนต่อ รู้สึกเหมือนแบตเตอรี่ชาร์จไม่เข้า ร่างกายหนักอึ้งตลอดวัน
- ⚠️ มีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า (Peripheral Neuropathy): มักเกิดจากการนั่งท่าเดิมนานๆ หรือใช้เมาส์ต่อเนื่อง จะรู้สึกยุบยิบๆ เหมือนมดไต่ หรือเป็นตะคริวบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าปลายประสาทเริ่มมีการอักเสบ
- ⚠️ เครียดสะสม หงุดหงิดง่าย: ควบคุมอารมณ์ได้ยากกว่าปกติ รู้สึกกดดัน วิตกกังวล และนอนหลับไม่สนิท เพราะระบบประสาทตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
หากคุณเช็กแล้วพบว่า “ใช่เลย นี่มันฉันชัดๆ” แสดงว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าต้องการตัวช่วยด่วนแล้วครับ ซึ่ง อาหารเสริมวัยทำงาน กลุ่มวิตามินบีรวม คือทางออกที่จะเข้าไปช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป และกู้คืนระบบการทำงานของร่างกายให้กลับมาสมดุลอีกครั้งครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บทสรุป ส่งท้ายปี 2026 (Conclusion)
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะพอมีคำตอบในใจแล้วใช่ไหมครับว่า “วิตามินบีรวม ยี่ห้อไหนดี” ที่สุดสำหรับคุณ? บทสรุปสุดท้ายที่เราอยากฝากไว้คือ “ไม่มีวิตามินที่ดีที่สุดในโลก มีแต่วิตามินที่ ‘เหมาะ’ กับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณที่สุด” ครับ
- ถ้าคุณเน้นรักษาอาการป่วย ปวดเมื่อยจริงจัง -> ไป GPO หรือ Dr.PONG
- ถ้าเน้นผิวสวย สิวลด งบประหยัด -> ไป DHC หรือ Vistra
- ถ้าเน้นสมองแล่น ผู้บริหารเวลาน้อย -> ไป Nectapharma หรือ Swisse
แต่อย่าลืมนะครับว่า อาหารเสริมก็คือ “อาหารเสริม” หน้าที่ของมันคือเข้ามาช่วยอุดรอยรั่วและ แก้อาการอ่อนเพลีย ในวันที่เราดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอ แต่รากฐานสุขภาพที่แข็งแรงจริงๆ ในระยะยาว ยังคงต้องมาจากการ “นอนหลับให้เพียงพอ” และ “การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่” อยู่เสมอครับ หากพื้นฐานเราดี วิตามินก็จะยิ่งเข้าไปเสริมให้ร่างกายคุณฟิตเปรี๊ยะยิ่งขึ้นไปอีก
สุดท้ายนี้ ใครลองตัวไหนแล้วเวิร์ค หรือมีตัวเด็ดปี 2026 ตัวอื่นๆ ที่เรายังไม่ได้พูดถึง คอมเมนต์บอกเล่าประสบการณ์เพื่อแบ่งปันข้อมูลดีๆ ให้กับเพื่อนชาว PRICEDED.COM กันได้เลยนะครับ! สุขภาพดีเริ่มต้นที่การเลือกสิ่งที่ใช่… ขอให้ทุกคนตื่นมาสดชื่นในทุกเช้าครับ!
