ในยุคที่พื้นที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมหรือห้องนอนมีจำกัด การจะเลือกทีวีสักเครื่องให้ลงตัวกับขนาดห้องจึงเป็นเรื่องชวนปวดหัว เพราะจอใหญ่ไปก็ดูยาก จอเล็กไปก็ไม่สะใจ คำถามยอดฮิตจึงหนีไม่พ้น ทีวี 50 นิ้ว ยี่ห้อไหนดี ที่จะเป็นจุดกึ่งกลางความพอดี (Sweet Spot) สำหรับระยะการนั่งดูทั่วไป ไม่กินพื้นที่แต่ยังได้อรรถรสเต็มตา ซึ่งในปีนี้หลายแบรนด์ต่างเข็นรุ่นใหม่ออกมาแข่งกันอย่างดุเดือด ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรามีตัวเลือกที่คุ้มค่ามากมายจนเลือกไม่ถูก
ข่าวดีก็คือ เทคโนโลยีภาพและเสียงในปี 2026 ก้าวกระโดดไปไกลมาก ทำให้เราสามารถเป็นเจ้าของ Smart TV 4K ที่ภาพคมชัดระดับโรงภาพยนตร์ได้ในราคาที่เอื้อมถึง รุ่นใหม่ๆ ในตลาดปัจจุบันส่วนใหญ่ รองรับภาษาไทย ได้สมบูรณ์แบบทั้งเมนูและคำสั่งเสียง มาพร้อมชิปประมวลผลที่เร็วแรงช่วยให้ ดู Netflix YouTube ไม่สะดุด ไหลลื่นไม่มีอาการหน่วงกวนใจ และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ เราเริ่มเห็น ทีวี 50 นิ้ว ราคาไม่เกิน 10,000 – 15,000 บาท ที่อัดสเปกมาให้แบบจัดเต็ม ทั้งจอภาพสวยและฟีเจอร์ครบครัน ตอบโจทย์คนฉลาดเลือกที่ต้องการเซฟเงินในกระเป๋า
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทีมงาน PRICEDED.COM จึงได้รวบรวมและคัดเน้นๆ กับ 10 อันดับทีวีรุ่นเด็ดแห่งปี มาเสิร์ฟให้ถึงที่ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายดูหนังที่เสพติดภาพสีสดสมจริง สายเกมมิ่งที่ต้องการเฟรมเรตลื่นไหล หรือสายประหยัดที่เน้นความคุ้มค่าสูงสุด เราคัดมาให้ครบจากทุกแบรนด์ชั้นนำ เพื่อช่วยให้คุณ “ปิดการขาย” กับทีวีเครื่องใหม่ที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ จะมีรุ่นไหนเข้าวินบ้าง ไปดูกันเลยครับ
10 อันดับ ทีวี 50 นิ้ว ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 คัดมาแล้ว!
1. Sony BRAVIA 3 ทีวี 50 นิ้ว รุ่น K-50S30 (Google TV | 4K HDR Processor X1™)
หากคุณกำลังมองหา Smart TV 50 นิ้ว ที่เป็นตัวจบในงบประมาณคุ้มค่าแต่ได้มาตรฐานภาพระดับโลก Sony BRAVIA 3 รุ่น K-50S30 คือคำตอบที่ดีที่สุดในปี 2026 อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยขุมพลัง 4K HDR Processor X1™ เอกสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยอัปสเกลคอนเทนต์ธรรมดาให้มีความคมชัดเทียบเท่า 4K ได้อย่างน่าทึ่ง ผสานกับเทคโนโลยี TRILUMINOS PRO™ ที่มอบเฉดสีสมจริงตามธรรมชาติมากกว่าทีวีทั่วไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสตรีมมิ่ง Netflix หรือ YouTube ผ่านระบบ Google TV เวอร์ชันล่าสุดที่ลื่นไหลและฉลาดกว่าเดิม การลงทุนกับรุ่นนี้ไม่ใช่แค่การซื้อทีวี แต่คือการยกระดับความบันเทิงในห้องนั่งเล่นด้วยคุณภาพงานประกอบและภาพสไตล์ Sony ที่หาใครเทียบยาก ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้นกว่าปีก่อนๆ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- ชิปประมวลผลอัจฉริยะ: ใช้ 4K HDR Processor X1™ วิเคราะห์และปรับปรุงวัตถุในภาพแบบเรียลไทม์ เพื่อสีสันและความลึกที่สมจริง
- สีสันกว้างกว่า: เทคโนโลยี TRILUMINOS PRO™ แสดงเฉดสีได้มากกว่าพันล้านสี ให้ภาพที่ดูมีชีวิตชีวา ไม่ซีดจาง
- ระบบเสียงชัดเจน: รองรับ Dolby Audio และเทคโนโลยี X-Balanced Speaker ที่ออกแบบมาให้เสียงคุณภาพสูงในดีไซน์ทีวีที่บางเฉียบ
- Google TV เต็มรูปแบบ: รวมแอปฯ สตรีมมิ่งไว้ในที่เดียว พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงที่แม่นยำ และฟีเจอร์ Chromecast built-in
- เป็นมิตรต่อสายตาและโลก: มีฟีเจอร์ถนอมสายตา และผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล SORPLAS™ ตามนโยบาย Road to Zero ของโซนี่
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| ความคมชัดสูง: ระบบอัปสเกล 4K X-Reality™ PRO ทำงานได้ดีเยี่ยมแม้ต้นฉบับความละเอียดต่ำ | Refresh Rate 60Hz: อาจไม่ตอบโจทย์ Hardcore Gamer ที่ต้องการเล่นเกมเฟรมเรตสูง 120fps |
| สีไม่เพี้ยน: ให้สีผิวคน (Skin tone) ที่เป็นธรรมชาติที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาด | ความดำของภาพ: เนื่องจากไม่ใช่จอ OLED ในฉากที่มืดสนิทอาจจะไม่ดำลึกเท่ารุ่นท็อป |
| ใช้งานง่าย: เมนู Google TV ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไหลลื่น ไม่ซับซ้อน | ราคาเปิดตัว: สูงกว่าแบรนด์จีนเล็กน้อย แลกมาด้วยความทนทานและบริการหลังการขาย |
2. SAMSUNG 50 นิ้ว QLED Q7F4 Series รุ่น QA50Q7F4AKXXT
เปลี่ยนห้องนั่งเล่นธรรมดาให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวด้วย Samsung QLED Q7F4 ทีวีที่โดดเด่นที่สุดในเรื่อง “พลังสี” แห่งปี 2026 ด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot ที่มอบระดับสี 100% (100% Color Volume) การันตีภาพสวยสด คมชัด ไม่ซีดจางแม้จะดูในห้องที่มีแสงสว่างจ้า ซึ่งเหนือกว่าทีวี UHD ทั่วไปอย่างชัดเจน ผสานกับดีไซน์ AirSlim ที่มีความบางเฉียบอย่างเหลือเชื่อ สามารถติดตั้งแนบชิดผนังได้เหมือนกรอบรูป ตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว ระบบปฏิบัติการ Tizen OS ใหม่ล่าสุดทำงานได้รวดเร็ว พร้อมเป็นศูนย์กลางควบคุมบ้านอัจฉริยะผ่าน SmartThings ได้ทันที หากคุณกำลังมองหาทีวีที่ “ดีไซน์สวย ภาพสีสดเด้ง และฟังก์ชันครบ” รุ่นนี้คือคำตอบที่ปิดจบทุกความต้องการในราคาที่คุ้มค่าครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- สีสดสมจริง: เทคโนโลยี Quantum Dot แสดงผลสีได้ถึง 1,000 ล้านเฉดสี ให้ภาพอิ่มสวยมีมิติ
- ดีไซน์บางเฉียบ: AirSlim Design ตัวเครื่องบางมาก ประหยัดพื้นที่และดูหรูหราเมื่อแขวนผนัง
- ภาพ HDR คมชัด: Quantum HDR ขับรายละเอียดในฉากมืดและสว่างได้ดีเยี่ยม เห็นทุกดีเทล
- ศูนย์กลาง Smart Home: มี Hub ในตัว เชื่อมต่อและสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้า IoT ในบ้านผ่านแอป SmartThings
- รีโมทไม่ต้องใช้ถ่าน: SolarCell Remote ชาร์จพลังงานจากแสงไฟในบ้านหรือแสงอาทิตย์ ช่วยรักษ์โลก
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| สู้แสงได้ดี: หน้าจอสว่างสู้แสงสะท้อนจากหลอดไฟหรือหน้าต่างได้ดีกว่ารุ่นเริ่มต้น | ไม่รองรับ Dolby Vision: Samsung ใช้มาตรฐาน HDR10+ แทน ซึ่งสตรีมมิ่งบางค่ายอาจรองรับ Dolby Vision มากกว่า |
| เล่นเกมลื่นไหล: มี Motion Xcelerator ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวสมูท ลดอาการกระตุก | มุมมองภาพ: หากนั่งมองจากด้านข้างมากๆ สีอาจจะดรอปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับจอ IPS |
| เสียงผสานลงตัว: รองรับ Q-Symphony เมื่อใช้คู่กับ Soundbar Samsung เสียงจะออกพร้อมกันทั้งทีวีและลำโพง | พอร์ตเชื่อมต่อ: จำนวนพอร์ต HDMI อาจให้มาพอดีกับการใช้งานทั่วไป แต่อาจไม่เยอะเท่ารุ่นเรือธง |
3. TCL ทีวี 50 นิ้ว 4K QLED Google TV รุ่น 50T6C (Gaming TV)
ยกให้เป็น “ราชาแห่งความคุ้มค่า” สำหรับสายเกมเมอร์งบจำกัดในปี 2026 TCL 50T6C ฉีกกฎทีวีราคาประหยัดด้วยการยัดสเปกแน่นเอี๊ยด โดยเฉพาะเทคโนโลยี QLED (Quantum Dot) ที่ปกติจะอยู่ในรุ่นแพงๆ ทำให้ได้สีสันที่สดเด้งและสว่างสู้แสงได้ดี ผสานกับ HVA Panel ที่โดดเด่นเรื่องการทำคอนทราสต์สีดำได้ลึกกว่าจอ IPS ทั่วไป เหมาะมากสำหรับการเล่นเกมแนวเนื้อเรื่องหรือดูหนังในห้องมืด แม้สเปกพื้นฐานจะเป็น 60Hz แต่เสริมแกร่งด้วยระบบ MEMC และฟีเจอร์ Game Master ที่ช่วยลดอาการภาพเบลอและลดความหน่วง (Input Lag) ให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้การตอบสนองจอยเกมรวดเร็วทันใจ หากคุณมีงบจำกัดแต่อยากได้ทีวีที่ “ภาพสวยเกินราคา” และเล่นเกมได้สนุก รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ทีมงาน PRICEDED แนะนำว่าคุ้มทุกบาททุกสตางค์ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- เทคโนโลยี QLED: ให้สีสันสดใส ความสว่างสูง และขอบเขตสีกว้างกว่าทีวี LED ธรรมดา
- HVA Panel: หน้าจอชนิดพิเศษ ให้สีดำที่ดำสนิทและคอนทราสต์ที่จัดจ้าน มิติภาพดีเยี่ยม
- Game Master: โหมดเกมอัจฉริยะ ช่วยปรับภาพและลดความหน่วงอัตโนมัติเมื่อต่อเครื่องเกม
- ระบบภาพเคลื่อนไหว: มี MEMC 60Hz ช่วยแทรกเฟรมภาพให้การเคลื่อนไหวดูสมูทขึ้น ไม่ปวดตา
- Google TV: ระบบปฏิบัติการลื่นไหล รองรับแอปพลิเคชันเยอะที่สุด สั่งงานด้วยเสียงแบบ Hands-free ได้
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| สเปกคุ้มราคา: ได้จอ QLED และฟีเจอร์ Gaming ในราคาที่ถูกกว่าแบรนด์ตลาด | มุมมองภาพ: เนื่องจากเป็นจอ HVA/VA มุมมองด้านข้างอาจไม่กว้างเท่าจอ IPS สีอาจซีดลงเมื่อมองเฉียงๆ |
| ภาพคมชัด: Contrast สูง ทำให้ภาพดูมีมิติ โดยเฉพาะฉากกลางคืนหรือในเกม | ไม่ใช่ 120Hz แท้: เหมาะกับ Casual Gamer มากกว่า Pro Gamer ที่ต้องการเฟรมเรตสูงระดับ 120fps |
| ดีไซน์ทันสมัย: ขอบจอบาง (Bezel-less) ดูพรีเมียมเกินราคา | ระบบเสียง: ลำโพงให้เสียงดังฟังชัดแต่อาจขาดเบส แนะนำต่อ Soundbar เพิ่มเพื่ออรรถรส |
4. SAMSUNG 50 นิ้ว QLED QE1F Series รุ่น QA50QEF1AKXXT
เจาะลึก “ไอเทมลับ” ที่ซัมซุงจัดมาเพื่อชาวออนไลน์โดยเฉพาะกับ Samsung QLED QE1F Series ทีวี 50 นิ้วที่ทลายกำแพงราคาของจอ QLED ให้จับต้องได้ง่ายที่สุดในปี 2026 รุ่นนี้ไม่ใช่แค่ทีวีธรรมดา แต่คือความคุ้มค่าระดับท็อปที่ตัดต้นทุนการวางหน้าร้านออก แล้วอัดสเปก Quantum Dot เข้าไปเต็มแม็กซ์ มอบสีสันระดับ 100% Color Volume ที่สดเด้ง สู้แสง และคมชัดกว่า Crystal UHD ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ขับเคลื่อนด้วยชิป Quantum Processor Lite 4K ที่อัปสเกลภาพเก่าให้ชัดกริบ ดีไซน์ AirSlim บางเฉียบแนบผนังดุจงานศิลปะ พร้อมระบบ Tizen OS ที่รู้ใจคนไทย มีคอนเทนต์ฟรีมหาศาล สรุปง่ายๆ คือ ถ้าคุณฉลาดเลือกและเน้น “สเปกจริงในราคาเนื้อๆ” รุ่นนี้คือคำตอบที่คุ้มที่สุดโดยไม่ต้องลังเล
จุดเด่นของรุ่นนี้
- สีสดระดับ 100% Color Volume: เทคโนโลยี Quantum Dot เปลี่ยนแสงให้เป็นสีสันที่สมจริงและแม่นยำในทุกระดับความสว่าง
- Dual LED: เทคโนโลยีหลอดไฟแบ็คไลท์โทนอุ่นและเย็น ช่วยปรับคอนทราสต์ให้ภาพดูมีมิติและสีสันถูกต้องยิ่งขึ้น
- Quantum HDR: ขับรายละเอียดในฉากมืดและสว่างให้ชัดเจน เห็นดีเทลที่ซ่อนอยู่ในเงามืดได้ดีกว่าทีวีทั่วไป
- AirSlim Design: ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 2.5 ซม. ประหยัดพื้นที่และดูหรูหราทันสมัย
- Q-Symphony: ผสานเสียงจากทีวีและ Soundbar ของ Samsung ให้ออกพร้อมกัน สร้างพลังเสียงโอบล้อมที่สมบูรณ์แบบ
- SolarCell Remote: รีโมทอัจฉริยะชาร์จไฟด้วยแสงอาทิตย์หรือแสงไฟในบ้าน หมดปัญหาเรื่องเปลี่ยนถ่าน
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| ความคุ้มค่าสูงสุด: เป็นรุ่น Online Exclusive ที่ให้สเปก QLED ในราคาที่ประหยัดกว่ารุ่นวางหน้าร้าน | วัสดุตัวเครื่อง: การใช้วัสดุพลาสติกในบางจุดอาจดูพรีเมียมน้อยกว่ารุ่น Series 7 หรือ 8 |
| ภาพสว่างสู้แสง: จอ QLED ทำความสว่างได้ดี เหมาะกับห้องนั่งเล่นที่มีแสงรบกวน | รีเฟรชเรท 60Hz: หน้าจอเป็น 60Hz มาตรฐาน อาจไม่ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่ต้องการเล่นเกมระดับ 120fps บน PS5 |
| ระบบสมาร์ท: Tizen OS ใช้งานง่าย เสถียร และเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ในบ้านผ่าน SmartThings ได้ทันที | พอร์ตเชื่อมต่อ: จำนวนช่อง HDMI อาจให้มาพอดีกับการใช้งานทั่วไป (3 ช่อง) สาย Gadget เยอะอาจต้องสลับสาย |
5. Toshiba TV 50E450RP ทีวี 50 นิ้ว 4K Quantum Dot (Dolby Atmos)
หากคุณหลงใหลในมาตรฐานภาพและเสียงสไตล์ญี่ปุ่นแต่มีงบจำกัด Toshiba 50E450RP คือม้ามืดแห่งปี 2026 ที่ทีมงาน PRICEDED อยากแนะนำให้เปิดใจมอง ด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot Color ที่อัปเกรดสีสันให้สดอิ่ม สมจริง ยกระดับจากทีวี 4K ทั่วไปอย่างก้าวกระโดด ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลระดับตำนาน REGZA Engine ZR ที่ช่วยปรับจูนภาพให้คมกริบและลดสัญญาณรบกวนได้ชะงัก แต่ทีเด็ดจริงๆ ของรุ่นนี้คือเรื่อง “เสียง” ที่จัดเต็มระบบ Dolby Atmos มาให้ในตัว มอบมิติเสียงโอบล้อมโดยไม่ต้องง้อ Soundbar เพิ่ม บวกกับระบบปฏิบัติการ VIDAA ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วในการบูตเครื่องและสลับแอปฯ ไวที่สุดในตลาด ตัดปัญหาทีวีหน่วงกวนใจ หากคุณเน้นดูหนังฟังเพลงและชอบความรวดเร็วทันใจ รุ่นนี้คือความคุ้มค่าที่ครบเครื่องที่สุด
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Quantum Dot Technology: แสดงเฉดสีได้กว้างและแม่นยำ สีสดอิ่มกว่าทีวี LED ธรรมดาอย่างชัดเจน
- REGZA Engine ZR: ชิปประมวลผลเอกสิทธิ์จาก Toshiba ปรับปรุงคุณภาพภาพแบบเฟรมต่อเฟรมให้ดูมีมิติ
- Dolby Vision & Dolby Atmos: รองรับภาพและเสียงมาตรฐานโรงภาพยนตร์ ครบจบในเครื่องเดียว
- VIDAA OS: ระบบปฏิบัติการที่เน้นความเร็ว ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และเสถียรมาก
- Regza Power Audio: ระบบเสียงที่ถูกจูนมาให้เสียงพูดชัดเจนและเบสกระชับ ดูข่าวหรือละครได้อรรถรส
- Design Designed in Japan: ดีไซน์เรียบหรู ขอบบางสไตล์มินิมอล เข้ากับการตกแต่งบ้านได้ง่าย
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| ภาพและเสียงสมดุล: หาทีวีในเรทราคานี้ที่ได้ทั้งจอ Quantum Dot และเสียง Dolby Atmos ได้ยากมาก | จำนวนแอปพลิเคชัน: ระบบ VIDAA อาจมีแอปฯ ให้โหลดน้อยกว่า Google TV (แต่แอปฯ หลักอย่าง Netflix, YouTube มีครบ) |
| ทำงานรวดเร็ว: การตอบสนองของรีโมทและการเปิดแอปฯ ไวกว่า Android TV รุ่นเริ่มต้น | คำสั่งเสียงภาษาไทย: การสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยอาจยังไม่ยืดหยุ่นเท่ากับ Google Assistant |
| สเกลภาพดี: ชิป REGZA อัปสเกลสัญญาณภาพจากฟรีทีวีหรือเคเบิลดาวเทียมได้ชัดเจนน่าประทับใจ | มุมมองภาพ: หากเป็นจอ VA มุมมองด้านข้างอาจสีดรอปลงเล็กน้อย ต้องนั่งดูตรงกลางจะดีที่สุด |
6. Sony BRAVIA 2 ทีวี 50 นิ้ว รุ่น K-50S20M2 (Google TV)
นี่คือ “ตั๋วใบแรก” สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่มาตรฐานภาพระดับโลกในราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด Sony BRAVIA 2 (K-50S20M2) ถูกวางตำแหน่งให้เป็นทีวีสามัญประจำบ้านที่เน้นความ “ทนทานและเสถียร” เหนือสิ่งอื่นใด แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ยังได้ขุมพลัง 4K Processor X1™ ที่โดดเด่นเรื่องการจัดการสัญญาณภาพรบกวน (Noise Reduction) ทำให้การดูทีวีดิจิตอลหรือ YouTube ทั่วไปมีความคมชัดสะอาดตา ให้สีสันที่เป็นธรรมชาติไม่ฉูดฉาดเกินจริง (Live Color) และจุดขายสำคัญที่แบรนด์อื่นให้ไม่ได้คือ X-Protection PRO เทคโนโลยีเกราะป้องกัน 4 ด้าน (กันฝุ่น, ความชื้น, ไฟกระชาก, ฟ้าผ่า) ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยเป็นอย่างยิ่ง หากคุณมองหาทีวีที่เน้นการใช้งานยาวๆ ระบบ Google TV ลื่นไหล ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ รุ่นนี้คือความสบายใจที่คุ้มค่าแก่การลงทุนครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- 4K Processor X1™: ชิปประมวลผลที่ช่วยลดสัญญาณรบกวนและเพิ่มความคมชัดของภาพแบบ Real-time
- X-Protection PRO: มาตรฐานความทนทานเอกสิทธิ์ของ Sony ป้องกันฝุ่น ความชื้น ไฟกระชาก และฟ้าผ่า
- Live Color™: เทคโนโลยีขยายเฉดสีเพื่อให้ภาพดูสดใสและเป็นธรรมชาติ ตามสไตล์ Sony
- Motionflow™ XR: เทคโนโลยีแทรกเฟรมภาพ ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวในฉากกีฬาหรือหนังแอ็คชั่นดูลื่นไหลไม่กระตุก
- Google TV: ระบบปฏิบัติการที่รวบรวมความบันเทิงไว้ครบครัน ใช้งานง่าย และรองรับคำสั่งเสียงภาษาไทย
- Chromecast built-in: ส่งภาพจากมือถือขึ้นจอทีวีได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| ความทนทานสูง: ระบบ X-Protection PRO ช่วยยืดอายุการใช้งาน เหมาะกับบ้านที่มีไฟตกบ่อยหรือความชื้นสูง | ขอบเขตสี: ไม่มีเทคโนโลยี TRILUMINOS PRO™ เหมือนรุ่น BRAVIA 3 สีสันจึงอาจไม่กว้างและสดเท่า |
| ภาพดูสบายตา: การจูนภาพของ Sony เน้นความสมจริง ดูนานๆ แล้วไม่ล้าสายตา | ดีไซน์: ขอบจออาจมีความหนากว่ารุ่น BRAVIA 3 เล็กน้อย และใช้วัสดุที่ดูเรียบง่ายกว่า |
| อัปสเกลเก่ง: จัดการไฟล์ภาพความละเอียดต่ำ (เช่น คลิปเก่าๆ ใน YouTube) ให้ชัดขึ้นได้ดีมาก | ฟีเจอร์เกม: รองรับการเล่นเกมทั่วไปได้ดี แต่ไม่มีฟีเจอร์ระดับสูงสำหรับ PS5 เช่น 120Hz หรือ VRR |
7. LG SMART 4K ทีวี ขนาด 50 นิ้ว รุ่น 50UA7350PSB (Magic Remote)
ลืมความยุ่งยากในการกดปุ่มลูกศรทีละขยับไปได้เลย เพราะ LG 50UA7350PSB มาพร้อมกับอาวุธลับอย่าง Magic Remote รีโมทอัจฉริยะที่ทำงานเสมือนเมาส์ไร้สาย (Air Mouse) แค่ “ชี้แล้วคลิก” ก็เลือกคอนเทนต์ได้ดั่งใจ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ไม้ตายที่หาไม่ได้ในแบรนด์อื่น ทำให้ LG ครองแชมป์ “ทีวีที่ใช้งานง่ายที่สุด” ประจำปี 2026 อย่างเหนียวแน่น รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยชิป Alpha 5 AI Processor 4K ที่ฉลาดล้ำ ช่วยปรับความคมชัดและจำลองเสียงรอบทิศทาง (AI Sound) ให้เหมาะกับสิ่งที่คุณกำลังดูโดยอัตโนมัติ ผสานกับระบบปฏิบัติการ webOS โฉมใหม่ที่ปรับแต่งหน้าจอตามผู้ใช้งานได้ (My Profile) ใครที่กำลังมองหาทีวีสำหรับครอบครัว ที่เด็กใช้ได้ ผู้ใหญ่ใช้ดี สั่งงานด้วยเสียงแม่นยำ และเน้นความสะดวกสบายเป็นที่หนึ่ง รุ่นนี้คือคำตอบที่ซื้อไปแล้วไม่มีผิดหวังครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Magic Remote: รีโมทเมาส์ไร้สายที่เป็นเอกลักษณ์ของ LG ใช้งานง่าย รวดเร็ว แค่เขย่าและชี้
- Alpha 5 AI Processor 4K: ชิปประมวลผลช่วยยกระดับภาพและเสียงให้คมชัด ลดสัญญาณรบกวน
- AI Sound Pro: จำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1.2 แชนแนล ให้เสียงดูหนังกระหึ่มสมจริง
- Filmmaker Mode™: ปิดตัวช่วยปรับภาพเคลื่อนไหวชั่วคราว เพื่อให้ได้ภาพตามต้นฉบับที่ผู้กำกับต้องการ
- webOS Re:New: การันตีการอัปเดตระบบปฏิบัติการต่อเนื่อง มั่นใจได้ว่าทีวีจะไม่ตกรุ่นเร็ว
- LG ThinQ AI: รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านผ่านทีวี
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| ประสบการณ์ใช้งาน (UX): ระบบ webOS + Magic Remote มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและดีที่สุดในตลาด | ขาตั้งทีวี: ขาตั้งกิ่งไม้ (V-Shape) ต้องการโต๊ะวางที่มีความกว้างพอสมควร หากโต๊ะสั้นอาจวางไม่ได้ |
| ภาพคมชัด: ให้ภาพ 4K ที่สะอาดตา สีสันถูกต้องตามมาตรฐาน Real 4K | ความดำของภาพ: ในห้องที่มืดสนิท สีดำอาจไม่ลึกเท่าจอ OLED หรือ QLED รุ่นท็อป (แต่เพียงพอสำหรับใช้งานทั่วไป) |
| เหมาะกับทุกคน: เมนูเข้าใจง่าย สมาชิกในบ้านทุกวัยเรียนรู้การใช้งานได้เร็ว | ความสว่าง: ความสว่างหน้าจออยู่ในระดับมาตรฐาน UHD ทั่วไป หากสู้แสงแดดจัดๆ อาจต้องดึงม่านช่วย |
8. TCL TV รุ่น V6C ขนาด 50 นิ้ว 4K UHD Google TV รุ่น 50V6C
หากโจทย์ของคุณคือ “ทีวี 4K เครื่องแรก” หรือ “ทีวีสำรองในห้องนอน” ที่งบจำกัดแต่อยากได้คุณภาพเกินตัว TCL 50V6C คือคำตอบที่ทีมงาน PRICEDED เลือกให้เป็น Best Budget 4K ประจำปี 2026 ความลับของความคมชัดในรุ่นนี้อยู่ที่การใช้ HVA Panel ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจอภาพที่โดดเด่นเรื่องการทำคอนทราสต์สีดำได้ลึกกว่าจอทั่วไปในเรทราคาเดียวกัน ทำให้ดูหนังในห้องมืดแล้วภาพไม่เป็นฝ้าขาว มิติภาพดูลึกมีน้ำหนัก ผสานกับระบบปฏิบัติการ Google TV ตัวเต็มที่ฉลาดล้ำไม่ต่างจากรุ่นท็อป ให้คุณเข้าถึง YouTube, Netflix และแอปฯ สตรีมมิ่งทั่วโลกได้ลื่นไหล พร้อมระบบ AI Voice Control สั่งงานด้วยเสียงผ่านรีโมทได้ทันที นี่คือทีวีราคาประหยัดที่ตัดฟังก์ชั่นฟุ่มเฟือยออก เหลือไว้แต่ “เนื้อแท้” ของการรับชมที่คุ้มค่าที่สุดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- HVA Panel: หน้าจอชนิดพิเศษที่ให้คอนทราสต์สูง แสดงสีดำได้ดำสนิทและภาพมีมิติกว่าจอ LED ทั่วไป
- 4K UHD Resolution: ความละเอียดภาพคมชัด 8.3 ล้านพิกเซล เก็บรายละเอียดภาพได้ครบถ้วน
- Google TV: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ คัดสรรคอนเทนต์ที่ชอบมาไว้หน้าแรก ใช้งานง่าย รองรับแอปฯ เยอะที่สุด
- Smart Voice Control: รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยผ่านรีโมท ค้นหาหนังหรือเพลงได้ทันใจ
- Metallic Bezel-less: ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบด้วยวัสดุโลหะ ดูแข็งแรงและหรูหราเกินราคา
- Multiple Eye Care: มีเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าและลดการกระพริบของหน้าจอ ช่วยถนอมสายตาเมื่อดูนานๆ
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| คอนทราสต์ดีเยี่ยม: ด้วยอานิสงส์ของจอ HVA ทำให้ฉากกลางคืนในหนังดูดีกว่าทีวีราคาประหยัดรุ่นอื่นๆ | สีสันระดับมาตรฐาน: เนื่องจากไม่ใช่จอ QLED สีสันอาจจะดูเป็นธรรมชาติแต่ไม่สดเด้งฉูดฉาดเท่ารุ่นพี่ T6C |
| ระบบลื่นไหล: Google TV บน TCL รุ่นใหม่ๆ จูนมาได้เสถียร ตอบสนองไว ไม่ค่อยพบอาการค้าง | มุมมองภาพ: หากห้องกว้างมากและนั่งดูจากมุมเฉียง สีภาพอาจดรอปลงเล็กน้อย (ข้อจำกัดของจอ HVA) |
| ราคาเป็นมิตร: เป็นหนึ่งในทีวี Google TV 4K ขนาด 50 นิ้ว ที่ราคาถูกที่สุดในตลาดตอนนี้ | เสียง: ลำโพงให้เสียงดังฟังชัดแต่อาจขาดมิติเสียงทุ้ม แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Soundbar เล็กๆ สักตัว |
9. SKYWORTH Google TV 4K UHD ทีวี 50 นิ้ว รุ่น 50Y66
หากคุณกำลังมองหา “ทีวีเครื่องแรกของลูก” หรือ “จอเล่นเกมงบประหยัด” ที่ให้ความคุ้มค่าเกินเบอร์ SKYWORTH 50Y66 คือม้ามืดที่ทีมงาน PRICEDED ขอยกตำแหน่ง “Best Budget Gaming TV” ประจำปี 2026 ให้เลย จุดขายที่ทำให้รุ่นนี้ยืนหนึ่งในกลุ่มราคาเดียวกันคือฟีเจอร์ 120Hz HSR (Hardware Super Resolution) ที่ช่วยเร่งอัตราการรีเฟรชหน้าจอให้ลื่นไหลเป็น 2 เท่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดูฟุตบอลหรือเล่นเกมคอนโซลที่เน้นความเร็ว ซึ่งปกติฟีเจอร์นี้จะอยู่ในทีวีราคาแพงกว่านี้มาก มาพร้อมชิปประมวลผล Chameleon Extreme 2.0 เอกสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยปรับแต่งความคมชัดและสีสันแบบ AI ผสานกับเทคโนโลยี Eye Care ที่ลดแสงสีฟ้าและการกระพริบ ช่วยถนอมสายตาเมื่อต้องจ้องจอนานๆ สรุปคือ จ่ายน้อยแต่ได้ฟีเจอร์ระดับกลาง ครบทั้งดูหนัง เล่นเกม และรักษาสุขภาพตา เป็นตัวเลือกที่ฉลาดเลือกสุดๆ ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- 120Hz HSR: เทคโนโลยีจำลอง Refresh Rate ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหล ลดอาการภาพเบลอและกระตุกเมื่อเล่นเกม
- Chameleon Extreme 2.0: ชิปประมวลผลอัจฉริยะ ปรับปรุงสี คอนทราสต์ และความคมชัดให้สมจริง
- Flicker Free & Low Blue Light: เทคโนโลยีถนอมสายตา ลดการกระพริบของจอและแสงสีฟ้าที่เป็นอันตราย
- Google TV: ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ รองรับการสร้างโปรไฟล์แยกสำหรับเด็ก (Kids Mode)
- Boundless Screen 4.0: ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ ให้พื้นที่รับชมกว้างเต็มตา ดูหรูหราทันสมัย
- Dolby Audio & DTS: ระบบเสียงรอบทิศทางมาตรฐานสากล ให้เสียงชัดเจนมีมิติ
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| ลื่นไหลกว่า: ฟีเจอร์ 120Hz HSR ทำให้การแพนกล้องในเกมหรือฉากกีฬาดูสมูทกว่าทีวี 60Hz ทั่วไป | ความละเอียดในโหมด HSR: การเปิดโหมด 120Hz HSR อาจทำให้ความละเอียดภาพลดลงเล็กน้อยเพื่อแลกกับความลื่นไหล |
| ถนอมสายตา: เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีเด็ก หรือคนที่ชอบดูซีรีส์มาราธอน ช่วยลดอาการล้าของตา | ความสว่าง: ความสว่างสูงสุดอาจไม่สูงเท่ารุ่น QLED เวลาเจอแสงแดดจัดๆ อาจต้องปิดม่านช่วย |
| คุ้มค่าการลงทุน: ได้สเปกจอและการรับประกันที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาค่าตัว | วัสดุ: งานประกอบเน้นความคุ้มค่า ตัวเครื่องส่วนใหญ่เป็นพลาสติกเกรดมาตรฐาน |
10. Toshiba TV 50C350RP ทีวี 50 นิ้ว 4K Ultra HD
ปิดท้ายการจัดอันดับด้วย “น้องเล็กสเปกแกร่ง” อย่าง Toshiba 50C350RP ที่แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ยังคงสืบทอด DNA ความเป็นญี่ปุ่นมาอย่างครบถ้วน รุ่นนี้คือบทพิสูจน์ว่าทีวีราคาประหยัดไม่จำเป็นต้องภาพแย่ เคล็ดลับอยู่ที่ชิปประมวลผล REGZA Engine ZR ตัวเก่งที่ช่วยกู้คืนรายละเอียดภาพที่หายไป (Super Resolution) ให้กลับมาคมชัด โดยเฉพาะการดูฟรีทีวีหรือ YouTube ความละเอียดต่ำ ซึ่งทำได้ดีกว่าแบรนด์ทั่วไปในเรทราคาเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ให้โทนสีที่ดูสบายตา เป็นธรรมชาติ ไม่จัดจ้านจนหลอกตา พร้อมรองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos ครบครัน ถือเป็น “Safe Zone” สำหรับคนที่ไม่อยากเสี่ยงกับแบรนด์ใหม่ๆ และมองหาทีวี 4K มาตรฐานที่ไว้ใจได้ ทนทาน และใช้งานง่ายสำหรับทุกคนในครอบครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- REGZA Engine ZR: ชิปประมวลผลเอกสิทธิ์ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพภาพให้คมชัดและลดสัญญาณรบกวนได้ดีเยี่ยม
- Color Re-master: เทคโนโลยีคืนค่าสีสันให้กลับมาสดใสและเป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงต้นฉบับ
- Dolby Vision & Atmos: รองรับมาตรฐานภาพและเสียงระดับโลก ให้ประสบการณ์การรับชมที่ได้มาตรฐาน
- Voice Control: รองรับการสั่งงานด้วยเสียง เพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาคอนเทนต์
- Bezel-less Design: ดีไซน์ขอบจอบาง สไตล์มินิมอลญี่ปุ่น เข้ากับการตกแต่งห้องได้ง่าย
- AI 4K Upscaling: เก่งเรื่องการอัปสเกลภาพจากสัญญาณ HD ธรรมดาให้คมชัดระดับใกล้เคียง 4K
ข้อดี-ข้อสังเกต
| ข้อดี (Pros) | ข้อสังเกต (Cons) |
| ภาพดูสบายตา: การจูนสีของ Toshiba จะเน้นความสมจริง ไม่ฉูดฉาด เหมาะกับการดูทีวีนานๆ ไม่ล้าสายตา | ไม่ใช่จอ QLED: สีสันอาจจะไม่สดเด้งและสว่างเท่ารุ่นพี่อย่าง E450RP (แต่เพียงพอสำหรับดูละคร/ข่าว) |
| อัปสเกลเก่ง: จัดการภาพจากกล่องทีวีดิจิตอลหรือจานดาวเทียมได้ชัดเจนกว่าทีวีรุ่นประหยัดทั่วไป | Refresh Rate 60Hz: เป็นจอมาตรฐาน 60Hz ไม่รองรับฟีเจอร์เกมมิ่งระดับสูง (VRR/120Hz) |
| ความคุ้มค่า: ได้แบรนด์ญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีภาพเชื่อถือได้ ในราคาที่จับต้องได้ง่ายที่สุด | ระบบปฏิบัติการ: ความหลากหลายของแอปฯ อาจไม่เท่า Google TV ตัวท็อป แต่แอปฯ หลักๆ มีครบ |
ตารางเปรียบเทียบ ทีวี 50 นิ้ว รุ่นไหนคุ้มค่าน่าซื้อที่สุด
ตารางสรุปข้อมูลเพื่อให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น เปรียบเทียบสเปกหลักและความคุ้มค่าของทีวีทั้ง 10 รุ่น ประจำปี 2026
| รุ่น/ยี่ห้อ | ประเภทจอภาพ | ระบบปฏิบัติการ (OS) | ความละเอียด | การรับประกัน* | ความคุ้มค่า (เต็ม 10) |
| 1. Sony BRAVIA 3 (K-50S30) | LED (Triluminos Pro) | Google TV | 4K UHD | 1 ปี (3 ปี เมื่อลงทะเบียน) | 9.0 |
| 2. Samsung QLED Q7F4 (QA50Q7F4) | QLED | Tizen OS | 4K UHD | 1 ปี (3 ปี เมื่อลงทะเบียน) | 9.0 |
| 3. TCL QLED 50T6C (Gaming) | QLED | Google TV | 4K UHD | 3 ปี | 9.5 |
| 4. Samsung QLED QE1F (QA50QEF1) | QLED | Tizen OS | 4K UHD | 1 ปี (3 ปี เมื่อลงทะเบียน) | 8.8 |
| 5. Toshiba 50E450RP (Quantum) | QLED (Quantum Dot) | VIDAA | 4K UHD | 3 ปี | 8.5 |
| 6. Sony BRAVIA 2 (K-50S20M2) | LED | Google TV | 4K UHD | 1 ปี (3 ปี เมื่อลงทะเบียน) | 8.0 |
| 7. LG UHD 50UA7350PSB | LED | webOS | 4K UHD | 1 ปี (3 ปี เมื่อลงทะเบียน) | 8.5 |
| 8. TCL UHD 50V6C | LED (HVA Panel) | Google TV | 4K UHD | 3 ปี | 9.2 |
| 9. Skyworth 50Y66 | LED (120Hz HSR) | Google TV | 4K UHD | 3 ปี (สูงสุด 5 ปี**) | 8.5 |
| 10. Toshiba 50C350RP | LED | Google TV / Smart TV | 4K UHD | 3 ปี | 8.0 |
หมายเหตุ : เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของร้านค้าและผู้ผลิต แนะนำให้ตรวจสอบและลงทะเบียนรับประกันทันทีหลังซื้อ เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการและเงื่อนไขตามบริษัทกำหนด
วิธีเลือกซื้อ ทีวี 50 นิ้ว ยี่ห้อไหนดี ให้ตอบโจทย์การใช้งานปี 2026
การเลือกซื้อทีวีสักเครื่องในปี 2026 ไม่ใช่แค่ดูที่ขนาดหน้าจอและราคาเท่านั้น แต่ต้องดู “ไส้ใน” เพื่อให้มั่นใจว่าทีวีเครื่องใหม่จะอยู่คู่บ้านเราไปได้นานๆ โดยไม่ตกรุ่น นี่คือเช็คลิสต์สำคัญ 4 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินครับ
1. ความละเอียด (Resolution): ต้อง 4K UHD เท่านั้น
ในปี 2026 นี้ ให้ตัดตัวเลือกที่เป็น Full HD ทิ้งไปได้เลยสำหรับทีวีขนาด 50 นิ้ว เพราะเม็ดพิกเซลจะหยาบจนเห็นได้ชัด มาตรฐานขั้นต่ำต้องเป็น 4K UHD (3840 x 2160 พิกเซล) เท่านั้น เพื่อรองรับคอนเทนต์จาก Netflix, YouTube หรือ Disney+ ที่ปล่อยสัญญาณภาพความละเอียดสูงเป็นมาตรฐานแล้ว ทำให้ภาพคมกริบ รายละเอียดชัดเจน แม้นั่งดูในระยะใกล้
2. ระบบปฏิบัติการ (Smart OS): หัวใจสำคัญของความลื่นไหล
เลือก OS ให้ตรงกับจริตการใช้งานของคุณ:
- Google TV / Android TV (Sony, TCL, Toshiba, Skyworth): จุดเด่นคือ “แอปเยอะที่สุด” โหลดแอปฯ เพิ่มได้มหาศาลผ่าน Play Store มีความยืดหยุ่นสูง สั่งงานด้วยเสียง Google Assistant ได้ฉลาดล้ำ
- webOS (LG): จุดเด่นคือ “ความง่ายและลื่นไหล” ออกแบบเมนูมาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ทุกวัย ไฮไลท์คือการใช้คู่กับ Magic Remote ที่ทำงานเหมือนเมาส์ไร้สาย สะดวกที่สุดในสามโลก
- Tizen OS (Samsung): จุดเด่นคือ “ความเสถียรและ Ecosystem” ระบบทำงานรวดเร็ว ไม่ค่อยค้าง บูตเครื่องไว และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Samsung หรืออุปกรณ์ SmartThings ในบ้านได้เนียนกริบ
3. พอร์ตการเชื่อมต่อ (Connectivity): อย่ามองข้ามเรื่องรูเสียบ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีวีมีช่องเสียบเพียงพอต่อการใช้งาน อย่างน้อยควรมี HDMI 3 ช่อง และ USB 2 ช่อง สำหรับต่อกล่องดิจิตอล, Soundbar และ External Harddisk แต่หากคุณเป็น “สายเกมมิ่ง” ที่มีเครื่อง PS5 หรือ Xbox Series X ต้องมองหารุ่นที่มีพอร์ต HDMI 2.1 เพื่อรองรับการส่งสัญญาณภาพ 4K 120Hz และฟีเจอร์ VRR ซึ่งจะช่วยให้เล่นเกมได้ลื่นไหล ไม่กระตุก
4. เทคโนโลยีจอภาพ: LED vs QLED vs NanoCell ต่างกันอย่างไร?
- LED / UHD ทั่วไป: เป็นรุ่นเริ่มต้น ราคาประหยัดที่สุด ให้ภาพสวยตามมาตรฐาน เหมาะสำหรับดูข่าว ดูละคร หรือดูฟรีทีวีทั่วไป
- QLED (Quantum Dot): (พบใน Samsung, TCL, Toshiba) โดดเด่นเรื่อง “สีสดและสว่าง” สู้แสงได้ดี ให้ขอบเขตสีกว้าง เหมาะกับคนชอบภาพสีสันฉูดฉาด หรือตั้งทีวีในห้องนั่งเล่นที่มีแสงสว่างมาก
- NanoCell (LG): โดดเด่นเรื่อง “ความบริสุทธิ์ของสี” กรองสีตุ่นๆ ออกไป ให้ภาพสีสันสมจริงเป็นธรรมชาติ และมีมุมมองภาพที่กว้าง (Wide Viewing Angle) เหมาะกับการนั่งดูพร้อมกันหลายคนโดยสีไม่เพี้ยน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บทส่งท้าย ทีวี 50 นิ้ว รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?
สุดท้ายนี้ คำตอบของคำถามที่ว่า ทีวี 50 นิ้ว ยี่ห้อไหนดี นั้นอาจไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวครับ เพราะ “ความคุ้มค่า” ของแต่ละคนขึ้นอยู่กับงบประมาณและไลฟ์สไตล์เป็นหลัก
- หากคุณเน้น “คุณภาพความเป็นเลิศ” อยากได้ภาพสวยคมกริบ สีสันสมจริง และชิปประมวลผลระดับท็อป การลงทุนกับ Sony หรือ Samsung (รุ่น QLED ซีรีส์บน) คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและเจ็บแต่จบแน่นอน
- หากโจทย์ของคุณคือ “ความคุ้มค่าเกินราคา” อยากได้สเปกแน่นๆ ในงบที่ประหยัดกว่า ให้มองไปที่ TCL, Skyworth หรือ Toshiba ซึ่งปี 2026 นี้ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจมาก
- และถ้าคุณให้ความสำคัญกับ “ความง่ายในการใช้งาน” เป็นที่หนึ่ง ซื้อไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่ใช้ หรือชอบระบบที่ลื่นไหลไม่ซับซ้อน LG พร้อม Magic Remote คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ
หวังว่าข้อมูลที่ทีมงาน PRICEDED คัดมาฝากจะช่วยให้คุณได้ทีวีเครื่องใหม่ที่ถูกใจนะครับ หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูหนังให้กระหึ่มสะใจ อย่าลืมแวะไปอ่านรีวิว แนะนำ Soundbar ยี่ห้อไหนดี หรือถ้าห้องของคุณมีพื้นที่จำกัด อยากขยับไซส์ลงมาอีกนิด ลองดูบทความ 10 ทีวี 55 นิ้ว รุ่นไหนดี ปี 2026 ของเราเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
