เชื่อว่าหลายคนคงเหนื่อยกับงานบ้านที่ไม่จบสิ้น โดยเฉพาะการกวาดและถูพื้นที่กินเวลาพักผ่อนไปมหาศาล คำถามที่ว่า “หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี” จึงกลายเป็นคำค้นหายอดฮิตประจำปีสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่ที่กำลังมองหาผู้ช่วยทำความสะอาดคู่ใจ เพราะในยุคนี้การมีบ้านที่สะอาดเอี่ยมโดยไม่ต้องออกแรงเอง ไม่ใช่เรื่องของความฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่คือความจำเป็นที่จะช่วยคืนเวลาคุณภาพและไลฟ์สไตล์ความสุขกลับคืนมาให้คุณครับ
เมื่อเข้าสู่ปี 2026 เทคโนโลยีของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น ได้ก้าวกระโดดไปไกลมาก ไม่ใช่แค่วิ่งสุ่มชนกำแพงไปมาเหมือนในอดีต แต่มาพร้อมกับระบบ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น อัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถจดจำแผนที่บ้านและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ พร้อมแรงดูดมหาศาลที่ระดับ 10,000 Pa ขึ้นไปกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ไฮไลท์สำคัญคือ Docking Station แบบ All-in-One ที่ทำหน้าที่ได้ครบวงจร ตั้งแต่เก็บฝุ่นอัตโนมัติ ซักม็อบด้วยน้ำร้อน ไปจนถึงเป่าลมร้อนอบแห้งฆ่าเชื้อ ช่วยให้คุณแทบไม่ต้องสัมผัสสิ่งสกปรกเลยครับ
ในบทความนี้ PRICEDED ได้คัดสรรและเปรียบเทียบสเปกแบบเจาะลึก 10 รุ่นเด็ด เพื่อช่วยคุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยใช้เกณฑ์ทั้งเรื่องประสิทธิภาพแรงดูด เทคโนโลยีนำทาง และความคุ้มค่า เพื่อเฟ้นหาตั้งแต่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ราคาถูกและดี สำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงรุ่นเรือธงฟังก์ชันครบ ผ่านการสรุปข้อมูล รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ล่าสุด เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาทที่คุณจ่ายไป จะได้ผู้ช่วยดูแลบ้านที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดีที่สุดครับ
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น คืออะไร?
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum) คือ นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่กวาด ดูดฝุ่น และถูพื้นแทนมนุษย์แบบอัตโนมัติ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของมอเตอร์แรงดูดสูง แปรงปัด และระบบเซนเซอร์นำทาง (เช่น เลเซอร์ LiDAR หรือกล้อง AI) เพื่อตรวจจับพื้นที่ สร้างแผนที่จำลองภายในบ้าน และคำนวณเส้นทางเดินทำความสะอาดให้ครอบคลุมทุกซอกมุมพร้อมหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้สามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือตั้งเวลาทำงานล่วงหน้าได้ ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีปี 2026 ได้พัฒนาไปไกลถึงขั้นมี All-in-One Station ที่สามารถเก็บฝุ่น ซักผ้าม็อบ และเติมน้ำให้ตัวหุ่นยนต์เองได้ครบวงจร ช่วยเปลี่ยนงานบ้านที่น่าเบื่อให้กลายเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านแทบไม่ต้องลงมือทำเองเลยครับ
10 อันดับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มค่าที่สุด?
1. Roborock Qrevo 5AE
หากคุณกำลังมองหา หุ่นยนต์ดูดฝุ่น 2026 ที่คำว่า “ที่สุด” ยังน้อยไป Roborock Qrevo 5AE คือคำตอบที่ทีมงาน PRICEDED ยกให้เป็น No.1 ในปีนี้อย่างไม่มีข้อกังขาครับ รุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่สเปกกระดาษ แต่เป็นการอัปเกรดประสบการณ์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยขุมพลังแรงดูดมหาศาลถึง 12,000 Pa ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในท้องตลาด ณ ตอนนี้ ทำให้ฝุ่นละเอียดที่ฝังลึกในพรมหนาๆ ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ผสานกับเทคโนโลยี FlexiArm Design™ ที่แขนแปรงปัดข้างและม็อบถูพื้นสามารถยืดออกไปทำความสะอาดตามซอกมุมหรือขอบกำแพงได้ถึง 100% แก้ Pain Point เดิมๆ ที่หุ่นยนต์มักเข้าไม่ถึงมุมห้อง
ความเจ๋งที่แท้จริงอยู่ที่ Docking Station แบบ All-in-One รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ยกระดับความสะอาดด้วยระบบซักม็อบด้วยน้ำร้อน (Hot Water Washing) เพื่อขจัดคราบมันและฆ่าเชื้อโรคได้จริง ก่อนจะเป่าแห้งด้วยลมร้อน ลดปัญหากลิ่นอับชื้นได้ชะงัด นอกจากนี้ระบบนำทาง AI และกล้อง RGB ยังฉลาดขึ้นจนน่าตกใจ สามารถแยกแยะสิ่งกีดขวางอย่างสายไฟ ของเล่น หรือมูลสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำ ทำให้การทำงานลื่นไหลแทบไม่ต้องเดินไปช่วยกู้ภัยเลยครับ เรียกว่าเป็นตัวจบสำหรับคนรักบ้านที่ต้องการความสะอาดระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง
จุดเด่นของรุ่นนี้
- แรงดูดทรงพลัง 12,000 Pa: ดูดฝุ่นเกลี้ยงแม้ในร่องลึกหรือพรมขนยาว
- FlexiArm Design™: แขนหุ่นยนต์ยืดหดได้ เข้าถึงมุมและขอบผนังได้เนียนกริบ
- ระบบถูพื้นม็อบคู่หมุนความเร็วสูง: ขัดพื้นสะอาด ขจัดคราบแห้งกรังได้ดีเยี่ยม
- แท่นชาร์จ All-in-One 2.0: เก็บฝุ่น, เติมน้ำ, ซักม็อบน้ำร้อน และเป่าแห้ง ครบจบในที่เดียว
- AI Obstacle Avoidance: หลบหลีกสิ่งกีดขวางอัจฉริยะ แม่นยำแม้ในที่มืด
- Voice Control: สั่งงานด้วยเสียงได้สะดวก รองรับภาษาไทย (ผ่านแอปฯ)
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| ประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงที่สุดในปี 2026 | ราคาสูงตามคุณภาพ (High-End Investment) |
| ระบบนำทางและ AI ฉลาดมาก แทบไม่ชนของ | ตัวแท่นชาร์จมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ต้องเผื่อพื้นที่วาง |
| การบำรุงรักษาน้อยมาก แทบไม่ต้องแตะตัวเครื่อง | เสียงขณะดูดแรงสุด (Max Mode) ค่อนข้างดัง |
| แอปพลิเคชันเสถียร ฟีเจอร์ปรับแต่งเยอะที่สุด | ถุงเก็บฝุ่นในแท่นต้องเปลี่ยนตามรอบ (มีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง) |
2. Samsung Jet Bot Combo 70W
สำหรับใครที่เป็นสาย Hygiene หรือบ้านที่มีเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง ความสะอาดแค่ “ดูดและถู” อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในปี 2026 นี้ Samsung Jet Bot Combo 70W จึงก้าวเข้ามาเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์ที่น่ากลัวที่สุด ด้วยเทคโนโลยี Clean Station Steam Plus นวัตกรรมหนึ่งเดียวที่ยกระดับการถูพื้นไปสู่การ “ฆ่าเชื้อ” อย่างเต็มรูปแบบ ฟีเจอร์เด็ดคือระบบ ซักผ้าถูพื้นด้วยไอน้ำ (Steam Washing) ที่ใช้น้ำอุณหภูมิสูงผสมไอน้ำในการทำความสะอาดม็อบ ช่วยขจัดแบคทีเรียและกลิ่นอับได้ถึง 99.99% ซึ่งแบรนด์อื่นส่วนใหญ่ยังทำได้แค่ใช้น้ำร้อนปกติครับ
ด้านความฉลาดต้องยกนิ้วให้ระบบ AI Floor Detect ที่แยกแยะพื้นผิวได้รวดเร็ว เมื่อเจอพรมจะยกม็อบขึ้นอัตโนมัติหรือกลับไปทิ้งม็อบที่ฐานก่อนแล้วค่อยกลับมาดูด (เพื่อป้องกันพรมเปียก) ระบบนำทาง LiDAR ผสาน 3D Sensor ทำให้การเดินหลบหลีกเฟอร์นิเจอร์มีความนุ่มนวล แม่นยำ และที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวก Samsung คือการเชื่อมต่อผ่านแอป SmartThings ที่เสถียรที่สุด สั่งงานร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในบ้านได้อย่างไร้รอยต่อ ถือเป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung ที่ครบเครื่องที่สุดในเวลานี้ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Steam Washing Station: ซักและอบฆ่าเชื้อผ้าม็อบด้วยไอน้ำร้อน ลดเชื้อโรคสะสมได้จริง
- AI Floor Detect: ตรวจจับพื้นพรมอัจฉริยะ ปรับยกม็อบหรือเพิ่มแรงดูดได้อัตโนมัติ
- Intelligent Navigation: หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้แม่นยำด้วย 3D Sensor และ LiDAR
- SmartThings Integration: เชื่อมต่อ Ecosystem ของ Samsung ได้สมบูรณ์แบบ
- Design: สี Satin Greige หรูหรา เข้ากับการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| ระบบฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ (Steam) ดีที่สุดในกลุ่มสุขอนามัย | ราคาสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับแรงดูด (เน้นฟีเจอร์มากกว่าแรงม้า) |
| มั่นใจเรื่องความสะอาดของม็อบ ไม่มีกลิ่นอับแน่นอน | ตัวเครื่องมีความสูงจากหอ Laser อาจเข้าใต้ตู้เตี้ยมากๆ ไม่ได้ |
| การแยกแยะพรมทำได้ดีเยี่ยม หมดห่วงเรื่องพรมชื้น | อะไหล่สิ้นเปลืองอาจหาซื้อยากกว่าแบรนด์จีน (ต้องศูนย์ Samsung) |
| แอปพลิเคชันใช้งานง่าย เมนูภาษาไทยเข้าใจดีมาก |
3. Roborock Qrevo S (QR 798)
ถ้าโจทย์ของคุณคือความคุ้มค่าแบบ “จ่ายครึ่งแสน แต่ได้ฟีเจอร์ตัวท็อป” ทีมงาน PRICEDED ขอยกตำแหน่งนี้ให้กับ Roborock Qrevo S (รหัสโมเดล QR 798) ทันทีครับ รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งมาให้เป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น สุดคุ้ม แห่งปี 2026 โดยตัดทอนลูกเล่นที่เกินความจำเป็นออก แต่ยังคงหัวใจหลักของความสะอาดไว้อย่างครบถ้วน ด้วยแรงดูดที่อัปเกรดมาถึง 10,000 Pa ซึ่งแรงเทียบเท่ารุ่นเรือธงของปีก่อนสบายๆ เอาอยู่ทั้งฝุ่นแป้งและเศษขนมชิ้นใหญ่
จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ติดอันดับ 3 คือระบบถูพื้นแบบ ม็อบคู่หมุน (Dual Spinning Mops) ที่ขัดพื้นด้วยความเร็วสูง จำลองแรงกดเหมือนคนถูจริง ไม่ใช่แค่ลากผ้าผ่านๆ มาพร้อมกับ Multifunctional Dock ที่ทำหน้าที่ได้ครบวงจรทั้งเก็บฝุ่น เติมน้ำ ซักม็อบ และเป่าแห้งด้วยลมร้อน แม้จะไม่มีระบบซักน้ำร้อนหรือแขนยืดได้เหมือนรุ่นพี่ตัวท็อป (5AE) แต่ด้วยราคาที่ประหยัดกว่าเกือบครึ่ง ทำให้ Qrevo S เป็นตัวเลือกที่ฉลาดเลือกที่สุดสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น ที่ไว้ใจได้ ใช้งานเสถียร และแอปพลิเคชัน Roborock ที่ขึ้นชื่อว่าเสถียรเป็นอันดับต้นๆ ของโลกครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Best Value 2026: สเปกระดับเรือธงในราคา Mid-Range ที่เข้าถึงง่าย
- แรงดูด 10,000 Pa: ทรงพลังเพียงพอสำหรับการดูดฝุ่นทั่วบ้านและบนพรม
- Dual Spinning Mops: ม็อบหมุนคู่ ขจัดคราบเหนียวบนพื้นได้สะอาดกว่าระบบสั่น
- Auto-Lifting Mop: ยกม็อบขึ้นอัตโนมัติ 10 มม. เมื่อเจอพรม ป้องกันพรมเปียก
- Multifunctional Dock: แท่นชาร์จอัจฉริยะ ดูแลตัวเองได้ครบ (เก็บ/ซัก/อบ)
- Reactive Tech: ระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่ฉลาดและรวดเร็ว
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| ความคุ้มค่าสูงที่สุดเมื่อเทียบราคาต่อสเปก | ไม่มีระบบซักม็อบด้วยน้ำร้อน (ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ) |
| แอปพลิเคชันเสถียรมาก ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน | ไม่มีแขนยืด (FlexiArm) อาจเก็บขอบมุมได้ไม่เท่ารุ่น 5AE |
| แท่นชาร์จดีไซน์มินิมอล ไม่กินพื้นที่มาก | ระบบหลบหลีกอาจไม่ละเอียดเท่ารุ่นที่มีกล้อง RGB AI |
| เสียงทำงานเงียบกว่าเมื่อเทียบกับแรงดูดระดับเดียวกัน | ถังน้ำในแท่นอาจต้องเติมบ่อยกว่ารุ่นใหญ่เล็กน้อย |
4. Roborock Q7 TF
มาถึงอันดับที่ 4 กับรุ่นที่ทีมงาน PRICEDED ขอมอบฉายาว่า “ปีศาจแรงดูด ในคราบรุ่นประหยัด” สำหรับ Roborock Q7 TF โมเดลปี 2026 นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นเรื่อง “การดูดฝุ่น” เป็นชีวิตจิตใจ และไม่ได้ต้องการแท่นชาร์จขนาดใหญ่เทอะทะ ด้วยระดับราคาเพียงหมื่นกลางๆ แต่ทางแบรนด์อัดสเปก แรงดูดสูงถึง 10,000 Pa มาให้ ซึ่งเทียบเท่ากับรุ่นเรือธงราคาครึ่งแสน! ทำให้มันกลายเป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น พลังสูง ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการจัดการขนสัตว์ เส้นผม และฝุ่นทรายบนพรม
แม้รุ่นนี้จะไม่มีแท่นซักม็อบอัตโนมัติเหมือนรุ่นพี่ตระกูล Qrevo แต่ก็ทดแทนด้วยถังเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ในตัวและระบบถูพื้นแบบแรงดันคงที่ (SnapMop) ที่ใช้งานง่าย ไม่จุกจิก ระบบนำทางใช้ LiDAR Laser Navigation อันเลื่องชื่อของ Roborock ที่สแกนแผนที่ได้รวดเร็วและแม่นยำ จะบ้านหลายชั้นหรือห้องซับซ้อนก็เอาอยู่ ใครที่มีงบจำกัดแต่อยากได้มอเตอร์ดูดฝุ่นตัวท็อป รุ่นนี้คือทางเลือกที่ประหยัดงบที่สุดในปีนี้ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Monster Suction 10,000 Pa: แรงดูดโหดที่สุดในเรทราคานี้ ดูดพรมสะอาดลึก
- PreciSense® LiDAR: ระบบนำทางเลเซอร์แม่นยำสูง ไม่เดินหลง ไม่ตกบันได
- All-Rubber Brush: แปรงปัดยางล้วน ลดปัญหาเส้นผมพันหัวแปรงได้ดีเยี่ยม
- Large Dustbin: ถังเก็บฝุ่นในตัวขนาดใหญ่ ไม่ต้องเทบ่อย
- Simplicity Design: ตัวเครื่องเพรียวบาง ไม่มีแท่นยักษ์ เหมาะกับคอนโดหรือห้องที่มีพื้นที่จำกัด
- ประกัน 2 ปี: อุ่นใจกว่าด้วยระยะเวลารับประกันที่ยาวนาน (ตามข้อมูลร้านค้าแนะนำ)
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| แรงดูดสูงเทียบเท่าตัวท็อป ในราคาจับต้องได้ง่าย | ต้องซักผ้าถูพื้นเอง (ไม่มีแท่นซักอัตโนมัติ) |
| แปรงยางดูดเส้นผมและขนสัตว์ได้ดีมาก ไม่ค่อยพัน | ระบบถูพื้นเป็นแบบลากเช็ดธรรมดา (ไม่ใช่ม็อบหมุน) |
| แอปพลิเคชัน Roborock เสถียรและฟีเจอร์ครบ | ต้องคอยเทฝุ่นออกจากกล่องเอง (ถ้าไม่ซื้อแท่นเสริม) |
| บำรุงรักษาง่าย ชิ้นส่วนน้อย ไม่ซับซ้อน | ไม่มีกล้อง AI ตรวจจับวัตถุขนาดเล็ก (เช่น สายไฟ/ถุงเท้า) |
5. eufy by Anker Omni C20
มาถึงครึ่งทางของการจัดอันดับกับ eufy by Anker Omni C20 ที่ทีมงาน PRICEDED ขอมอบตำแหน่ง “จ้าวแห่งการมุด” ให้ครองเลยครับ ในปี 2026 ที่หุ่นยนต์ส่วนใหญ่แข่งกันเพิ่มฟีเจอร์จนตัวเครื่องหนาเทอะทะ แต่ eufy กลับฉีกแนวด้วยดีไซน์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น บางพิเศษ (Slim Design) ที่มีความสูงเพียง 3.35 นิ้ว (ประมาณ 8.5 ซม.) เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว โซฟา หรือเตียงเตี้ยๆ ที่หุ่นยนต์ทั่วไปมักจะเข้าไม่ถึงหรือติดขัด แต่รุ่นนี้มุดเข้าไปจัดการฝุ่นสะสมใต้เฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลื่นไหลครับ
แม้ตัวจะบางแต่ประสิทธิภาพไม่ได้บางตาม เพราะมาพร้อม แรงดูด 7,000 Pa ซึ่งเพียงพอสำหรับการดูดฝุ่นประจำวันได้อย่างสะอาดหมดจด ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Mop Master™ ระบบถูพื้นพร้อมแรงกดที่ช่วยขจัดคราบสกปรกได้ดี และทีเด็ดคือ Station แบบ All-in-One ที่ดูแลตัวเองได้ครบวงจร ทั้งเก็บฝุ่น ซักม็อบ และเป่าลมแห้ง ทำให้คุณไม่ต้องมือเปื้อนเลย ใครที่เบื่อปัญหามองไปใต้โซฟาแล้วเจอฝุ่นจับเป็นก้อน แต่ไม่อยากเลื่อนเฟอร์นิเจอร์เอง eufy C20 คือฮีโร่ที่จะมาแก้ Pain Point นี้ได้ตรงจุดที่สุดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Ultra-Slim Design 3.35″: ตัวเครื่องบางเฉียบ เข้าทำความสะอาดใต้เตียง/โซฟาได้ลึกกว่ารุ่นอื่น
- Active Mopping Pressure: ระบบถูพื้นมีแรงกด ไม่ใช่แค่ลูบผ่าน ขจัดคราบได้จริง
- All-in-One Station: เก็บฝุ่น ซักผ้าถู และเป่าแห้งอัตโนมัติ สะดวกสบาย
- iPath™ Laser Navigation: ระบบนำทางเลเซอร์แบบฝังในตัวเครื่อง เดินเป็นระเบียบ ไม่เดินมั่ว
- Pro-Detangle Comb: (ฟีเจอร์เด่นของ eufy) มีระบบตัด/สางเส้นผมที่แปรงหลัก ลดการพันกันของเส้นผม
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| เข้าถึงพื้นที่ใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ดีที่สุดในลิสต์นี้ | แรงดูด 7,000 Pa น้อยกว่าคู่แข่งระดับท็อป (แต่เพียงพอต่อการใช้งาน) |
| ดีไซน์ Station สวยทันสมัย เหมาะกับคนแต่งบ้าน | ถังน้ำใน Station อาจจะเล็กกว่ารุ่นใหญ่เล็กน้อย |
| แก้ปัญหา “ฝุ่นใต้เตียง” ได้อย่างถาวร | ระบบนำทางอาจสแกนได้ช้ากว่าแบบ Turret LiDAR เล็กน้อย (แต่แลกมาด้วยความบาง) |
| เสียงทำงานค่อนข้างเบา | ไม่รองรับการต่อน้ำทิ้ง/เติมน้ำอัตโนมัติ (ต้องเติมใส่ถังเอง) |
6. ECOVACS DEEBOT N30 FAMILY
ถ้าคุณเคยคิดว่าหุ่นยนต์ที่มีแท่นชาร์จเทพๆ แบบซักม็อบเก็บฝุ่นเองได้ ต้องมีราคาหลักหมื่นปลายๆ หรือหลักแสน ให้ลบภาพจำนั้นทิ้งไปได้เลยครับ เพราะ ECOVACS DEEBOT N30 FAMILY คือผู้ที่เข้ามาระเบิดราคาตลาดในปี 2026 อย่างแท้จริง รุ่นนี้ทีมงาน PRICEDED ขอยกให้เป็น “ขวัญใจมหาชน” หรือ The Best Budget Omni Robot แห่งปี ด้วยค่าตัวที่จับต้องได้ง่ายจนน่าตกใจ แต่ได้ฟังก์ชันระดับ High-End อย่าง OMNI Station ที่จัดการเรื่องความสะอาดให้ครบวงจร
จุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อคำว่า “FAMILY” สมชื่อ คือเทคโนโลยี ZeroTangle™ 2.0 ซึ่งแก้ปัญหาโลกแตกเรื่อง “เส้นผมพันหัวแปรง” ได้ชะงัด เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายคนหรือมีสัตว์เลี้ยงขนยาว ระบบดูดฝุ่นแรงถึง 10,000 Pa ทำงานคู่กับระบบถูพื้น OZMO Turbo 2.0 (ม็อบหมุน) ที่ขัดคราบสกปรกได้สะอาดกว่าการลากผ้าธรรมดาหลายเท่า แม้ระบบนำทางอาจจะไม่ได้มีกล้อง AI หรูหราเท่ารุ่นพี่ตระกูล X แต่มันใช้ TrueMapping 2.0 ที่สร้างแผนที่ได้รวดเร็วและแม่นยำเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ใครที่อยากเริ่มใช้ชีวิตแบบ Smart Home โดยไม่อยากเจ็บตัวกับราคาแรงๆ รุ่นนี้คือประตูบานแรกที่ดีที่สุดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- ZeroTangle™ Technology: เทคโนโลยีแปรงปัดลดการพันกันของเส้นผมและขนสัตว์ (เหมาะกับบ้านที่มีผู้หญิง/สัตว์เลี้ยง)
- All-in-One OMNI Station: แท่นชาร์จทำได้ครบทั้งเก็บฝุ่น ซักผ้าม็อบ และเป่าแห้ง
- OZMO Turbo 2.0: ระบบถูพื้นแบบม็อบหมุนคู่ ขจัดคราบเหนียวได้ดีเยี่ยม
- TrueMapping 2.0: สแกนสร้างแผนที่บ้านได้รวดเร็วภายในไม่กี่นาที
- Strong Suction 10,000 Pa: แรงดูดสูง เกินคุ้มเมื่อเทียบกับราคาค่าตัว
- App Control: ควบคุมการทำงาน แบ่งห้อง กั้นโซน ได้ละเอียดผ่านแอป ECOVACS HOME
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| ราคาคุ้มค่าที่สุดในกลุ่มที่มี OMNI Station (All-in-One) | ไม่มีระบบซักม็อบด้วยน้ำร้อน (ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ) |
| ระบบป้องกันผมพันแปรง (ZeroTangle) ใช้งานได้จริง | ระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางชิ้นเล็ก (เช่น สายไฟ) อาจไม่แม่นยำเท่ารุ่นมีกล้อง |
| แรงดูดสูงเทียบเท่ารุ่นเรือธง | วัสดุตัวเครื่องอาจดูพรีเมียมน้อยกว่าตระกูล T หรือ X |
| เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากได้ระบบอัตโนมัติครบวงจร | เสียงขณะดูดฝุ่นกลับเข้าแท่นค่อนข้างดัง |
7. Electrolux UltimateHome 700 (EFR71222DS)
สำหรับแฟนพันธุ์แท้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ยุโรปที่เน้นความทนทานและมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก Electrolux UltimateHome 700 (รุ่น EFR71222DS) คือตัวเลือกที่ให้ความอุ่นใจได้มากที่สุดในปี 2026 ครับ แม้ว่าในตลาดจะเต็มไปด้วยแบรนด์จีนที่เน้นฟีเจอร์หวือหวา แต่ Electrolux เลือกที่จะโฟกัสไปที่ “ความแม่นยำและความสะอาดของอากาศ” โดยจุดเด่นไม้ตายคือเทคโนโลยี 3D Vision ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเลเซอร์และกล้อง 3D เพื่อสแกนพื้นที่และตรวจจับวัตถุขนาดเล็กบนพื้นได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า ของเล่นเด็ก หรือสายไฟ ทำให้หุ่นยนต์เดินหลบหลีกได้อย่างนุ่มนวล ไม่ชนดะ และไม่ดูดของจุกจิกเข้าไปติดเครื่อง
นอกจากนี้ เรื่องระบบกรองฝุ่นต้องยกให้เป็นเบอร์ต้นๆ ด้วยระบบกรองหลายขั้นตอนที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 99.9% (ระดับ HEPA) ตอบโจทย์บ้านที่มีผู้ที่เป็นภูมิแพ้ มาพร้อมกับแท่น Auto Empty Station ที่ช่วยดูดฝุ่นออกจากตัวหุ่นยนต์เข้าสู่ถุงเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ที่แท่นโดยอัตโนมัติ ช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นตอนทิ้งขยะได้ดีมาก ดีไซน์ตัวเครื่องมีความเป็น Minimalist สไตล์สแกนดิเนเวียน สวยหรู วางตรงไหนของบ้านก็ดูดีครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- 3D Vision System: ระบบกล้อง 3 มิติ ตรวจจับและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ละเอียดระดับมิลลิเมตร
- Filtration System: ระบบกรองฝุ่นประสิทธิภาพสูง มาตรฐาน Electrolux เหมาะสำหรับคนเป็นภูมิแพ้
- Auto Empty Station: แท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติ สะอาด สะดวก ไม่ต้องเทฝุ่นเองทุกวัน
- LiDAR Navigation: สร้างแผนที่บ้านได้แม่นยำ จดจำโซนทำความสะอาดได้รวดเร็ว
- Interactive App: ควบคุมสั่งงานผ่านแอป Electrolux สะดวก เช็คสถานะได้เรียลไทม์
- European Standard: มั่นใจได้เรื่องวัสดุ ความปลอดภัย และบริการหลังการขายศูนย์ไทย
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| ระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวาง (Obstacle Avoidance) ทำได้ดีมาก | ระบบถูพื้นเป็นแบบลากเช็ดทั่วไป (ไม่ใช่ม็อบหมุนขัด) |
| วัสดุและงานประกอบดูพรีเมียม แข็งแรงทนทาน | แรงดูดอาจเป็นรองแบรนด์จีนรุ่นท็อปๆ ในช่วงราคาเดียวกัน |
| กรองฝุ่นละเอียดได้ดี อากาศที่ปล่อยออกมาสะอาด | ฟีเจอร์ในแอปพลิเคชันอาจปรับแต่งได้น้อยกว่าค่าย Roborock |
| ดีไซน์สวยงาม เข้ากับการตกแต่งบ้านสมัยใหม่ | ไม่มีระบบซักม็อบอัตโนมัติ |
8. Xiaomi Robot Vacuum S40/S40 Pro
ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าในโลกไอที ชื่อของ Xiaomi ไม่เคยทำให้ผิดหวังครับ และในปี 2026 นี้ Xiaomi Robot Vacuum S40 และรุ่นโปร S40 Pro ก็ยังคงรักษาตำแหน่ง “ราชาแห่งความคุ้มค่า” (King of Budget) ไว้อย่างเหนียวแน่น รุ่นนี้เหมาะมากสำหรับคนรุ่นใหม่ นักศึกษา หรือชาวคอนโดที่เพิ่งเริ่มทำ Smart Home แล้วไม่อยากจ่ายแพง แต่ต้องการฟีเจอร์พื้นฐานที่ “ฉลาด” จริงๆ จุดเปลี่ยนสำคัญของรุ่น S40 series ในปีนี้คือการนำเอาระบบนำทาง LDS Laser Navigation มาใส่ไว้เป็นมาตรฐาน ทำให้มันสามารถสแกนสร้างแผนที่ห้องได้แม่นยำไม่แพ้รุ่นพี่ตัวท็อป เดินเป็นระเบียบ ไม่เดินชนกำแพงโง่ๆ หรือวิ่งวนอยู่ที่เดิมเหมือนหุ่นยนต์ราคาถูกในอดีต
แม้ราคาค่าตัวจะอยู่แค่หลักพันกลางๆ แต่ให้แรงดูดมาน่าประทับใจที่ระดับ 6,000+ Pa ซึ่งเพียงพอสบายๆ สำหรับการดูดฝุ่น เส้นผม และเศษขนมบนพื้นแข็งหรือพรมบางๆ จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์คือการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Mi Home ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คุณสามารถตั้งเวลาให้หุ่นยนต์ออกมาดูดฝุ่นตอนไม่อยู่ห้อง แล้วสั่งให้พัดลมหรือเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ทำงานต่อได้ทันทีผ่านคำสั่ง Scene Automation เรียกว่าจ่ายน้อยแต่ได้ไลฟ์สไตล์ที่ล้ำสมัยสุดๆ ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- LDS Laser Navigation: ระบบนำทางด้วยเลเซอร์ 360 องศา สร้างแผนที่แม่นยำ เดินเป็นเส้นทางชัดเจน
- Mi Home App Ecosystem: เชื่อมต่อและสั่งงานร่วมกับอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ของ Xiaomi ได้ดีที่สุด
- Smart Electric Water Tank: ถังน้ำควบคุมด้วยไฟฟ้า ปรับระดับน้ำถูพื้นได้ 3 ระดับผ่านแอป
- Customized Cleaning: เลือกโซนทำความสะอาด ตั้งกำแพงเสมือน (Virtual Wall) กั้นเขตห้ามเข้าได้
- Price-to-Performance: สเปกต่อราคาคุ้มค่าที่สุดในตลาดกลุ่ม Entry Level
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| ราคาประหยัดที่สุดสำหรับหุ่นยนต์ระบบ Laser LDS | ไม่มีแท่นเก็บฝุ่น/ซักม็อบอัตโนมัติ (ต้องทำเองทั้งหมด) |
| แอปพลิเคชัน Mi Home ใช้งานง่าย เมนูไทย 100% | ระบบถูพื้นเป็นแบบลากเช็ดธรรมดา ขจัดคราบหนักไม่ได้ |
| หาซื้ออะไหล่สิ้นเปลืองง่ายมาก (แปรง, ไส้กรอง) | แบตเตอรี่อาจไม่พอสำหรับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ (เหมาะกับคอนโด/ทาวน์โฮม) |
| ดีไซน์มินิมอล สีขาวสะอาดตา เข้าได้กับทุกห้อง | ไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับวัตถุขนาดเล็ก (AI Camera) |
9. ILIFE V9 Pro
สำหรับใครที่ฝันอยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีแท่นเก็บขยะอัตโนมัติ (Auto Empty Station) แต่เห็นราคาหลักหมื่นแล้วถอดใจ ปี 2026 นี้ ILIFE V9 Pro คืออัศวินขี่ม้าขาวที่มาโปรดเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านงบน้อยครับ เพราะนี่คือรุ่นที่ “ราคาถูกที่สุดที่มีแท่นเก็บฝุ่น” ในการจัดอันดับครั้งนี้ ด้วยงบประมาณเพียง 5,000 กว่าบาท (ราคาโปรโมชั่น) คุณจะได้ความสะดวกสบายระดับพรีเมียมที่ไม่ต้องคอยเทฝุ่นออกจากกล่องเล็กๆ ทุกวัน เพราะแท่นชาร์จจะดูดฝุ่นจากหุ่นยนต์ไปเก็บใส่ถุงขนาดใหญ่ให้ทันทีที่ทำความสะอาดเสร็จ เก็บได้นานเป็นเดือนโดยมือไม่ต้องเปื้อน
แม้ระบบนำทางจะเป็นแบบ Gyro Mapping (เดินแบบเป็นระเบียบแต่ไม่มีหัวเลเซอร์) ซึ่งอาจจะไม่ได้ฉลาดล้ำเลิศเท่ารุ่นพี่ตัวท็อป แต่ประสิทธิภาพการดูดที่ระดับ 3,000 Pa ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานบนพื้นกระเบื้อง พื้นไม้ หรือดูดขนสัตว์เลี้ยงที่ร่วงตามพื้นได้สบายๆ จุดเด่นของ ILIFE คือความทนทานและใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะมากสำหรับซื้อให้ผู้สูงอายุใช้งาน หรือใช้ในคอนโดห้องสตูดิโอที่ไม่ต้องการฟังก์ชันซับซ้อน แต่เน้นความสะดวกเรื่องการทิ้งขยะเป็นหลักครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Auto Empty Station: แท่นชาร์จพร้อมระบบดูดเก็บฝุ่นอัตโนมัติ หาไม่ได้ง่ายๆ ในราคานี้
- Suction Power 3,000 Pa: แรงดูดมาตรฐาน เก็บฝุ่น เส้นผม และขนสัตว์ได้ดี
- Slim Body: ดีไซน์ตัวเครื่องค่อนข้างบาง เข้าใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย
- App & Remote Control: ควบคุมผ่านแอปพลิเคชันได้ หรือจะใช้รีโมทคอนโทรลแบบดั้งเดิมก็มีให้ (เหมาะกับผู้ใหญ่)
- Budget Friendly: ราคาเป็นมิตรที่สุดสำหรับหุ่นยนต์ที่มีแท่นเก็บฝุ่น
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่อยากได้ระบบ “เก็บฝุ่นเอง” | ระบบนำทาง (Gyro) ไม่แม่นยำเท่า Laser อาจมีเดินชนบ้าง |
| ถุงเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ ทิ้งเดือนละครั้งพอ | แรงดูด 3,000 Pa น้อยกว่ามาตรฐานปี 2026 (แต่ใช้งานได้) |
| ใช้งานง่ายมาก ไม่ต้องต่อแอปก็กดปุ่มทำงานได้เลย | ไม่มีฟังก์ชันถูพื้น (หรือมีแค่แผ่นเช็ดบางๆ ไม่เน้นถู) |
| เหมาะสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง (ลดภาระการทิ้งขนสัตว์) | สร้าง Virtual Wall หรือกั้นโซนในแอปไม่ได้ละเอียด |
10. DYNOVA JXV100
ปิดท้ายการจัดอันดับด้วย “น้องเล็กสเปกคุ้ม” อย่าง DYNOVA JXV100 ที่ทีมงาน PRICEDED ขอยกให้เป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ราคาถูก ที่น่าคบหาที่สุดในปี 2026 สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด หรือน้องๆ นักศึกษาที่อยู่หอพักแล้วอยากได้ผู้ช่วยทำความสะอาดสักเครื่องในราคาไม่เกิน 3,000 บาท แม้จะไม่ได้มีเลเซอร์นำทางหรือแท่นชาร์จเทพๆ เหมือนรุ่นพี่หลักหมื่น แต่ JXV100 ก็ทำหน้าที่พื้นฐานได้ครบถ้วนด้วยระบบเดินแบบ Gyro Navigation ที่เดินแบบซิกแซก (Zig-Zag) เป็นระเบียบกว่าหุ่นยนต์เดินมั่วสมัยก่อน ทำให้เก็บกวาดพื้นที่ได้ครอบคลุมกว่า
จุดที่น่าชื่นชมคือ แม้ราคาจะเบาหวิวแต่ให้ฟังก์ชัน ดูดฝุ่นและถูพื้น มาพร้อมกัน โดยมีถังน้ำและผ้าม็อบไมโครไฟเบอร์ช่วยเก็บฝุ่นละเอียดที่หลงเหลือจากการดูด แรงดูดระดับมาตรฐาน (ประมาณ 2,000 – 2,500 Pa) เพียงพอสำหรับดูดฝุ่น เส้นผม และเศษขยะบนพื้นไม้หรือกระเบื้องได้ดี อีกทั้งตัวเครื่องยังมีความบาง สามารถมุดใต้ตู้หรือเตียงได้ง่าย ควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ ตั้งเวลาทำงานได้ ถือเป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เริ่มต้น ที่คุ้มค่าตัวทุกบาททุกสตางค์ เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กอย่างคอนโด Studio หรือห้องนอนครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Best Budget Choice: ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก
- Smart Mapping (Gyro): ระบบเดินทำความสะอาดแบบซิกแซก ไม่เดินสะเปะสะปะ
- 2-in-1 Function: ดูดฝุ่นและถูพื้นได้ในเครื่องเดียว (ระบบปล่อยน้ำหยด)
- Slim Design: ตัวเครื่องบาง เข้าทำความสะอาดใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ดี
- App Control: สั่งงาน ดูสถานะ และตั้งเวลาผ่านแอปพลิเคชันได้
- Brushless Motor: มอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน แรงดูดคงที่และเสียงเงียบ
ข้อดี/ข้อด้อย
| ข้อดี (Pros) | ข้อด้อย (Cons) |
| ราคาถูกที่สุด คุ้มค่ามากสำหรับการใช้งานพื้นฐาน | แรงดูดน้อย ไม่เหมาะกับพื้นพรมหนาๆ |
| ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ผู้ใหญ่ก็ใช้ได้ | ระบบนำทางอาจใช้เวลานานกว่าและชนสิ่งกีดขวางบ่อยกว่าระบบ Laser |
| เครื่องทำงานเงียบ ไม่รบกวนการพักผ่อน | ไม่มีระบบจดจำแผนที่ระยะยาว (สร้างใหม่ทุกครั้งที่เดิน) |
| อะไหล่หาง่ายและราคาไม่แพง | ต้องคอยเติมน้ำและซักผ้าถูเองทุกครั้ง |
ตารางเปรียบเทียบ 10 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
นี่คือตารางเปรียบเทียบสเปกของ 10 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่น่าสนใจที่สุดในปี 2026 โดยเรียงลำดับตามประสิทธิภาพและความคุ้มค่า เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมความแตกต่างของแต่ละรุ่นได้ชัดเจนครับ
| อันดับ | ยี่ห้อ/รุ่น | แรงดูด (Pa) | ระบบถูพื้น | ระบบนำทาง (Navigation) | ความจุแบตเตอรี่ / จุดเด่น |
| 1 | Roborock Qrevo 5AE | 12,000 | ม็อบหมุนคู่ (Dual Spinning) + ซัก/อบร้อนอัตโนมัติ | PreciSense® LiDAR + AI หลบสิ่งกีดขวาง | แบตฯ อึดพิเศษ / แท่นชาร์จ All-in-One ครบวงจร |
| 2 | Samsung Jet Bot Combo 70W | สูง (High Perf.) | Steam Washing (ถูด้วยไอน้ำฆ่าเชื้อ) | LiDAR + 3D Sensor | ระบบอบไอน้ำขจัดคราบฝังลึกได้ดีที่สุด |
| 3 | Roborock Qrevo S (QR 798) | 10,000 | ม็อบหมุนคู่ + ยกม็อบหนีพรมได้ | PreciSense® LiDAR | 5,200 mAh / คุ้มค่าในกลุ่มเรือธง |
| 4 | Roborock Q7 TF | 10,000 | แผ่นถูพื้นแรงดันคงที่ | LiDAR Navigation | เน้นแรงดูดสูง ในราคาที่ประหยัดกว่า |
| 5 | eufy Omni C20 | 7,000 | ม็อบถูพื้น + ระบบบีบแห้งอัตโนมัติ | iPath™ Laser Navigation | ดีไซน์บางเฉียบ (3.35 นิ้ว) เข้าใต้เฟอร์นิเจอร์ง่าย |
| 6 | ECOVACS DEEBOT N30 FAMILY | 10,000* | ถูพื้นระบบ Ozmo Turbo 2.0 | TrueMapping 2.0 | มาพร้อมสถานี Omni Station ในราคาจับต้องได้ |
| 7 | Electrolux UltimateHome 700 | มาตรฐานสูง | ระบบถูพื้นพร้อมดูดฝุ่น (2-in-1) | LiDAR + 3D Vision | เทคโนโลยี 3D Vision สร้างแผนที่แม่นยำ |
| 8 | Xiaomi S40 / S40 Pro | 6,000+ | ถูพื้นพร้อมถังน้ำไฟฟ้าควบคุมการหยด | LDS Laser Navigation | เชื่อมต่อ Mi Home App / ราคาประหยัด |
| 9 | ILIFE V9 Pro | 3,000 | ฟังก์ชันถูพื้นพื้นฐาน | Gyro Mapping | มีถังเก็บขยะอัตโนมัติในราคาระดับเริ่มต้น |
| 10 | DYNOVA JXV100 | ~2,500 | แผ่นม็อบไมโครไฟเบอร์ | Gyro Navigation | ราคาถูกที่สุด เหมาะสำหรับหอพักหรือคอนโด |
หมายเหตุ : ค่าแรงดูดของบางรุ่นอ้างอิงจากสเปกสูงสุดของซีรีส์ใกล้เคียงในปี 2026
วิธีเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ให้เหมาะกับบ้าน
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจควักเงินจ่ายเพื่อผู้ช่วยทำความสะอาดคนใหม่ ทีมงาน PRICEDED อยากให้คุณเช็คลิสต์ความต้องการของบ้านตัวเองให้ดีก่อนครับ เพราะหุ่นยนต์ดูดฝุ่นปี 2026 มีสเปกที่หลากหลายมาก การเลือกให้ตรงโจทย์จะช่วยให้คุณได้ความคุ้มค่าสูงสุด ไม่ต้องจ่ายแพงเกินจำเป็น หรือซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ดั่งใจ นี่คือหลักเกณฑ์สำคัญที่คุณต้องดูครับ
เลือกจากขนาดพื้นที่และประเภทพื้นผิว
ขนาดบ้านคือปัจจัยแรกที่กำหนด “ความฉลาด” และ “แบตเตอรี่” ที่คุณต้องการ
- คอนโดหรือห้องพัก (ไม่เกิน 40-50 ตร.ม.): ไม่จำเป็นต้องเน้นรุ่นที่มีแบตเตอรี่มหาศาลหรือระบบแผนที่ซับซ้อนมาก รุ่นระดับเริ่มต้น (Entry Level) หรือรุ่นกลางก็เพียงพอ
- บ้านเดี่ยวหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ (80 ตร.ม. ขึ้นไป): ควรเลือกรุ่นที่มีระบบสร้างแผนที่แม่นยำ (LDS/LiDAR) และมีแบตเตอรี่ 5,200 mAh ขึ้นไป เพื่อให้ทำความสะอาดได้จบในรอบเดียว
ประเภทพื้นผิว (Floor Type):
- พื้นไม้/กระเบื้อง: เน้นรุ่นที่มีระบบถูพื้นดีๆ (Mop) ยิ่งเป็นแบบม็อบหมุนหรือขัดพื้นได้ยิ่งดี
- พื้นพรม: นี่คือจุดปราบเซียนครับ ถ้าบ้านคุณมีพรม ต้องเลือกรุ่นที่มี ระบบตรวจจับพรม (Carpet Detection) ที่แม่นยำ ฟีเจอร์นี้จะช่วยเพิ่มแรงดูดอัตโนมัติเมื่อขึ้นพรม และที่สำคัญในปี 2026 ควรเลือกรุ่นที่ “ยกม็อบขึ้นเองได้” (Auto-Lifting Mop) เพื่อไม่ให้พรมเปียกชื้นครับ
ระบบนำทาง (Navigation) สำคัญอย่างไร?
ระบบนำทางเปรียบเสมือน “ดวงตาและสมอง” ของหุ่นยนต์ครับ ยิ่งฉลาด ยิ่งทำงานไว และไม่สร้างภาระให้เจ้าของ
- ระบบ Gyro (อินฟราเรด/Gyroscope): มักพบในรุ่นราคาประหยัด เดินแบบซิกแซก เดินเป็นระเบียบ พอสมควร แต่จะไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน อาจใช้เวลานานกว่าจะครบพื้นที่
- ระบบกล้อง (Visual SLAM): ใช้กล้องถ่ายภาพเพดานหรือผนังเพื่อระบุตำแหน่ง แม่นยำกว่า Gyro แต่ทำงานในที่มืดสนิทได้ไม่ดีนัก
- ระบบเลเซอร์ (LDS / LiDAR): มาตรฐานที่ดีที่สุดในปัจจุบัน มีหอเลเซอร์หมุนอยู่ด้านบน สแกนสร้างแผนที่ได้แม่นยำและรวดเร็วมาก แม้ในที่มืดก็ทำงานได้ ข้อดีคือ ไม่เดินชนเฟอร์นิเจอร์ แรงๆ และสามารถวางแผนเส้นทางเดินได้ฉลาดที่สุด
ฟังก์ชัน Docking Station จำเป็นไหม?
ถ้าถามทีมงาน PRICEDED ในปี 2026 เราขอฟันธงว่า “จำเป็น” ถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายแบบแท้จริงครับ
- Docking ชาร์จปกติ: คุณต้องคอยดึงกล่องฝุ่นออกมาเททิ้งทุกวัน หรือทุก 2-3 วัน ซึ่งเสี่ยงต่อการฟุ้งกระจายของฝุ่น
- Auto-Empty Station (แท่นเก็บฝุ่น): นี่คือ Life Changer! แท่นชาร์จจะมีระบบ เก็บฝุ่นอัตโนมัติ ดูดฝุ่นจากหุ่นยนต์ไปใส่ถุงใบใหญ่ให้เลย ทำให้คุณ ไม่ต้องทิ้งฝุ่นเอง บ่อยๆ อาจจะทิ้งแค่เดือนละ 1-2 ครั้งเท่านั้น
- All-in-One Station: ขั้นสุดของความสบาย คือทำได้ทั้งเก็บฝุ่น เติมน้ำ ซักผ้าม็อบ และเป่าแห้ง เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการแตะต้องสิ่งสกปรกเลย แต่แลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้นและขนาดแท่นที่ใหญ่ขึ้นครับ
แรงดูด (Suction Power) เท่าไหร่ถึงจะพอ?
ตัวเลข Pa (Pascal) ยิ่งเยอะยิ่งดูดแรง แต่ก็มาพร้อมเสียงที่ดังขึ้น
- 3,000 – 4,000 Pa: เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ดูดฝุ่น เส้นผม ขนสัตว์บนพื้นไม้หรือกระเบื้องได้สะอาด
- 6,000 Pa ขึ้นไป: แนะนำสำหรับบ้านที่มี พรม หรือเลี้ยงสัตว์ที่มีขนร่วงเยอะๆ เพราะแรงดูดระดับนี้จะช่วยดึงฝุ่นละเอียดที่ฝังลึกในเส้นใยพรมออกมาได้ดีกว่า
- 10,000 Pa+ (เทรนด์ปี 2026): สำหรับรุ่นเรือธง เน้นดูดสิ่งสกปรกที่มีน้ำหนักได้ดีขึ้น (เช่น เศษทรายแมว น็อตตัวเล็กๆ) และทำความสะอาดร่องลึกระหว่างแผ่นกระเบื้องได้ดีเยี่ยมครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บทส่งท้าย
การเลือกซื้อ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น 2026 สักเครื่อง ไม่ใช่การมองหาแค่รุ่นที่ “แพงที่สุด” หรือ “สเปกแรงที่สุด” เสมอไปครับ แต่คือการตามหารุ่นที่ “เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณ” ของคุณมากที่สุดต่างหาก หากคุณมีงบจำกัดและอาศัยในคอนโด รุ่นระดับเริ่มต้นอย่าง Xiaomi หรือ DYNOVA ก็เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นแล้ว แต่หากคุณต้องการความสมบูรณ์แบบและไม่อยากเสียเวลาดูแลเครื่องเลย รุ่นเรือธงอย่าง Roborock Qrevo 5AE หรือ Samsung Jet Bot Combo คือการลงทุนที่คุ้มค่าระยะยาวแน่นอนครับ
มั่นใจได้เลยว่าทั้ง 10 รุ่นที่ทีมงาน PRICEDED คัดสรรมาให้นี้ คือ The Best of 2026 ที่ผ่านการกรองมาแล้วว่าดีจริงในแต่ละช่วงราคา หน้าที่ของคุณคือเลือกให้ตรงโจทย์ แล้วปล่อยให้เทคโนโลยีดูแลบ้านแทนคุณครับ
อ่านเพิ่มเติมเพื่อบ้านสะอาดครบวงจร:
- หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ เพื่อเก็บงานในจุดที่หุ่นยนต์เข้าไม่ถึง ลองดูรีวิว เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2026 ของเราเพิ่มเติม เพื่อจับคู่การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ
- หรือถ้าที่บ้านมีสัตว์เลี้ยง แค่ดูดฝุ่นพื้นอาจไม่พอ อย่าลืมอ่านบทความ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี เพื่อจัดการขนสัตว์และภูมิแพ้อย่างครบวงจร ให้บ้านของคุณสะอาดทั้งพื้นและอากาศครับ

