อัปเดต 2026! 10 เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี? ทน ถึก ประหยัดไฟ ฟันธงรุ่นคุ้มค่าน่าใช้

เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี

เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? ซื้อเครื่องซักผ้าอัตโนมัติมาหวังความสบาย แต่กลับต้องหงุดหงิดเพราะซักไม่สะอาดดั่งใจ ปั่นหมาดไม่สนิท หรือรอบซักนานเกินรอ ยิ่งในยุคที่ต้องรัดเข็มขัด จะจ่ายเงินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ทั้งที โจทย์สำคัญคือต้อง “สะอาด ทนทาน และราคาเป็นมิตร” ซึ่งหลายคนอาจมองข้าม “เครื่องซักผ้า 2 ถัง” ไป แต่รู้ไหมครับว่านี่คือฮีโร่ตัวจริงที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ดีที่สุด

ตัดภาพมาที่ปี 2026 เทรนด์การใช้งาน เครื่องซักผ้า 2 ถัง (Twin Tub) กำลังกลับมาเป็นกระแสฮิตอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีล้าหลัง แต่เป็นเพราะผู้ใช้งานเริ่มโหยหาความ “ถึก ทน และซ่อมง่าย” ครับ เครื่องประเภทนี้ไม่มีระบบแผงวงจรซับซ้อนให้ปวดหัว มอเตอร์แรงสั่งได้ดั่งใจ ซักผ้านวมสะอาดสะใจ และที่สำคัญคือ ประหยัดไฟกว่าระบบอัตโนมัติหลายเท่าตัว เหมาะมากสำหรับยุคที่ค่าไฟแพงขึ้นทุกวัน

วันนี้เว็บไซต์ Priceded ของเรา จึงไม่ได้แค่หยิบเครื่องซักผ้ารุ่นไหนก็ได้มาแนะนำ แต่เราได้คัดเน้นๆ กับ “10 เครื่องซักผ้า 2 ถัง ตัวจี๊ดแห่งปี” โดยใช้เกณฑ์การตัดสินจาก ความคุ้มค่า (Price-Performance) เป็นหลัก วัดกันที่ราคาต่อความจุ ความแรงของมอเตอร์ และรีวิวจากผู้ใช้จริง เพื่อฟันธงให้คุณได้รุ่นที่ “คุ้มเงิน” ที่สุด จะมีรุ่นไหนเข้าวินบ้าง ไปดูกันเลยครับ!


วิธีเลือกซื้อ เครื่องซักผ้า 2 ถัง ให้คุ้มเงินที่สุด

ก่อนจะไปดูรุ่นแนะนำ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ก่อนว่าสเปกแบบไหนที่เรียกว่า “คุ้ม” จริงๆ เพราะเครื่องซักผ้า 2 ถังหน้าตาอาจจะดูคล้ายกันหมด แต่ไส้ในและความทนทานต่างกันครับ นี่คือ 4 เช็กลิสต์สำคัญที่คุณต้องดูก่อนจ่ายเงิน

1. เลือกความจุให้เหมาะกับงาน (Capacity)

ขนาดถังซักคือปัจจัยแรกที่กำหนดราคาและความคุ้มค่าครับ

  • สำหรับนักศึกษาหรือซักทั่วไป: ถ้าอยู่หอพักคนเดียว หรือซักเสื้อผ้าประจำวัน 3-4 วันครั้ง ขนาด 7-10 kg ก็เพียงพอและประหยัดพื้นที่
  • สำหรับครอบครัวใหญ่: แนะนำให้ข้ามไปเล่นรุ่น 12-15 kg ขึ้นไป เท่านั้นครับ เพราะนอกจากจะซักผ้ากองโตได้ในรอบเดียวแล้ว จุดเด่นสำคัญคือขนาดถังจะกว้างพอที่ทำให้ “ซักผ้านวมได้” โดยไม่ทำให้มอเตอร์น็อก ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่พ่อบ้านแม่บ้านหลายคนมองหาครับ

2. วัสดุตัวถัง (Body Material)

เครื่องซักผ้า 2 ถังส่วนใหญ่มักถูกวางไว้หลังบ้านหรือระเบียง ซึ่งต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ควรเลือกตัวถังที่ผลิตจาก พลาสติก ABS หรือโพลิเมอร์คุณภาพสูง ที่มีความเหนียว ยืดหยุ่น เพราะจะ ทนแดด ทนฝน และไม่กรอบแตกง่ายเมื่อใช้งานไปนานๆ ที่สำคัญคือหมดกังวลเรื่องสนิมเกาะเหมือนตัวถังโลหะรุ่นเก่าๆ ครับ

3. ฟังก์ชันการปั่นหมาด (Spin Dry)

จุดตายของเครื่องซักผ้า 2 ถังคือ “ความแห้ง” ครับ ให้ดูที่รอบปั่นหมาด (RPM) และระบบช่วยดึงลมเข้าถัง เช่น Air Jet Dry หรือ Air Turbo เพราะระบบเหล่านี้จะช่วยดึงอากาศภายนอกเข้ามาหมุนวนในถังปั่น ช่วยไล่ความชื้นออกจากผ้าได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผ้าแห้งไว ลดเวลาตากผ้า และลดกลิ่นอับชื้นได้ดีมากครับ

4. การรับประกันมอเตอร์ (Warranty)

หัวใจหลักของความทนทานคือ “มอเตอร์” ครับ ยิ่งเป็นระบบสายพานที่ซ่อมง่าย มอเตอร์ยิ่งต้องอึด ดังนั้นแบรนด์ที่มั่นใจในคุณภาพสินค้ามักจะกล้า รับประกันมอเตอร์ขั้นต่ำ 5-10 ปี ถ้าเจอรุ่นไหนประกันน้อยกว่านี้ ให้เผื่อใจเรื่องค่าซ่อมในอนาคตไว้ด้วยครับ การเลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการครอบคลุมจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

10 อันดับ เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี 2026 คุ้มราคาที่สุด

1. TOSHIBA รุ่น VH-J160WT (15 กก.)

TOSHIBA เครื่องซักผ้าสองถัง 15 กก. รุ่น VH-J160WT

4.9
฿ 5,990 ฿ 7,987
Shopee.co.th

หากคุณกำลังมองหา “ราชาแห่งความคุ้มค่า” ในปี 2026 ต้องยกให้ TOSHIBA VH-J160WT ตัวนี้ครับ สาเหตุที่ทางทีมงาน PRICEDED ยกให้เป็นอันดับ 1 เพราะเมื่อเทียบ ราคาต่อความจุ แล้ว รุ่นนี้ทำคะแนนได้ดีที่สุด ด้วยขนาดถังซักมหึมาถึง 15 กิโลกรัม ในงบประมาณเพียง 5,xxx บาท ซึ่งหาได้ยากในแบรนด์ญี่ปุ่นระดับเดียวกัน จุดแข็งของโตชิบาคือชื่อเสียงเรื่อง “ความถึก” ของมอเตอร์และระบบสายพานที่ช่างซ่อมทั่วไทยการันตีว่าทนทานหายห่วง จานซักขนาดใหญ่สร้างพลังน้ำวนได้รุนแรงสะใจ สามารถ ซักผ้านวม ขนาด 6 ฟุต (King Size) ได้จริงโดยที่มอเตอร์ไม่ครางเสียงดัง ตัวถังผลิตจาก High-Quality Plastic ที่ไร้กังวลเรื่องสนิมแม้จะวางตากแดดตากฝน เป็นการลงทุนครั้งเดียวที่จบและอยู่คู่บ้านไปได้อีกนานนับสิบปีครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Super Big Capacity: ถังซักขนาดใหญ่ 15 กก. และถังปั่นหมาดขนาดใหญ่ 9 กก. รองรับงานซักหนักๆ ได้สบาย
  • Ultra Spin: ระบบปั่นหมาดที่ออกแบบช่องดึงลมเข้าสู่ถังปั่น ช่วยกระจายความชื้นออกจากผ้า ทำให้ผ้าแห้งเร็วยิ่งขึ้น ลดปัญหากลิ่นอับชื้น
  • Dirt-Grime Filter: มีชุดกรองสิ่งสกปรกที่แข็งแรง ทนทาน ถอดล้างทำความสะอาดง่าย ช่วยดักจับขุยผ้าไม่ให้ย้อนกลับไปติดเสื้อผ้า
  • Rust-Free Body: ตัวเครื่องทำจากพลาสติก PP (Polypropylene) คุณภาพสูง ทนทานต่อแรงกระแทกและความร้อน ไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน
  • Golden Handle: ดีไซน์มือจับถังปั่นแบบพิเศษ สวยงามและจับถนัดมือ ใช้งานง่าย ไม่ลื่นหลุด

ข้อสังเกต

  • ขนาดตัวเครื่อง: ด้วยความจุที่มากถึง 15 กก. ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ กินพื้นที่วางมากกว่ารุ่นปกติ ควรวัดพื้นที่หน้างานก่อนสั่งซื้อ (กว้าง x ลึก x สูง ประมาณ 99 x 55 x 104 ซม.)
  • เสียงการทำงาน: เนื่องจากเน้นพลังซักที่รุนแรง เสียงมอเตอร์ขณะปั่นหมาดอาจจะดังกว่ารุ่นที่ความจุน้อยกว่าเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ฟันธงความคุ้มค่า

“ตัวจบงบประหยัด” นี่คือรุ่นที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ต้องการเครื่องซักผ้าที่ ซักผ้านวมได้ ในราคาที่ถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้จากแบรนด์ชั้นนำ ได้ทั้งแบรนด์ญี่ปุ่น มอเตอร์ทน และอะไหล่หาง่าย ใครที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่เน้นฟังก์ชั่นหรูหรา ตัวนี้คือคำตอบสุดท้ายครับ

2. Haier รุ่น HTW150-1217 (15 กก.)

Haier เครื่องซักผ้า 2 ถัง กึ่งอัตโนมัติ ความจุ 15 kg รุ่น HTW150-1217

4.9
฿ 5,550 ฿ 7,208
Shopee.co.th

ถ้าโจทย์ของคุณคือ “ขอถังใหญ่ที่สุด ในราคาที่ถูกที่สุด” Haier HTW150-1217 คือผู้ท้าชิงที่น่ากลัวมากครับ แม้จะเป็นแบรนด์ทางเลือกแต่ปัจจุบันคุณภาพงานประกอบถือว่าพัฒนาขึ้นมาจนน่าประทับใจ รุ่นนี้โดดเด่นที่ราคาค่าตัวที่ประหยัดกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นพอสมควร แต่ได้ความจุถังซักมหึมาถึง 15 กิโลกรัม เท่ากับรุ่นท็อป ทำให้การ ซักผ้านวม หรือผ้าม่านผืนใหญ่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ตัวเครื่องออกแบบมาให้ใช้งานง่าย หน้าปัดชัดเจน มาพร้อมระบบจานซักที่ออกแบบครีบมาให้สร้างกระแสน้ำวนได้แรง ขจัดคราบสกปรกได้ดีเยี่ยม และยังมีฟังก์ชันกรองสิ่งสกปรกที่ทำงานได้จริง เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ที่อยากประหยัดงบ หรือเจ้าของหอพักที่ต้องการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่คืนทุนไวครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Soak Master: โปรแกรมการแช่ผ้าที่ตั้งเวลาได้สูงสุดถึง 30 นาที ช่วยสลายคราบฝังลึกและกลิ่นอับก่อนเริ่มกระบวนการซักจริง
  • Shower Rinse: ระบบม่านน้ำตกภายในถังปั่นหมาด ช่วยชะล้างคราบผงซักฟอกตกค้างขณะปั่นหมาด ทำให้ผ้าสะอาดและลดอาการแพ้สารเคมี
  • Wide Tub Design: ออกแบบปากถังให้กว้างเป็นพิเศษ ช่วยให้หยิบผ้าชิ้นใหญ่ๆ อย่างผ้าปูที่นอนหรือผ้านวม เข้า-ออกได้สะดวก ไม่ติดขัด
  • Anti-Rust Body: ตัวถังผลิตจากพลาสติกไฟเบอร์เรซิ่นคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้น และไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน

ข้อสังเกต

  • วัสดุภายนอก: สัมผัสของพลาสติกและปุ่มหมุนอาจจะให้ความรู้สึกพรีเมียมและแน่นหนาน้อยกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นเล็กน้อย แต่ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการซัก
  • ความยาวสาย: สายน้ำทิ้งและสายไฟที่ติดมากับเครื่องอาจจะค่อนข้างสั้น ต้องวางแผนตำแหน่งการวางเครื่องให้ใกล้จุดระบายน้ำหรือเตรียมอุปกรณ์ต่อพ่วงไว้ล่วงหน้า

ฟันธงความคุ้มค่า

“แชมป์ความประหยัด ถังยักษ์ราคาจิ๋ว” นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนงบจำกัดที่ต้องการเครื่องซักผ้าไซส์บิ๊กเบิ้ม คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไป แลกมากับความจุที่ซักได้ทุกอย่างในบ้านครับ

3. Haier รุ่น HTW130-1217 (13 กก.)

Haier เครื่องซักผ้า 2 ถัง กึ่งอัตโนมัติ ความจุ 13 kg รุ่น HTW130-1217

4.9
฿ 4,390 ฿ 9,977
Shopee.co.th

สำหรับใครที่มีงบประมาณจำกัดจริงๆ หรือกำลังมองหาเครื่องซักผ้าเครื่องแรกเข้าบ้าน Haier HTW130-1217 คือคำตอบที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มากที่สุดครับ ในบรรดาเครื่องซักผ้า 2 ถังทั้งหมด รุ่นนี้ครองแชมป์ “ราคาเริ่มต้นถูกที่สุด” อย่างไร้คู่แข่ง ด้วยงบประมาณเพียง 4 พันต้นๆ คุณจะได้ความจุถึง 13 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นจุด Sweet Spot ที่ลงตัวมาก คือไม่เล็กจนอึดอัดและไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป สามารถรองรับเสื้อผ้าสำหรับ 3-4 คนได้สบาย หรือจะซักผ้าปูที่นอนและผ้านวมแบบบางก็ยังไหว ประสิทธิภาพการซักถือว่าทำได้ตามมาตรฐานสากล จานซักสร้างแรงเหวี่ยงได้ดี ขจัดคราบเหงื่อไคลได้หมดจด เป็นรุ่นที่พิสูจน์แล้วว่า “ของถูกและดี” ยังมีอยู่จริง เหมาะสำหรับนักศึกษา คนวัยเริ่มทำงาน หรือซื้อไปติดไว้ที่บ้านพักตากอากาศครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Best Entry Price: เป็นรุ่นที่ราคาเป็นมิตรที่สุดในตลาดเมื่อเทียบกับขนาดความจุ 13 กก. คุ้มค่าทุกบาทที่จ่าย
  • Soak Mode: ฟังก์ชันแช่ผ้าที่มาพร้อมไทม์เมอร์ ช่วยให้ผงซักฟอกแทรกซึมเข้าสู่เส้นใยได้ลึกขึ้น ขจัดคราบหนักได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงขยี้
  • Magic Filter: ถุงกรองสิ่งสกปรกดีไซน์พิเศษ ช่วยดักจับขุยผ้าและเศษสิ่งสกปรกที่ลอยมากับน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถอดล้างทำความสะอาดง่าย
  • Wind Jet Dry: ระบบช่วยปั่นหมาดที่ดึงลมเข้ามาช่วยไล่ความชื้น ทำให้ผ้าแห้งไวขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ
  • Robust Body: ตัวเครื่องทำจากพลาสติกคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม เหมาะกับการวางในพื้นที่ชื้นหรือกึ่งกลางแจ้ง

ข้อสังเกต

  • ข้อจำกัดการซัก: แม้ความจุ 13 กก. จะดูเยอะ แต่สำหรับการซักผ้านวมหนาๆ (King Size) อาจจะเริ่มแน่นถังเกินไป แนะนำให้ซักผ้านวมขนาด 3.5 – 5 ฟุต หรือแบบบางจะเหมาะสมกว่าเพื่อถนอมมอเตอร์
  • เสียงขณะทำงาน: เสียงมอเตอร์และการหมุนของสายพานอาจจะดังกว่ารุ่นที่มีราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ดังจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

ฟันธงความคุ้มค่า

“ราคามิตรภาพ ขวัญใจมหาชน” ถ้าคุณไม่ได้ซีเรียสเรื่องต้องซักผ้านวมผืนยักษ์ และเน้นความประหยัดเป็นที่ตั้ง รุ่นนี้คือ The Best Budget Choice ที่ไม่มีรุ่นไหนมาโค่นลงได้ง่ายๆ ครับ

4. Hitachi รุ่น 12JWT GB (12 กก.)

[Online Exclusive] Hitachi ฮิตาชิ เครื่องซักผ้า 2 ถัง 12กก./8กก. Twin Tub LTT รุ่น 12JWT GB

฿ 4,990 ฿ 7,028
Shopee.co.th

หากคุณเป็นสาวก “แบรนด์ญี่ปุ่น” แต่มีงบจำกัดชนิดที่ไม่อยากจ่ายเกิน 5,000 บาท Hitachi 12JWT GB คือ “ไอเทมลับ” (Hidden Gem) ที่คุณต้องรีบคว้าครับ รุ่นนี้เป็นโมเดล Online Exclusive ที่ฮิตาชิตัดต้นทุนหน้าร้านออก ทำให้คุณได้เครื่องซักผ้าสเปกเทพในราคาที่แทบจะชนกับแบรนด์จีน จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของฮิตาชิคือ “มอเตอร์พลังช้าง” ที่ขึ้นชื่อเรื่องแรงบิดสูงและรอบปั่นจัดจ้านที่สุดในตลาด มาพร้อมระบบ Air Jet Dry ที่ช่วยรีดน้ำออกจากผ้าได้แห้งสนิทกว่ารุ่นอื่นอย่างเห็นได้ชัด ลดเวลาตากผ้าลงไปได้เยอะ แม้ความจุ 12 กก. จะดูไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยดีไซน์ถังที่ลึกและกว้าง ทำให้รองรับเสื้อผ้ากองโตของครอบครัวขนาดกลาง (3-5 คน) ได้สบาย เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างคุณภาพระดับพรีเมียมกับราคาที่จับต้องได้ง่ายครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Air Jet Dry: ระบบปั่นหมาดพลังสูง พร้อมช่องดูดลมหมุนวน ช่วยให้ผ้าแห้งไวขึ้นมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหน้าฝนหรือคนที่มีพื้นที่ตากผ้าน้อย
  • High-Speed Motor: มอเตอร์ของฮิตาชิขึ้นชื่อเรื่องความเร็วรอบในการปั่นที่สูงและเสถียร ช่วยสลัดคราบสกปรกและน้ำออกได้อย่างหมดจด
  • Durable Design: ตัวถังและแผงควบคุมถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูง ปุ่มบิดใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ทนต่อแรงมือและสภาพอากาศ
  • Rust-Free Plastic: ผลิตจากพลาสติกคุณภาพดีทั้งตัวเครื่อง หมดห่วงเรื่องสนิมกัดกร่อนฐานเครื่องเมื่อวางในพื้นที่ชื้นแฉะ

ข้อสังเกต

  • ช่องทางจำหน่าย: เนื่องจากเป็นรุ่น Online Exclusive อาจจะไม่สามารถไปดูตัวโชว์จริงตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปได้ ต้องสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น
  • ข้อจำกัดผ้าชิ้นใหญ่: ความจุ 12 กก. เหมาะสำหรับผ้าห่มนวมขนาด 3.5 – 5 ฟุต หากเป็นผ้านวม King Size (6 ฟุต) แบบหนาพิเศษ อาจจะแน่นถังเกินไปและซักไม่ทั่วถึง

ฟันธงความคุ้มค่า

“ตั๋วใบแรกสู่ความทนทานฉบับญี่ปุ่น” นี่คือโอกาสเดียวที่คุณจะได้ใช้มอเตอร์ฮิตาชิในราคาเบาหวิว คุ้มค่ามากสำหรับคนที่เน้นเรื่อง “ปั่นแห้งไว” และความทนทานของแบรนด์ที่ไว้ใจได้ เป็นรุ่นที่ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องกังวลเรื่องจุกจิกครับ

5. Hitachi รุ่น LTT 16JWT MRG (16 กก.)

Hitachi ฮิตาชิ เครื่องซักผ้า 2 ถัง 16 กก. / 10 กก., 1,300 รอบ Twin Tub Air Jet Dry Series รุ่น LTT 16JWT MRG

5.0
฿ 8,490
Shopee.co.th

ถ้าคำว่า “ใหญ่และถึก” คือนิยามที่คุณตามหา Hitachi LTT 16JWT MRG คือพี่ใหญ่ตัวจริงที่ไม่มีใครกล้าวัดรอยเท้าครับ ด้วยความจุถังซักมหึมาถึง 16 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นรุ่นท็อปคลาสของตลาดเครื่องซักผ้า 2 ถัง แตกต่างจากรุ่นน้องตรงที่โครงสร้างและมอเตอร์ถูกอัปเกรดมาเพื่อรองรับงานหนักระดับ Heavy Duty โดยเฉพาะ สามารถ ซักผ้านวม King Size (6 ฟุต) แบบหนานุ่มได้สบายๆ โดยไม่ต้องยัดเยียดให้มอเตอร์คราง สิ่งที่ทำให้ฮิตาชิรุ่นนี้ยืนหนึ่งคือเทคโนโลยี Air Jet Dry เอกสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยรีดน้ำและดึงความชื้นออกจากผ้าด้วยลมความเร็วสูง ทำให้ผ้าแห้งสนิทรวดเร็วที่สุดในกลุ่ม แม้ราคาค่าตัวจะขยับขึ้นมาสูงกว่าแบรนด์คู่แข่ง แต่ถ้าแลกกับความสบายใจเรื่องความทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนานนับสิบปี และประสิทธิภาพการปั่นแห้งที่หาตัวจับยาก นี่คือการลงทุนที่ “เจ็บแต่จบ” อย่างแท้จริงครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Super Large Capacity: ถังซักขนาด 16 กก. และถังปั่นขนาด 10 กก. รองรับกองผ้าของครอบครัวใหญ่ 5-8 คน หรือซักผ้านวมผืนใหญ่ได้จริง
  • Air Jet Dry System: ระบบดูดอากาศภายนอกเข้ามาหมุนวนในถังปั่นด้วยความเร็วสูง ช่วยให้ผ้าแห้งไวขึ้นมาก ลดเวลารอคอยในการตาก
  • Powerful Motor: ขึ้นชื่อเรื่องมอเตอร์ที่ทรงพลัง ให้แรงบิดสูง รอบปั่นจัดจ้าน ช่วยขจัดคราบสกปรกฝังลึกได้หมดจด
  • Soak Timer: ฟังก์ชันแช่สลับซัก ปรับระดับความแรงได้ 2 ระดับ ช่วยให้ผงซักฟอกทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • Robust Build: งานประกอบแน่นหนา วัสดุตัวถังมีความหนาและแข็งแรงเป็นพิเศษ ทนทานต่อการใช้งานหนักทุกรูปแบบ

ข้อสังเกต

  • ราคา: เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีราคาสูงที่สุดในตลาดเครื่องซักผ้า 2 ถัง (ประมาณ 8,xxx บาท)
  • ขนาดและน้ำหนัก: ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก กินพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะ ไม่เหมาะสำหรับคอนโดหรือห้องที่มีพื้นที่ระเบียงจำกัด

ฟันธงความคุ้มค่า

“พี่ใหญ่สายถึก ซื้อทีเดียวใช้ยันลูกบวช” ถ้าคุณมีงบถึงและมีพื้นที่พอ นี่คือรุ่นที่ Performance ดีที่สุด เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่ซักผ้าหนักๆ เป็นประจำ และต้องการเครื่องที่ไว้ใจได้ในระยะยาวครับ

6. TOSHIBA รุ่น VH-L150MT (14 กก.)

TOSHIBAเครื่องซักผ้า 2 ถัง ความจุ 14 กก. รุ่น VH-L150MT

5.0
฿ 6,490 ฿ 9,014
Shopee.co.th

มาถึงอันดับที่ 6 กับ TOSHIBA VH-L150MT รุ่นนี้เปรียบเสมือน “มือขวา” ของรุ่นพี่ที่เราแนะนำไปในอันดับ 1 ครับ แม้ในเชิงสถิติความคุ้มค่า (ราคาต่อกิโลกรัม) อาจจะเป็นรองเล็กน้อยเพราะมีความจุ 14 กิโลกรัม แต่ในแง่ของ “ประสิทธิภาพการซัก” รุ่นนี้ถือว่ายืนหนึ่งในคลาสเดียวกัน จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ VH-L คือการออกแบบ High Blades Pulsator หรือจานซักที่มีครีบสูงและใหญ่เป็นพิเศษ ช่วยสร้างกระแสน้ำวนที่รุนแรงและซับซ้อนกว่าปกติ ทำให้ผงซักฟอกแตกตัวได้ดีและแทรกซึมเข้าขจัดคราบฝังลึกได้หมดจดโดยที่ผ้าไม่พันกันจนเสียหาย ตัวถังผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ปลอดสนิม 100% เป็นรุ่นมาตรฐานที่ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ามักแนะนำ เพราะโครงสร้างภายในไม่ซับซ้อน อะไหล่หาง่าย และมอเตอร์มีความทนทานสูงมากครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • High Blades Pulsator: จานซักขนาดใหญ่พร้อมครีบสูง สร้างพลังน้ำวนหลายทิศทาง ขจัดคราบสกปรกได้ดีเยี่ยม
  • Ultra Spin: ฝาถังปั่นดีไซน์พิเศษ มีช่องระบายอากาศช่วยดึงลมเข้าสู่ถังปั่น เพิ่มประสิทธิภาพการสลัดน้ำ ให้ผ้าแห้งเร็วยิ่งขึ้น
  • Dirt-Grime Filter: มีกล่องกรองสิ่งสกปรกที่ถอดล้างง่าย ช่วยดักจับเศษด้ายและขุยผ้า ไม่ให้ย้อนกลับไปติดเสื้อผ้า
  • Rust-Free Body: ตัวเครื่องทำจากพลาสติก PP คุณภาพสูง ทนทาน แข็งแรง และไม่เป็นสนิม แม้วางในพื้นที่ชื้น
  • Modern Design: รูปทรงสวยงาม ทันสมัย พร้อมฝาปิดแบบโปร่งใส (ในบางโมเดลย่อย) ช่วยให้มองเห็นการทำงานภายในได้

ข้อสังเกต

  • ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับรุ่นพี่: ในบางช่วงเวลาโปรโมชั่น ราคาของรุ่น 14 กก. นี้อาจจะใกล้เคียงหรือแพงกว่ารุ่น 15 กก. (VH-J160WT) ทำให้ความน่าซื้อลดลงเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์
  • ขนาดผ้าห่ม: สำหรับผ้านวมขนาด 6 ฟุตแบบหนา อาจจะซักได้ค่อนข้างแน่นถัง แนะนำให้ใช้กับผ้านวมขนาด 5 ฟุต หรือผ้าห่มนวมแบบบางจะเหมาะสมและถนอมเครื่องมากกว่า

ฟันธงความคุ้มค่า

“ตัวรองท็อป มาตรฐานปึ้ก” เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจในแบรนด์โตชิบา แต่อาจจะมีพื้นที่จำกัดลงมานิดหน่อย หรือหารุ่น 15 กก. ไม่ได้ รุ่นนี้คือตัวแทนที่สมศักดิ์ศรี ซักสะอาดหายห่วง และทนทานคุ้มราคาแน่นอนครับ

7. Hitachi รุ่น LTT 12JWT PFB / MRG (12 กก.)

Hitachi ฮิตาชิ เครื่องซักผ้า 12กก./8กก. เครื่องซักผ้า 2 ถัง Twin Tub LTT 12JWT PFB/ LTT 12JWT MRG

4.8
฿ 6,391 ฿ 7,519
Shopee.co.th

มาถึงอันดับที่ 7 กับ Hitachi LTT 12JWT PFB / MRG ซึ่งหลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมสเปกดูคล้ายกับรุ่นอันดับ 4 ที่เราแนะนำไปก่อนหน้า คำตอบคือ… นี่คือ “โมเดลมาตรฐาน” (Standard Retail Model) ที่วางจำหน่ายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศครับ ในแง่สมรรถนะ รุ่นนี้ถอดแบบความเก๋ามาจากตระกูล LTT ได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญอย่างระบบ Air Jet Dry ที่ใช้การดึงลมภายนอกเข้ามาหมุนวนในถังปั่น ช่วยไล่ความชื้นออกจากผ้าได้แห้งไวกว่าระบบปกติหลายเท่า เหมาะมากสำหรับซักผ้าหน้าฝนหรือในวันที่แดดน้อย มอเตอร์ของฮิตาชิรุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องรอบจัดจ้าน ปั่นผ้าได้หมาดสนิทสะใจแม่บ้าน ความจุ 12 กก. ถือว่ากำลังดีสำหรับครอบครัวขนาดกลาง (3-4 คน) แม้ราคาจะสูงกว่ารุ่น Online Exclusive เล็กน้อย แต่แลกมาด้วยความอุ่นใจในการได้เห็นสินค้าจริง และสีสันตัวเครื่องที่มีความพรีเมียมมากกว่าครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Air Jet Dry: ระบบดูดอากาศเข้าสู่ถังปั่นด้วยความเร็วสูง ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น ลดเวลารอคอย และลดกลิ่นอับชื้นได้อย่างดีเยี่ยม
  • Soak Timer: โปรแกรมแช่ผ้าสลับซัก ช่วยให้ผงซักฟอกซึมลึกเข้าสู่เส้นใย ขจัดคราบหนักได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงขยี้
  • Super High Speed: มอเตอร์ปั่นหมาดรอบสูง ทำงานเสถียร ช่วยสลัดน้ำออกจากผ้าหนาๆ เช่น กางเกงยีนส์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Durable Plastic Body: ผลิตจากพลาสติกเกรดเอ ทนทานต่อแรงกระแทก ไม่ผุกร่อนง่าย และปลอดสนิมตลอดการใช้งาน

ข้อสังเกต

  • เปรียบเทียบราคา: ด้วยสเปกที่ใกล้เคียงกับรุ่น 12JWT GB (ที่เป็น Online Exclusive) มาก แต่ราคาขายหน้าร้านปกตินั้นสูงกว่าหลักพันบาท ความคุ้มค่าในแง่ตัวเงินจึงลดลงมาอยู่ในอันดับนี้
  • ดีไซน์: รูปทรงอาจจะดูคลาสสิกแบบดั้งเดิม ไม่ได้ดูโมเดิร์นหวือหวาเมื่อเทียบกับคู่แข่งเกาหลี

ฟันธงความคุ้มค่า

“รุ่นพิมพ์นิยม หาซื้อง่ายทั่วไทย” รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินเลือกของด้วยตัวเอง อยากเห็นวัสดุจริง หรือไม่สะดวกสั่งออนไลน์ ถึงจะจ่ายแพงกว่านิดหน่อยแต่ได้ความสบายใจและมาตรฐานฮิตาชิที่ทนทานแน่นอนครับ

8. SHARP ตระกูล ES-TW Series

SHARP เครื่องซักผ้า 2 ถัง Twin Tub ขนาด 8 - 20 Kg รุ่น ES-TW100BK ,ES-TW110BK ,ES-TW130BK ,ES-TW150BK ,ES-TW80W

4.9
฿ 4,190 ฿ 5,740
Shopee.co.th

อันดับที่ 8 ขอยกพื้นที่ให้กับ SHARP ตระกูล ES-TW Series ครับ ที่เราต้องแนะนำแบบเหมารวมทั้งซีรีส์เพราะจุดแข็งที่สุดของชาร์ปคือ “ความยืดหยุ่น” ที่มีไลน์อัปสินค้าให้เลือกซอยย่อยมากที่สุดในตลาด ตั้งแต่รุ่นเล็กกระทัดรัด 8 กก. ไปจนถึงรุ่นยักษ์ใหญ่ระดับอุตสาหกรรม 20 กก. ทำให้คุณสามารถเลือกขนาดที่ “พอดี” กับสมาชิกในบ้านได้อย่างแม่นยำที่สุด ในด้านประสิทธิภาพ ชาร์ปเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยจานซักแบบ High-Pulse Drive ที่ช่วยสร้างแรงเหวี่ยงน้ำให้กระจายตัวได้ดี ลดปัญหาผ้าพันกัน และขจัดคราบได้ลึกถึงใยผ้า จุดเด่นที่ชาร์ปให้ความสำคัญมากคือ ระบบความปลอดภัย (Safety System) ที่ไว้ใจได้ ถังปั่นจะหยุดทำงานทันทีที่เปิดฝา ตอบโจทย์บ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่อาจจะไม่หวือหวาด้วยฟังก์ชันล้ำๆ แต่เน้นความเสถียรและความทนทานแบบ “เงียบแต่เฉียบ” ครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • High-Pulse Drive: จานซักดีไซน์พิเศษ ช่วยสร้างกระแสน้ำวนที่มีประสิทธิภาพสูง ซักสะอาดโดยถนอมเนื้อผ้าไปในตัว
  • Safety System: ระบบหยุดการทำงานอัตโนมัติของถังปั่นหมาดทันทีที่เปิดฝา เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน
  • Rust-Free Body: ตัวถังทำจากพลาสติก ABS คุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน และปลอดสนิม 100%
  • Rat-Proof Base: ออกแบบฐานเครื่องให้มีตะแกรงป้องกันหนูและสัตว์เล็กเข้าไปกัดแทะสายไฟภายใน ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของเครื่องซักผ้าที่วางหลังบ้าน
  • Variety of Sizes: มีขนาดความจุให้เลือกหลากหลายที่สุด (8, 10, 11, 12, 13, 14, 15, ไปจนถึง 20 กก.)

ข้อสังเกต

  • ดีไซน์: รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูเรียบง่ายและมีความอนุรักษ์นิยม (Old-school) เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เน้นดีไซน์ทันสมัย
  • เทคโนโลยีการปั่น: ไม่มีฟังก์ชันดึงลมพิเศษ (Air Jet/Turbo) เหมือนคู่แข่ง ทำให้ประสิทธิภาพการไล่ความชื้นอาจจะเป็นรองเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ฟันธงความคุ้มค่า

“เลือกไซส์ที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบ” เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความพอดี ไม่ต้องการซื้อเผื่อหรือซื้อขาด และต้องการแบรนด์ญี่ปุ่นที่ไว้ใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและความทนทานพื้นฐานครับ

9. SAMSUNG รุ่น WT13B5040BA/ST (13 กก.)

[จัดส่งฟรี] SAMSUNG เครื่องซักผ้า 2 ถัง WT13B5040BA/ST พร้อมด้วย Air Turbo, 13 กก.

4.9
฿ 7,990 ฿ 8,500
Shopee.co.th

หากคุณเป็นสาย “เน้นดีไซน์และเทคโนโลยี” และไม่เกี่ยงเรื่องงบประมาณ SAMSUNG WT13B5040BA/ST คือเครื่องซักผ้า 2 ถังที่หล่อที่สุดในลิสต์นี้ครับ แม้เราจะจัดไว้ในอันดับ 9 เนื่องจากราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับความจุ 13 กก. (ราคาเกือบแตะ 8,000 บาท) แต่สิ่งที่ซัมซุงมอบให้คือประสบการณ์ใช้งานระดับพรีเมียมที่หาไม่ได้ในแบรนด์อื่น โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Air Turbo ระบบปั่นหมาดที่ทรงพลังที่สุดในคลาส ใช้ช่องดูดลมคู่ช่วยดึงความชื้นออกจากผ้าได้อย่างรวดเร็ว เหมาะมากสำหรับคอนโดหรือบ้านที่พื้นที่ตากผ้าน้อย ตัวเครื่องดีไซน์สีดำ-เทา (Black Caviar) ให้ความรู้สึกทันสมัย วางตรงไหนก็ดูดี ไม่ขัดตาเหมือนเครื่องซักผ้าพลาสติกทั่วไป และที่สำคัญคือวัสดุตัวถังมีความหนาและงานประกอบแน่นหนามาก เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับความสวยงามและฟังก์ชันที่เหนือกว่าครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Air Turbo Drying System: พระเอกของรุ่นนี้ คือระบบปั่นหมาดรอบจัดพร้อมช่องดูดลมคู่ (Dual Air Intakes) ช่วยรีดน้ำและไล่ความชื้นได้ดีเยี่ยม ผ้าแห้งไวขึ้นกว่าปกติถึง 30-40%
  • Powerful Cleaning: จานซักออกแบบมาให้สร้างกระแสน้ำวนที่ทรงพลัง ช่วยตีผงซักฟอกให้แตกตัวละเอียดและซอกซอนเข้าสู่ใยผ้าได้ดี
  • Rust-Proof Body: ตัวถังทำจากพลาสติกคุณภาพสูงที่เคลือบสารป้องกันพิเศษ ทนทานต่อการกัดกร่อนและความชื้น ไม่เป็นสนิม 100%
  • Two-Way Lint Filter: ตัวกรองสิ่งสกปรกแบบ 2 ทิศทาง ดักจับขุยผ้าและสิ่งสกปรกได้ดีกว่า และถอดทำความสะอาดได้ง่าย
  • Premium Design: รูปลักษณ์ภายนอกดูทันสมัย สวยงาม ยกระดับภาพลักษณ์ของบริเวณซักล้างให้ดูดีขึ้น

ข้อสังเกต

  • ความคุ้มค่าด้านราคา: ราคาต่อกิโลกรัมถือว่าแพงที่สุดในกลุ่ม (ประมาณ 8,xxx บาท ได้เพียง 13 กก.) หากเน้นแค่ “ซักได้” แบรนด์อื่นอาจจะตอบโจทย์เรื่องงบประมาณได้ดีกว่า
  • ความจุ: ขนาด 13 กก. ถือว่ากลางๆ ไม่สามารถซักผ้านวมผืนใหญ่หนาๆ ได้สะดวกเท่ารุ่น 15-16 กก. ของแบรนด์คู่แข่งในราคาที่เท่ากันหรือถูกกว่า

ฟันธงความคุ้มค่า

“หล่อล้ำ นำเทรนด์” นี่คือเครื่องซักผ้าสำหรับคนที่ “งบเหลือ” และต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หน้าตาดี มีเทคโนโลยีช่วยให้ผ้าแห้งไว ถ้าคุณชอบซัมซุงและอยากได้ความพรีเมียม จัดตัวนี้ไม่ผิดหวังครับ

10. SAMSUNG รุ่น WT16B5240BA/ST (16 กก.)

[จัดส่งฟรี] SAMSUNG เครื่องซักผ้า 2 ถัง WT16B5240BA/ST พร้อมด้วย Air Turbo, 16 กก.

4.9
฿ 9,490 ฿ 9,989
Shopee.co.th

ปิดท้ายรายการด้วย “พี่ใหญ่สายหล่อ” ที่ราคาสูงที่สุดในกลุ่ม SAMSUNG WT16B5240BA/ST สาเหตุที่เราจัดให้อยู่อันดับ 10 ไม่ใช่เพราะประสิทธิภาพด้อยกว่าใคร แต่เป็นเพราะ “ราคา” ที่เฉียดหมื่นบาท (แพงกว่าอันดับ 1 เกือบเท่าตัว) ทำให้คะแนนความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ลดลง แต่ถ้าคุณมองข้ามเรื่องราคาไป นี่คือ The Best Performance Twin Tub แห่งปี 2026 อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยความจุมหึมา 16 กิโลกรัม ที่มาพร้อมดีไซน์ Black Caviar สุดหรูหรา ฉีกกฎเครื่องซักผ้า 2 ถังหน้าตาบ้านๆ ไปอย่างสิ้นเชิง จุดขายสำคัญคือระบบ Air Turbo ที่ทรงพลังที่สุด หมุนปั่นหมาดได้แรงจัดจ้านจนผ้าเกือบแห้งสนิท ช่วยประหยัดเวลาตากผ้าได้มหาศาล และพลังซักที่สามารถจัดการผ้านวมผืนหนาหรือผ้าม่านหนักๆ ได้สบาย เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดและดีไซน์ที่เชิดหน้าชูตาได้ครับ

คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้

  • Ultimate Capacity: ความจุถังซัก 16 กก. คือที่สุดของความใหญ่ ซักผ้านวม King Size (6 ฟุต) หนาๆ ได้สบาย ถังปั่นหมาดก็ใหญ่สะใจ ใส่ผ้าได้เยอะในรอบเดียว
  • Air Turbo Drying: ระบบปั่นหมาดเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมช่องลมคู่ ดูดอากาศเข้าหมุนวนด้วยความเร็วสูง รีดน้ำออกจากผ้าได้ดีที่สุดในตลาด
  • Power Storm: จานซักดีไซน์ใบพัดพิเศษ สร้างคลื่นน้ำวนพลังสูงแบบหลายทิศทาง ขจัดคราบสกปรกได้ลึกและทั่วถึง
  • Premium Aesthetic: งานออกแบบสีดำ-เทา ตัดกับฝาใส ให้ความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย วางคู่กับบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว
  • Rust-Proof Body: วัสดุตัวเครื่องพลาสติกเกรดพรีเมียม แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย

ข้อสังเกต

  • ราคาสูง: ด้วยค่าตัวระดับ 9,xxx บาท ถือว่าสูงมากสำหรับเครื่องซักผ้า 2 ถัง (ราคานี้ซื้อเครื่องซักผ้าฝาบนอัตโนมัติรุ่นเริ่มต้นได้เลย) จึงเหมาะเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความทนทานของระบบ 2 ถังจริงๆ
  • ขนาดใหญ่มาก: ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และกว้าง กินพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก ต้องวัดขนาดประตูและพื้นที่วางให้ดีก่อนสั่งซื้อ

ฟันธงความคุ้มค่า

“ที่สุดของความพรีเมียม เจ็บแต่จบ” ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา และคุณต้องการเครื่องซักผ้า 2 ถังที่ ดีที่สุด สวยที่สุด และปั่นแห้งไวที่สุด เพื่อมาเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งประจำบ้าน รุ่นนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบครับ

ตารางเปรียบเทียบ 10 เครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่นไหนปังสุด ปี 2026

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ทีมงาน PRICEDED ได้สรุปข้อมูลเปรียบเทียบความคุ้มค่า โดยวัดจากราคา สเปก และความเหมาะสมในการใช้งานมาให้แล้วครับ

ลำดับยี่ห้อ / รุ่นความจุ (kg)จุดเด่น (Highlight)ความคุ้มค่า(เต็ม 10)
1TOSHIBA VH-J160WT15ซักผ้านวมได้ / คุ้มค่าที่สุดในรุ่นถังใหญ่10/10
2Haier HTW150-121715ถังใหญ่สะใจ / ราคาถูกที่สุดในพิกัดนี้9.5/10
3Haier HTW130-121713ราคาเริ่มต้นถูกสุด / เหมาะกับคนงบน้อย9/10
4Hitachi 12JWT GB12รุ่น Online Exclusive / มอเตอร์ทนทาน9/10
5Hitachi LTT 16JWT MRG16พี่ใหญ่สายถึก / Air Jet Dry แห้งไวมาก8.5/10
6TOSHIBA VH-L150MT14จานซักพลังสูง / รุ่นมาตรฐานยอดฮิต8/10
7Hitachi LTT 12JWT PFB12หาซื้อง่าย / ปั่นหมาดรอบจัด7.5/10
8SHARP ES-TW Series8-20มีหลายขนาด / ระบบหยุดหมุนเมื่อเปิดฝา7.5/10
9SAMSUNG WT13B5040BA13Air Turbo / ดีไซน์สวย พรีเมียม7/10
10SAMSUNG WT16B5240BA16สเปกเทพสุด / หรูหรา / ปั่นแห้งดีที่สุด7/10

หมายเหตุ: คะแนนความคุ้มค่า ประเมินจาก “ราคาต่อประสิทธิภาพ (Price-Performance)” เป็นหลัก หากท่านเน้นเรื่องดีไซน์หรือเทคโนโลยี คะแนนของรุ่น Samsung อาจจะสูงกว่านี้ในมุมมองส่วนบุคคลครับ


ทำไมปี 2026 เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยังน่าใช้อยู่? (ฉบับกูรู)

หลายคนอาจสงสัยว่า “นี่มันปี 2026 แล้ว เทคโนโลยี AI ไปไกลขนาดนี้ ทำไมเราถึงยังเชียร์เครื่องซักผ้า 2 ถัง หน้าตาบ้านๆ อยู่?” คำตอบสั้นๆ จากทีมงาน Priceded คือ “ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง” ครับ เพราะบางครั้งเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไป ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ความ “คุ้มค่า” และ “ทันใจ” เท่ากับความเก๋าเกมของ เครื่องซักผ้ากึ่งอัตโนมัติ รุ่นเก๋าแต่เก่งเหล่านี้ มาดูกันว่าทำไมปีนี้ มันถึงยังเป็น The Best Choice ของหลายบ้าน

1. ซักสะอาดดั่งใจ (พลังน้ำวนที่ AI ก็สู้ไม่ได้)

จุดเด่นที่ เครื่องซักผ้า 2 ถัง ชนะขาดลอยคือ “พลังซัก” ครับ ด้วยระบบมอเตอร์ที่แยกส่วนกันระหว่างถังซักและถังปั่น ทำให้แรงหมุนของใบพัด (Pulsator) สร้างพลังน้ำวนที่รุนแรงกว่าแบบถังเดี่ยวมาก ขจัดคราบดินโคลนหรือคราบฝังลึกได้หมดจด

  • สั่งได้ดั่งใจ: คุณเป็นนายของเครื่องซักผ้า จะแช่ผ้า (Soak) นานแค่ไหน จะปั่นกี่รอบ หรือจะตักน้ำออกตอนไหน คุณกำหนดเองได้หมด ไม่ต้องรอรอบซักอัตโนมัติที่นานเกินความจำเป็น
  • แยกผ้าขาว-ผ้าสีได้ทันที: ไม่ต้องรอรอบซักใหม่ แค่ย้ายถัง ก็จัดการกองผ้าต่อไปได้เลย ประหยัดเวลาแม่บ้านยุค 2026 สุดๆ

2. ทน ถึก ยิ่งกว่ารถถัง (ซ่อมง่าย อะไหล่ถูก)

ลืมภาพเครื่องซักผ้าเหล็กสนิมเกรอะไปได้เลยครับ เครื่องซักผ้ายุค 2026 ส่วนใหญ่ผลิตจาก พลาสติก ABS คุณภาพสูง หรือ High Polymer ที่มีความยืดหยุ่น เหนียว และที่สำคัญคือ “สนิมกินไม่ได้” (Anti-rust)

  • วางตรงไหนก็ได้: จะวางระเบียงหอพักที่โดนละอองฝน หรือวางหลังบ้านแดดส่อง ก็ไม่ต้องกลัวตัวถังผุพัง
  • ซ่อมง่าย สบายกระเป๋า: ข้อดีของความ Analog คือไม่มีแผงวงจรดิจิทัลซับซ้อน ถ้าเสียขึ้นมา ช่างทั่วไปซ่อมได้ อะไหล่หาง่ายและราคาถูกกว่าการเปลี่ยนบอร์ดเครื่องซักผ้าฝาหน้าหลายเท่าตัว

3. เซฟค่าไฟ จ่ายน้อยกว่าเห็นๆ

ในยุคที่ค่าไฟปี 2026 ผันผวน การเลือกใช้ เครื่องซักผ้า 2 ถัง คือทางรอดของคนรักความประหยัดครับ

  • ทำงานเร็วกว่า: รอบซักมาตรฐานใช้เวลาเพียง 15-20 นาที เทียบกับเครื่องฝาหน้าหรือฝาบนอัตโนมัติที่อาจลากยาวถึง 1-2 ชั่วโมง ยิ่งทำงานสั้น ก็ยิ่งกินไฟน้อยลง
  • ประหยัดน้ำแบบ Smart: คุณสามารถนำน้ำน้ำสุดท้ายของการซักผ้าขาว มาใช้ซักผ้าสีหรือผ้าขี้ริ้วต่อได้ ช่วยลดค่าน้ำได้อีกต่อ เหมาะมากสำหรับหอพักที่ค่าน้ำคิดแบบเหมาจ่าย

Priceded ฟันธง: ถ้าคุณเน้นความสะอาดแบบฮาร์ดคอร์ ชอบซักผ้านวมผืนใหญ่ หรือต้องการเครื่องที่ทนมือทนเท้า ใช้งานหนักๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแผงวงจรพัง เครื่องซักผ้า 2 ถัง คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2026 ครับ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


สรุปสุดท้าย เลือกให้ตรงใจ ใช้งานยาวๆ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าทุกคนคงจะได้คำตอบในใจแล้วนะครับว่า “เครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่นไหนคือเนื้อคู่ของคุณ” ท้ายที่สุดแล้ว ทางทีมงาน PRICEDED อยากฝากข้อคิดสำคัญไว้ว่า เครื่องซักผ้าที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่ “แพงที่สุด” หรือ “ฟังก์ชันเยอะที่สุด” เสมอไปครับ แต่มันคือรุ่นที่ “ตอบโจทย์การใช้งานจริง” ของคุณมากที่สุดต่างหาก

  • ถ้าคุณเน้น ซักผ้านวม และความคุ้มค่า -> ไป TOSHIBA (15 กก.)
  • ถ้าคุณเน้น ประหยัดงบ ที่สุด -> ไป Haier
  • ถ้าคุณเน้น ทนทาน และปั่นแห้งไว -> ไป Hitachi
  • ถ้าคุณเน้น ดีไซน์ และความพรีเมียม -> ไป SAMSUNG

เลือกให้พอดี แล้วคุณจะได้ของที่คุ้มค่า อยู่คู่บ้านไปอีกนานครับ! หากตัดสินใจได้แล้ว อย่าลืมเข้าไปเช็คราคาโปรโมชั่นอัปเดตล่าสุด เปรียบเทียบสเปกชัดๆ และหาร้านค้าที่ให้ราคาดีที่สุดได้ที่ Priceded.com เว็บไซต์เพื่อคนฉลาดเลือก แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าครับ!