PRICEDED
Home /สกินแคร์&คอสเมติก /10 เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ลดริ้วรอยเห็นผลไว อ่อนโยน ไม่ดันสิว

10 เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ลดริ้วรอยเห็นผลไว อ่อนโยน ไม่ดันสิว

แชร์เรื่องนี้
15 Views
10 เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ลดริ้วรอยเห็นผลไว อ่อนโยน ไม่ดันสิว

การดูแลผิวพรรณเพื่อชะลอวัยและลดเลือนสัญญาณแห่งวัย ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของวิทยาการด้านสกินแคร์ในปัจจุบัน ซึ่งสารสกัดที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวคือ “อนุพันธ์วิตามินเอ” อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวเลือกในตลาดที่มีอยู่อย่างมหาศาล หากเกิดคำถามว่า เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ที่จะสามารถมอบผลลัพธ์ที่ชัดเจนโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อผิวพรรณ ผู้บริโภคจำเป็นต้องพิจารณาถึงความเข้มข้น เทคโนโลยีการนำส่งสาร และส่วนผสมเสริมอย่างละเอียด

ด้วยเหตุนี้ กองบรรณาธิการ PRICEDED.COM จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังมองหา เรตินอลสำหรับมือใหม่ ตลอดจนสูตรที่ออกแบบมาเพื่อ เรตินอลผิวแพ้ง่าย โดยเฉพาะ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยหลีกเลี่ยงอาการระคายเคือง แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการ เซรั่มลดริ้วรอย ที่มีคุณสมบัติ อ่อนโยน ไม่ดันสิว ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักมีความกังวล

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงหลักการทำงาน วิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้อง พร้อมกับข้อควรระวังต่างๆ รวมไปถึงการจัดอันดับ 10 ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมประจำปี 2026 ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงและมีความปลอดภัย เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกสกินแคร์ที่ตอบโจทย์โครงสร้างผิวของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

เรตินอล (Retinol) คืออะไร ทำไมถึงเป็นส่วนผสมยอดฮิตสำหรับต่อต้านริ้วรอย?

เรตินอล (Retinol) คืออนุพันธ์ของวิตามินเอ (Vitamin A) ที่อยู่ในกลุ่มเรตินอยด์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังทั่วโลกให้เป็น “มาตรฐานทองคำ” (Gold Standard) หรือสุดยอดส่วนผสมสำหรับการชะลอวัย (Anti-aging) เนื่องจากเป็นสารที่มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับอย่างยาวนานและกว้างขวางที่สุด ว่าสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลาได้อย่างเห็นผลจริง

กลไกการทำงานของเรตินอลนั้นมีความพิเศษเพราะสามารถเข้าไปฟื้นบำรุงลึกถึงระดับเซลล์ เมื่อเราทาเรตินอลลงบนผิว สารตัวนี้จะยังไม่ออกฤทธิ์ทันที แต่เอนไซม์ตามธรรมชาติในผิวหนังของเราจะทำหน้าที่เปลี่ยนรูปเรตินอลให้กลายเป็น กรดเรติโนอิก (Retinoic Acid) เสียก่อน เมื่ออยู่ในรูปของกรดแล้ว สารนี้จะเข้าไปจับกับตัวรับของเซลล์ผิวเพื่อสั่งการทำงานสองส่วนหลัก ๆ ส่วนแรกคือการ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว โดยเร่งให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพและหมองคล้ำหลุดลอกออกไปเร็วขึ้น พร้อมกับดันเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวที่เคยหยาบกร้านกลับมาเรียบเนียน รูขุมขนดูกระชับ และลดการอุดตัน

ส่วนที่สองที่ทำให้เรตินอลโดดเด่นมากคือ การลงลึกไปถึงผิวชั้นหนังแท้เพื่อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ พร้อมทั้งช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่คอยทำลายคอลลาเจนตามธรรมชาติ ด้วยการทำงานที่ครบถ้วนทั้งการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเพื่อความกระจ่างใส และการเสริมโครงสร้างผิวชั้นในให้แน่นกระชับ เรตินอลจึงสามารถจัดการปัญหาริ้วรอยร่องตื้นและร่องลึก ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และคืนความยืดหยุ่นให้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมเรตินอลถึงเป็นส่วนผสมยอดฮิตที่ขาดไม่ได้ในสกินแคร์กลุ่มลดเลือนริ้วรอย

10 อันดับ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. La Roche-Posay Retinol B3 Serum

ลา โรช-โพเซย์ La Roche-Posay Retinol B3 Serum เซรั่มบำรุงผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก เพื่อผิวดูตึงกระชับ 30ml.

4.9
฿ 1,390 ฿ 1,695
Shopee.co.th

สำหรับการก้าวเข้าสู่ปี 2026 เทรนด์งานผิวไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลัดเซลล์ผิวให้ไวที่สุด แต่คือการ “Rebuild” หรือการฟื้นบำรุงอย่างยั่งยืนครับ ผมจึงขอเปิดรีวิวตัวแรกด้วยตัวตึงจากฝรั่งเศสอย่าง La Roche-Posay Retinol B3 Serum ที่ยังคงครองบัลลังก์ “เรตินอลกันตาย” สำหรับคนผิวบอบบาง ความโดดเด่นที่ทำให้เซรั่มขวดสีแดงนี้แตกต่างจากคู่แข่งคือการแก้โจทย์ “อยากหน้าตึงแต่กลัวหน้าพัง” ได้อย่างอยู่หมัด ด้วยนวัตกรรมโมเลกุลเรตินอลที่ทำงานแบบ Gradual Release ซึ่งจะค่อยๆ ปล่อยสารบำรุงเข้าสู่ผิวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวไม่เกิดอาการช็อกหรือแห้งลอกรุนแรงเหมือนเรตินอลในยุคก่อน ผสมผสานกับวิตามินบี 3 (Niacinamide) เข้มข้นที่ช่วยปลอบประโลมผิวและเสริมปราการกักเก็บความชุ่มชื้นไปในตัว ใครที่กังวลเรื่องริ้วรอยร่องลึกแต่มีสภาพผิวแพ้ง่ายเป็นทุนเดิม ตัวนี้คือไอเทมที่พิสูจน์แล้วว่า “ความอ่อนโยน” กับ “ผลลัพธ์ที่ทรงพลัง” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวในขวดเดียวครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • Dual Retinol Complex: การผสมผสานระหว่าง Pure Retinol และ Gradual Release Retinol เพื่อประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยที่ยาวนานและอ่อนโยนต่อผิว
  • Vitamin B3 (Niacinamide): ปริมาณเข้มข้นที่ช่วยลดรอยแดง ปลอบประโลมผิว และฟื้นฟู Skin Barrier ให้แข็งแรง
  • HEPES: สารช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยปรับ Texture ของผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ
  • Sensible Texture: เนื้อสัมผัสเซรั่มกึ่งเจลที่มีความเขุ่มชื่นสูง ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่รบกวนการลงสกินแคร์ขั้นตอนถัดไป
  • Thermal Spring Water: มีส่วนผสมของน้ำแร่ธรรมชาติที่ช่วยลดการระคายเคืองและต้านอนุมูลอิสระ

2. HER HYNESS BIO-RETINAL MELATONIN ADVANCED REPAIR SERUM

HER HYNESS BIO-RETINAL MELATONIN ADVANCED REPAIR SERUM 30 ML ไบโอ-เรติแนล 30 มล.

4.9
฿ 880 ฿ 1,397
Shopee.co.th

ก้าวกระโดดจากเรตินอลธรรมดาเข้าสู่ยุคของ “Retinal” ที่ทรงประสิทธิภาพกว่าเดิมถึง 11 เท่าครับ สำหรับ Her Hyness Bio-Retinal ตัวนี้ไม่ใช่แค่การผลัดเซลล์ผิวแบบทั่วไป แต่เป็นการนำเสนอนวัตกรรม “Clean Beauty” ที่เน้นความเข้มข้นสูงสุดแต่ปลอดภัยต่อปราการผิว ในปี 2026 นี้ เทรนด์การดูแลผิวช่วงกลางคืนเน้นไปที่การซ่อมแซมตามวงจรนาฬิกาชีวิตของผิว (Circadian Rhythm) ซึ่งการใส่ Melatonin เข้ามาคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในระดับลึกขณะที่เราหลับ ผสานกับเทคโนโลยี Liposomal Encapsulation ที่ช่วยห่อหุ้มสารสกัดให้ซึมลึกและออกฤทธิ์ได้แม่นยำโดยไม่ทำให้ผิวลอกแสบแดง เหมาะมากสำหรับใครที่ข้ามผ่านจุดการใช้เรตินอลเบื้องต้นมาแล้ว และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้นในเรื่องของความตึงกระชับและการจัดการปัญหารูขุมขนกว้าง โดยยังคงความอ่อนโยนตามแบบฉบับสกินแคร์สายคลีนครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • 0.05% Liposomal Retinaldehyde: อนุพันธ์วิตามินเอที่ออกฤทธิ์เร็วกว่าเรตินอลทั่วไปถึง 11 เท่า ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและลดริ้วรอยอย่างเห็นผล
  • Melatonin & Adenosine: การทำงานร่วมกันเพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากรังสี UV และมลภาวะในช่วงกลางวัน พร้อมฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มฟูในข้ามคืน
  • Palmitoyl Tripeptide-1 & 7: เปปไทด์เข้มข้นที่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้ยืดหยุ่นและลดความหย่อนคล้อย
  • Clean & Safe Formula: ปราศจากสารระคายเคืองกว่า 1,500 ชนิดตามมาตรฐาน Clean Beauty ระดับโลก (No Alcohol, No Fragrance, No Silicone)
  • Non-Greasy Texture: เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมไว ไม่รบกวนสกินแคร์เลเยอร์อื่นๆ และไม่ทำให้เกิดการอุดตัน

3. Dr.PONG Retinal-X Activein Serum (Gen2)

เซรั่มสูตรใหม่! Gen2 Dr.PONG Retinal-X activein serum เซรั่มลดเลือนริ้วรอย ผิวเรียบเนียน

4.9
฿ 399 ฿ 998
Shopee.co.th

ถ้าจะพูดถึงแบรนด์ไทยที่ยกระดับมาตรฐานสกินแคร์สู่ระดับสากลในปี 2026 คงหนีไม่พ้น Dr.PONG ครับ โดยเฉพาะการกลับมาของ Retinal-X Activein Serum ในเวอร์ชัน Gen 2 ที่ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ตัวนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง แต่เป็นการอัปเกรด “Stability” หรือความเสถียรของสารสกัด Retinaldehyde ให้คงประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่หยดแรกจนหยดสุดท้าย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดของอนุพันธ์วิตามินเอครับ ในยุคที่ผู้บริโภคฉลาดเลือกและมองหา “Clinical-grade” ในราคาที่จับต้องได้ Dr.PONG ตอบโจทย์นี้ด้วยการใส่ความเข้มข้นที่เห็นผลจริงแต่ยังรักษาสมดุลไม่ให้ผิวระคายเคืองจนเกินไป เนื้อสัมผัสสีเหลืองสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของเรติแนลถูกปรับปรุงให้ซึมไวขึ้น ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ เหมาะอย่างยิ่งกับสภาพอากาศเมืองไทยและผิวของคนเอเชียที่มักจะมีปัญหารูขุมขนกว้างและหน้ามันง่าย ตัวนี้คือบทพิสูจน์ว่าของดีไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไปครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • Next-Gen Retinaldehyde: ใช้ Retinal ที่มีความเสถียรสูง ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า Retinol ทั่วไป ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดริ้วรอยอย่างตรงจุด
  • Double Encapsulation Technology: นวัตกรรมการห่อหุ้มสารสำคัญสองชั้น เพื่อค่อยๆ ปลดปล่อยสารลงสู่ชั้นผิว ลดการระคายเคืองและเพิ่มความแม่นยำในการบำรุง
  • Synergistic Soothing Complex: อัดแน่นด้วยส่วนผสมปลอบประโลมผิวอย่าง Centella Asiatica และ Biosaccharide Gum-1 เพื่อลดโอกาสการเกิด Retinoid Dermatitis
  • Oil-Control & Pore-Minimizing: ช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมันบนใบหน้าและทำให้รูขุมขนแลดูเล็กลง ผิวหน้าเนียนละเอียดขึ้นชัดเจน
  • Fragrance-Free & Essential Oil-Free: สูตรที่เน้นความปลอดภัยต่อผิว ลดสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็น ลดความเสี่ยงในการแพ้สำหรับผิวบอบบาง

4. INGU Green Tea Retinol Serum Shot

INGU Green Tea Retinol Serum Shot เรตินอล เซรั่ม

5.0
฿ 872 ฿ 890
Shopee.co.th

ในปี 2026 ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความโปร่งใส” ของสูตรสกินแคร์พอๆ กับผลลัพธ์ INGU Green Tea Retinol Serum Shot คือต้นแบบของผลิตภัณฑ์ที่ผสานงานวิจัยเข้ากับความจริงใจได้อย่างไร้ที่ติครับ จุดเปลี่ยนที่ทำให้เซรั่มขวดนี้โดดเด่นท่ามกลางตลาดเรตินอลที่แข่งขันสูง คือการเลือกใช้แนวทาง “Gentle Power” หรือการใช้เรตินอลในรูปแบบ Encapsulated Retinol เข้มข้น 0.1% ที่เน้นความเสถียรและการออกฤทธิ์ที่สม่ำเสมอ โดยไม่ทำร้ายปราการผิว ผสานกับพลังของ Forest Green Tea จากเชียงรายที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาเขียวทั่วไป ซึ่งช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิวในขณะที่เรตินอลกำลังทำงาน นี่ไม่ใช่แค่เซรั่มลดริ้วรอยทั่วไป แต่มันคือการ “Set Zero” ให้กับผิวที่เหนื่อยล้าจากมลภาวะและแสงแดด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่อยากเข้าวงการวิตามินเอ หรือสาย Minimalist ที่ต้องการสกินแคร์ประสิทธิภาพสูงแต่ขั้นตอนน้อยลงครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • 0.1% Encapsulated Retinol: เทคโนโลยีการห่อหุ้มเรตินอลที่ช่วยลดการระคายเคืองอย่างเห็นได้ชัด และส่งสารสกัดลงสู่ผิวชั้นในได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Forest Green Tea Extract: สารสกัดชาเขียวป่าเข้มข้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และลดรอยแดงจากการกระตุ้นของเรตินอล
  • Barrier-First Formula: มีส่วนผสมของ Niacinamide และ Ceramides ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่ทำให้ผิวบางหรือแห้งกร้าน
  • Fast-Absorbing Texture: เนื้อสัมผัสแบบ Water-based ที่บางเบาซึมเข้าสู่ผิวได้ทันที ไม่ทิ้งความมันวาว เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวผสมถึงผิวมัน
  • Transparency Policy: การเปิดเผยเปอร์เซ็นต์ส่วนผสมที่ชัดเจนตามมาตรฐานสกินแคร์ยุคใหม่ ทำให้ผู้ใช้มั่นใจในประสิทธิภาพและความคุ้มค่า

5. Nectapharma Ageless Dual Encap 0.1 Retinal Serum

Nectapharma Dual Booster Encap 0.1 Retinol Serum เนคตาฟาร์มา ดูอัล บูสเตอร์เอนแคป 0.1 เรตินอล เซรั่ม ตึงนอลเซรั่ม

5.0
฿ 750 ฿ 1,596
Shopee.co.th

หากคุณกำลังมองหาสกินแคร์กลุ่มวิตามินเอที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วแต่กังวลเรื่องการระคายเคือง ขอแนะนำให้รู้จักกับ Nectapharma Ageless Dual Encap 0.1 Retinal Serum เซรั่มตัวท็อปที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการดูแลผิวหน้า ด้วยการเลือกใช้ “เรติแนล” (Retinal) ซึ่งเป็นฟอร์มที่ออกฤทธิ์ได้ไวกว่าเรตินอลทั่วไป ผสานกับนวัตกรรม Dual Encapsulation กักเก็บสารสกัดถึงสองชั้น ช่วยให้สารบำรุงซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างตรงจุดและค่อยๆ ปล่อยฤทธิ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เซรั่มลดริ้วรอยขวดนี้ตอบโจทย์ทั้งการกระตุ้นคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก และปรับให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใสได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในฐานะนักรีวิวที่ได้ทดสอบจริง ต้องบอกเลยว่าเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว และที่สำคัญคือคนผิวแพ้ง่ายสามารถเริ่มต้นใช้ได้อย่างสบายใจ ไม่ก่อให้เกิดอาการแห้งแดงลอกรุนแรง ถือเป็นสกินแคร์ลดอายุและการลงทุนเพื่อผิวอ่อนเยาว์ที่คุ้มค่า เห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่แน่นฟูขึ้นได้อย่างชัดเจน

จุดเด่นของตัวนี้

  • ใช้ Retinal 0.1%: เป็นอนุพันธ์วิตามินเอที่แปลงสภาพเพียง 1 ขั้นตอนเพื่อนำไปใช้ จึงออกฤทธิ์ไวและมีประสิทธิภาพในการต่อต้านริ้วรอยสูงกว่า Retinol ทั่วไป
  • นวัตกรรม Dual Encapsulation: เทคโนโลยีห่อหุ้มสารสกัดสองชั้น ช่วยรักษาความเสถียรของเรติแนล ควบคุมการปล่อยสารลงสู่ผิวอย่างช้าๆ จึงช่วยลดโอกาสเกิดการระคายเคืองได้อย่างยอดเยี่ยม
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนล้ำลึก: ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาตึงกระชับ ลดเลือนริ้วรอยตื้นและร่องลึกให้ดูจางลง
  • เนื้อสัมผัสและสูตรเป็นมิตรกับผิว: เนื้อเซรั่มมีความบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งความเหนอะหนะบนใบหน้า และออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
  • บรรจุภัณฑ์แบบ Airless Pump ทึบแสง: ช่วยป้องกันแสงและอากาศไม่ให้เข้าไปทำลายประสิทธิภาพของสารสกัด คงความสดใหม่ของเรติแนลได้จนหยดสุดท้าย

6. CeraVe Resurfacing Retinol Serum

เซราวี CERAVE Resurfacing Retinol Serum เรตินอลเซรั่ม 30ml. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าสำหรับผู้มีปัญหารอยดำรอยสิว

4.9
฿ 703 ฿ 799
Shopee.co.th

หากพูดถึงปัญหารอยดำจากสิวและเท็กซ์เจอร์ผิวที่ไม่เรียบเนียน CeraVe Resurfacing Retinol Serum (เซรั่มเรตินอลขวดสีฟ้า) คือไอเทมกู้ผิวที่ตอบโจทย์ที่สุดในชั่วโมงนี้ครับ จากประสบการณ์การรีวิวสกินแคร์และทดลองใช้จริง ต้องบอกเลยว่านี่คือ “เรตินอลสำหรับมือใหม่และคนผิวแพ้ง่าย” ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก จุดแข็งของเขาคือการใช้นวัตกรรม Encapsulated Retinol ซึ่งเป็นการห่อหุ้มเรตินอลให้ค่อยๆ ปล่อยสารบำรุงลงสู่ผิวอย่างช้าๆ ทำให้ลดอาการระคายเคือง แห้งลอก หรือแสบแดง ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของการใช้เรตินอลได้อย่างราบคาบ เนื้อเซรั่มเจลบางเบา ซึมไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ เมื่อใช้ต่อเนื่องร่วมกับสารสกัดอย่าง Licorice Root Extract จะสังเกตได้ชัดเจนว่ารอยดำจากสิวดูจางลง รูขุมขนดูกระชับและตื้นขึ้น นอกจากนี้ยังไม่ลืมที่จะใส่ Niacinamide และเซราไมด์ที่จำเป็นถึง 3 ชนิด เพื่อช่วยปลอบประโลมและสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง (Skin Barrier) ถือเป็นไอเทมผลัดเซลล์ผิวที่ครบจบ อ่อนโยน และให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ยั่งยืนครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • Encapsulated Retinol: เทคโนโลยีแคปซูลห่อหุ้มเรตินอล ค่อยๆ ปล่อยสารบำรุงลงสู่ผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดความเสี่ยงในการระคายเคือง
  • Licorice Root Extract (สารสกัดจากรากชะเอมเทศ): ทำหน้าที่เป็น Brightening Agent ชั้นยอด ช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดงจากสิว และปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ
  • 3 Essential Ceramides: เซราไมด์ที่จำเป็นต่อผิว 3 ชนิด (1, 3, 6-II) ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่ให้ผิวอ่อนแอหลังการผลัดเซลล์
  • Niacinamide (Vitamin B3): ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ และควบคุมความมันส่วนเกิน
  • MVE Technology: นวัตกรรมลิขสิทธิ์เฉพาะของ CeraVe ที่ช่วยควบคุมและปลดปล่อยความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างต่อเนื่องยาวนาน 24 ชั่วโมง
  • Non-comedogenic & Fragrance-free: ปราศจากน้ำหอม ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายและมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

7. MizuMi Advance Retinoic Ester Serum

[เรตินอลเจนใหม่] MizuMi Advance Retinoic Ester Serum 30 ml ลดเลือนริ้วรอย ผิวเฟิร์มกระชับ New retinol - less irritating

4.9
฿ 590 ฿ 1,180
Shopee.co.th

หากคุณกำลังมองหาเซรั่มลดริ้วรอยที่อ่อนโยนแต่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน นาทีนี้คงต้องยกให้ MizuMi Advance Retinoic Ester Serum ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการสกินแคร์ ด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนผิวแพ้ง่ายที่อยากเริ่มต้นใช้เรตินอลแต่กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างผิวแห้งลอกหรืออาการแสบแดง เซรั่มขวดนี้ชูจุดเด่นด้วยการใช้สารสกัดกลุ่ม Retinoic Ester ซึ่งเป็นอนุพันธ์วิตามินเอเจเนอเรชันใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรสูงและก่อให้เกิดการระคายเคืองต่ำกว่าเรตินอลแบบดั้งเดิมมาก

จากการทดลองเนื้อสัมผัสและผลลัพธ์จริง พบว่าเนื้อเซรั่มมีความบางเบา ซึมไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะบนผิว ช่วยฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวให้ดูละเอียด เรียบเนียน รูขุมขนแลดูกระชับ และจัดการปัญหาริ้วรอยแรกเริ่มได้อย่างตรงจุด เมื่อผสานเข้ากับรูทีนบำรุงผิวอย่างต่อเนื่อง จะสัมผัสได้ถึงผิวหน้าที่ดูอิ่มฟูและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถือเป็นสกินแคร์กลุ่ม Anti-Aging ระดับแนวหน้าที่คุ้มค่าแก่การลงทุน และเป็นไอเทมที่สายดูแลผิวหน้าไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • ใช้อนุพันธ์วิตามินเอรูปแบบใหม่ (Retinoic Ester): มอบประสิทธิภาพเทียบเท่าเรตินอล แต่อ่อนโยนต่อผิวมากกว่า ลดโอกาสเกิดผิวลอก แดง หรือระคายเคือง
  • เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้นและคนผิวแพ้ง่าย (Beginner & Sensitive Skin Friendly): สามารถใช้เป็นสกินแคร์รูทีนช่วงกลางคืนได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงรุนแรง
  • จัดการปัญหาริ้วรอยและรูขุมขน: ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลง และช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น
  • เนื้อสัมผัสบางเบา (Lightweight Texture): เซรั่มซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ลึกและรวดเร็ว ไม่ทำให้หน้ามันเยิ้มหรือรู้สึกเหนอะหนะ เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย
  • แพ็กเกจจิ้งทึบแสง: ช่วยรักษาความเสถียรของสารสกัดกลุ่มวิตามินเอให้คงประสิทธิภาพยาวนานจนหยดสุดท้าย

8. The Skinlist Retinal Booster Night Perfecting Lotion

[Best Seller] - The Skinlist Retinal Booster Night Perfecting Lotion (ขนาด 30 กรัม)

4.9
฿ 699 ฿ 999
Shopee.co.th

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ผิวหน้าไม่เรียบเนียน หรือแม้แต่ปัญหาสิวอุดตันกวนใจ และกำลังมองหาสกินแคร์ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนกว่าเรตินอลทั่วไป ขอแนะนำ The Skinlist Retinal Booster Night Perfecting Lotion โลชั่นบำรุงผิวสูตรกลางคืนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในวงการสกินแคร์ชะลอวัย ผลิตภัณฑ์ตัวนี้โดดเด่นด้วยการใช้ “เรตินัล” (Retinaldehyde) ซึ่งเป็นอนุพันธ์วิตามินเอประสิทธิภาพสูงที่สามารถแปลงสภาพเป็นกรดวิตามินเอ (Retinoic Acid) บนผิวได้เร็วกว่าเรตินอลแบบเดิมๆ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพได้อย่างตรงจุด ให้ผลลัพธ์ในการลดเลือนริ้วรอยและปรับเท็กซ์เจอร์ผิวให้ละเอียดฟูขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทว่าออกแบบสูตรมาให้มีความอ่อนโยน ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองน้อยกว่ายาแต้มสิว เนื้อโลชั่นมีความบางเบา ซึมซาบไว ไม่เหนอะหนะ เหมาะอย่างยิ่งที่จะยกให้เป็น “สกินแคร์รูทีน” ตัวจบในยามค่ำคืน สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวหน้าให้กลับมาเรียบเนียน อ่อนเยาว์ และมีสุขภาพดีแบบยั่งยืน

จุดเด่นของตัวนี้

  • ใช้ Retinaldehyde ประสิทธิภาพสูง: ออกฤทธิ์ได้ไวกว่าเรตินอลทั่วไปตามท้องตลาด ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องตื้นและปรับผิวให้เรียบเนียนได้อย่างเห็นผล
  • ลดการเกิดสิวอุดตัน: ด้วยกลไกการผลัดเซลล์ผิวของอนุพันธ์วิตามินเอ จึงช่วยเคลียร์รูขุมขนและลดโอกาสการเกิดสิวใหม่
  • ผสานสารลดการระคายเคือง: มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว (Soothing Ingredients) และเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำให้ใช้ต่อเนื่องได้โดยที่ผิวไม่แห้งลอกรุนแรง
  • เนื้อโลชั่นบางเบา (Perfecting Lotion): ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความมันตกค้าง เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยและคนที่มีผิวมันผสม
  • Packaging ป้องกันการเสื่อมสภาพ: บรรจุภัณฑ์ออกแบบมาเพื่อปกป้องความเสถียรของเรตินัลจากแสงและอากาศ ทำให้ส่วนผสมคงความสดใหม่จนหยดสุดท้าย

9. SKINTIFIC Retinol Skin Renewal Serum

SKINTIFIC Retinol Skin Renewal Serum 20ml สคินทิฟฟิค เรตินอล เซรั่มบำรุงผิวหน้า เรตินอล สกินแคร์ ทำให้ผิวเรียบเนียน

4.9
฿ 419 ฿ 1,074
Shopee.co.th

ถ้าพูดถึงสกินแคร์ต่อต้านริ้วรอยที่กำลังเป็นกระแสและได้รับคำชมจากผู้ใช้จริงอย่างล้นหลามในตอนนี้ ต้องยกให้ SKINTIFIC Retinol Skin Renewal Serum เซรั่มเรตินอลที่มาฉีกกฎความเชื่อเดิมๆ ว่าการใช้เรตินอลจะต้องหน้าลอก แสบแดง หรือระคายเคืองเสมอไป! ตัวนี้ตอบโจทย์มากสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี เพราะเขามาพร้อมกับนวัตกรรม Encapsulated Retinol ที่ค่อยๆ ปล่อยสารสกัดลงสู่ผิวอย่างต่อเนื่องและอ่อนโยน ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ กระชับรูขุมขน และปรับสมดุลผิวให้เรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความประทับใจจากการทดลองใช้คือเนื้อเซรั่มมีความบางเบา ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนใบหน้า นอกจากนี้ยังผสานพลังของเซราไมด์ (Ceramide) ที่ช่วยปลอบประโลมและเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ทำให้คนที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้แบบไม่ต้องกังวล ถือเป็นไอเทมกู้หน้าเด็กที่ลงตัวมาก ใครที่กำลังมองหาเรตินอลสำหรับมือใหม่ที่หวังผลลัพธ์ได้จริง ปลอดภัย และราคาจับต้องได้ ขวดนี้คือการลงทุนเพื่อผิวที่คุณไม่ควรพลาดครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • เทคโนโลยี Time-released Encapsulated Retinol: นวัตกรรมห่อหุ้มเรตินอลที่ช่วยให้สารสกัดซึมซาบและทำงานในชั้นผิวได้อย่างยาวนาน อ่อนโยน ลดโอกาสการระคายเคือง
  • ผสาน 3 พลังกู้ผิว (Retinol, Ceramide, Peptide): ไม่ใช่แค่ลดริ้วรอย แต่ยังมีเซราไมด์ที่ช่วย เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และเปปไทด์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวเฟิร์มกระชับ
  • เนื้อสัมผัสบางเบา (Lightweight Texture): เนื้อเซรั่มเกลี่ยง่าย ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม สามารถเลเยอร์กับสกินแคร์ตัวอื่นได้ง่าย
  • เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น (Beginner-Friendly): ความเข้มข้นอยู่ในระดับที่ปลอดภัย เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่วงการ เรตินอลสำหรับมือใหม่
  • ปราศจากสารก่อการระคายเคือง: ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ พาราเบน และน้ำหอม ทำให้กลุ่มคน ผิวแพ้ง่ายใช้ได้

10. SOME BY MI Retinol Intense Reactivating Serum

SOME BY MI Retinol Intense Reactivating Serum [30ml], เซรั่มเรตินอล, ผิวกระจก

4.9
฿ 745 ฿ 1,146
Shopee.co.th

ถ้าพูดถึงไอเทมกู้ผิวต้านแก่ที่ฮิตติดลมบนและเป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น (Beginner-friendly) คงหนีไม่พ้น SOME BY MI Retinol Intense Reactivating Serum เซรั่มเรตินอลตัวดังจากฝั่งสกินแคร์เกาหลีที่ออกแบบมาเพื่อสยบปัญหาผิวแห่งวัยโดยเฉพาะ! ใครที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ หรือรูขุมขนกว้าง ตัวนี้ตอบโจทย์มากครับ เพราะเขาผสานพลัง 3 ทหารเสืออย่าง Retinol, Retinal และ Bakuchiol (เรตินอลจากธรรมชาติ) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบจัดเต็ม แต่จุดที่ผมในฐานะนักรีวิวประทับใจสุดๆ คือการใช้เทคโนโลยี Elastic-Liposome ที่ห่อหุ้มสารสกัดให้ซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างตรงจุด พร้อมใส่สารปลอบประโลมผิวมาแน่นขวด ทำให้ลดความเสี่ยงในการระคายเคือง คนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถเปิดใจใช้เรตินอลสำหรับมือใหม่ตัวนี้ได้แบบไม่ต้องกลัวหน้าลอกแดง เป็นเซรั่มลดริ้วรอยที่ให้ผลลัพธ์ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส และดูเด็กลงอย่างยั่งยืน คุ้มค่าแก่การลงทุนสุดๆ ครับ

จุดเด่นของตัวนี้

  • Triple Synergy System: ผสานพลัง 3 สารสกัด (Retinol 0.1%, Retinal 1 ppm และ Bakuchiol 5,000 ppm) ช่วยต่อต้านริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม
  • เทคโนโลยี Elastic-Liposome: ช่วยนำพาสารสกัดบำรุงซึมลึกเข้าสู่ผิวชั้นในได้ดีขึ้น โดยไม่สูญเสียความเข้มข้นระหว่างทาง
  • อ่อนโยนขั้นสุด ผิวแพ้ง่ายใช้ได้: ผ่านการทดสอบ Hypoallergenic ปลอดภัยสำหรับผิวบอบบาง ลดอาการระคายเคือง แสบ แดง ลอก ที่มักพบจากการใช้เรตินอลทั่วไป
  • ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier): มีส่วนผสมของ Ceramide, Panthenol และ Centella Asiatica ช่วยปลอบประโลมผิวและเสริมความแข็งแรงให้ผิวสู้กับมลภาวะ
  • เนื้อสัมผัสบางเบา: เนื้อเซรั่มสีเหลืองอ่อน เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถเลเยอร์ร่วมกับมอยส์เจอไรเซอร์ตัวอื่นได้สบายๆ

ตารางเปรียบเทียบ 10 เรตินอล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

เพื่อให้คุณเลือก “ตัวที่ใช่” ได้ง่ายขึ้น ผมสรุปข้อมูลเชิงลึกของทั้ง 10 ตัวมาไว้ในตารางเดียวครับ โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีการนำส่งสาร (Delivery System) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสกินแคร์ในปี 2026 นี้

ลำดับชื่อแบรนด์ความเข้มข้นของเรตินอล/เรติแนลส่วนผสมเด่นเหมาะสำหรับสภาพผิว
1La Roche-Posay Retinol B30.3% (Pure + Gradual Release)Vitamin B3 (Niacinamide), HEPESผิวบอบบาง มีริ้วรอยเริ่มแรก
2HER HYNESS Bio-Retinal0.05% Liposomal RetinaldehydeMelatonin, Peptidesผิวอ่อนล้า ต้องการฟื้นฟูเร่งด่วน (สาย Clean Beauty)
3Dr.PONG Retinal-X (Gen2)0.04% – 0.05% RetinaldehydeCentella, Biosaccharide Gum-1ผิวมัน รูขุมขนกว้าง ต้องการความคุ้มค่า
4INGU Green Tea Retinol0.1% Encapsulated RetinolForest Green Tea, Ceramideผิวแพ้ง่าย มือใหม่หัดใช้เรตินอล
5Nectapharma Ageless Dual Encap0.1% Dual Encapsulated RetinalPeptides, Hyaluronic Acidผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก ต้องการผลลัพธ์ระดับสูง
6CeraVe Resurfacing RetinolEncapsulated Retinol (สูตรอ่อนโยน)3 Essential Ceramides, Licorice Rootผิวที่มีรอยดำจากสิว และผิวไม่เรียบเนียน
7MizuMi Retinoic Ester1% HPR (Advanced Retinoid)6 Peptides, Ceramideผิวแพ้ง่ายมาก แต่อยากลดริ้วรอย
8The Skinlist Retinal Booster0.1% RetinaldehydeVitamin B12, Centella, Ceramide NPผิวเป็นสิวง่าย และผู้ที่เคยใช้เรตินอลมาก่อน
9SKINTIFIC Retinol Renewal0.1% Encapsulated Retinol5X Ceramide, Panthenolผิวขาดสมดุล ต้องการผลัดเซลล์ผิวแบบไม่แห้งตึง
10SOME BY MI Retinol Eye Cream0.1% Retinol + RetinalCollagen, Peptides, Niacinamideผิวรอบดวงตา และริ้วรอยเฉพาะจุด (ร่องแก้ม, คอ)

วิธีเลือกซื้อเรตินอลให้เหมาะกับสภาพผิว

การเริ่มต้นใช้เรตินอลอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่ายหากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้ผิวได้รับประโยชน์สูงสุดและลดผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด นี่คือ 4 หลักการสำคัญในการเลือกซื้อเรตินอลให้เหมาะกับผิวของคุณครับ

1. พิจารณาจากความเข้มข้น (Concentration) หัวใจสำคัญของการใช้เรตินอลคือ “การค่อยๆ ให้ผิวปรับตัว” ไม่ควรใจร้อนใช้เปอร์เซ็นต์สูงตั้งแต่เริ่มต้น

  • สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย: ควรเริ่มต้นที่ความเข้มข้น 0.1% เพื่อให้ผิวค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยกับอนุพันธ์วิตามินเอโดยไม่ก่อให้เกิดการลอกแดงอย่างรุนแรง
  • สำหรับผู้ที่ผิวปรับตัวได้แล้ว: เมื่อใช้ความเข้มข้นต่ำจนผิวแข็งแรงขึ้นและไม่เกิดอาการระคายเคือง (มักใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน) สามารถขยับความเข้มข้นขึ้นมาเป็น 0.3% – 1% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

2. เทคโนโลยีการบรรจุ (Encapsulation) แนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น “Encapsulated Retinol” เทคโนโลยีนี้คือการนำเรตินอลไปบรรจุไว้ในแคปซูลขนาดจิ๋ว (Lipid sphere) ซึ่งมีข้อดีมหาศาลคือ

  • ลดการระคายเคือง: แคปซูลจะค่อยๆ ปลดปล่อยสารเรตินอลลงสู่ผิวอย่างช้าๆ (Time-release) ทำให้ผิวไม่ต้องรับสารเข้มข้นจัดในคราวเดียว
  • เพิ่มความเสถียร: แคปซูลช่วยปกป้องตัวเรตินอลไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนที่จะซึมลงสู่ผิว ทำให้ส่วนผสมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่

3. บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เรตินอลเป็นสารที่ “อ่อนไหว” และเสื่อมสภาพได้ง่ายมากเมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์และออกซิเจน ดังนั้นบรรจุภัณฑ์จึงเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

  • ต้องทึบแสง: ขวดหรือหลอดต้องทึบแสงเพื่อป้องกันรังสี UV เข้าไปทำลายโครงสร้างของเรตินอล
  • ระบบขวดปั๊มสุญญากาศ (Airless Pump): เป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด เพราะป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปสัมผัสกับเนื้อครีม (หลีกเลี่ยงการซื้อเรตินอลที่บรรจุในกระปุกแบบเปิดฝาตัก หรือขวดแก้วดรอปเปอร์ใสๆ)

4. ส่วนผสมลดการระคายเคือง (Soothing Ingredients) เนื่องจากผลข้างเคียงหลักของเรตินอลคือทำให้ผิวแห้ง ลอก และระคายเคือง ผลิตภัณฑ์ที่ดีจึงควรมีการใส่ส่วนผสมเสริมที่ช่วยปลอบประโลมและเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ควบคู่มาด้วย เช่น:

  • Ceramide (เซราไมด์): ช่วยเติมไขมันในชั้นผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำ และทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรง
  • Niacinamide (วิตามินบี 3): ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการแดง อาการอักเสบ และช่วยเสริมการทำงานของเรตินอลในการปรับสีผิว
  • Centella Asiatica (สารสกัดจากใบบัวบก): โดดเด่นเรื่องการลดการอักเสบ สมานแผล และปลอบประโลมผิวที่ระคายเคืองได้อย่างยอดเยี่ยม

ข้อควรระวังและวิธีใช้เรตินอลอย่างปลอดภัย

การใช้เรตินอลในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปครับ หากเราเข้าใจหลักการทำงานของมันอย่างถูกต้อง หัวใจสำคัญของการใช้กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอให้เห็นผลสูงสุดโดยที่หน้าไม่ลอกเป็นขุย หรือเกิดอาการ “เห่อ” (Purging) คือการให้เวลาผิวได้ปรับตัวและพักผ่อน นี่คือกลยุทธ์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังทั่วโลกแนะนำครับ

Skin Cycling: สูตรลับการใช้เรตินอลฉบับมือโปร

เพื่อให้ผิวได้รับประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลข้างเคียง เราจะแบ่งรูทีนตอนกลางคืนออกเป็นรอบ 4 วัน ดังนี้ครับ:

  • คืนที่ 1: Exfoliation (ผลัดเซลล์ผิว) ใช้ AHA หรือ BHA เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เปิดทางให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น
  • คืนที่ 2: Retinol (ลงเรตินอล) ทาเซรั่มเรตินอลที่คุณเลือกในปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียวทั่วใบหน้า
  • คืนที่ 3 และ 4: Recovery (ฟื้นฟูผิว) งดสารออกฤทธิ์แรงๆ แล้วเน้นไปที่การเติมความชุ่มชื้นด้วย Ceramide, Hyaluronic Acid หรือ Panthenol เพื่อซ่อมแซมปราการผิว

เทคนิค Sandwich Method สำหรับผิวบอบบาง

หากคุณเพิ่งเริ่มใช้เรตินอลเป็นครั้งแรก หรือมีผิวที่ไวต่อการระคายเคือง ผมแนะนำให้ใช้เทคนิค “Sandwich Method” ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดความเข้มข้นของการสัมผัสโดยตรงแต่ยังคงผลลัพธ์ที่ดี:

  1. เลเยอร์ที่ 1: ทามอยส์เจอไรเซอร์บางๆ ทั่วใบหน้าหลังจากล้างหน้าสะอาด (ขณะผิวแห้งสนิท)
  2. เลเยอร์ที่ 2: แต้มเรตินอลลงไปในจุดที่ต้องการ หรือทาบางๆ ทับมอยส์เจอไรเซอร์
  3. เลเยอร์ที่ 3: ทามอยส์เจอไรเซอร์ทับอีกครั้งเพื่อล็อกความชุ่มชื้นและสร้างเกราะป้องกัน

เน้นย้ำ: ครีมกันแดดคือ “ภาคบังคับ” ในตอนเช้า

เรตินอลจะทำให้ผิวของคุณไวต่อแสงแดดมากขึ้น (Photosensitivity) ดังนั้นการทา ครีมกันแดด Broad Spectrum SPF 50+ PA++++ ในตอนเช้าจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด แม้ว่าคุณจะอยู่แต่ในอาคารก็ตาม หากละเลยขั้นตอนนี้ ริ้วรอยและจุดด่างดำอาจกลับมาเข้มกว่าเดิม ซึ่งจะขัดกับวัตถุประสงค์ในการใช้เรตินอลครับ

SEO Requirements: LSI Keywords สำหรับการใช้งานอย่างปลอดภัย

  • Retinol Purging vs Breakout (อาการเห่อจากการใช้เรตินอล)
  • Skin Barrier Health (สุขภาพของปราการผิว)
  • Moisture Barrier Repair (การซ่อมแซมชั้นความชุ่มชื้น)
  • Evening Skincare Routine 2026 (รูทีนดูแลผิวตอนกลางคืนปี 2026)
  • Sun Sensitivity (ภาวะผิวไวต่อแสง)
  • Sandwich technique for Retinol (เทคนิคการทาเรตินอลแบบแซนด์วิช)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การใช้เรตินอลทำให้เกิดภาวะสิวเห่อ หรือ “ดันสิว” (Purging) เสมอไปหรือไม่?

ภาวะดันสิวหรือ Skin Purging จากการใช้เรตินอลเป็นปฏิกิริยาที่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากสารสกัดชนิดนี้มีฤทธิ์ในการเร่งการผลัดเซลล์ผิว (Cell Turnover) ซึ่งจะดันสิ่งสกปรกและสิวอุดตันที่อยู่ใต้ชั้นผิวให้ปรากฏขึ้นมาเร็วกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ใช้ทุกคนที่จะประสบปัญหานี้ หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีปล่อยสารสกัดอย่างช้าๆ (Encapsulated) หรือมีความเข้มข้นต่ำร่วมกับการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างเพียงพอ ก็จะสามารถลดโอกาสการเกิดภาวะดันสิวและการระคายเคืองได้อย่างมีนัยสำคัญ

สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร สามารถใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอลได้หรือไม่?

ทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมีข้อห้ามอย่างชัดเจนว่า สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร “ห้ามใช้” ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลและอนุพันธ์วิตามินเอทุกชนิด เนื่องจากสารดังกล่าวสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดและอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผิดปกติรุนแรงได้ สำหรับสตรีมีครรภ์ที่ต้องการดูแลเรื่องริ้วรอย ขอแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้สารสกัดทดแทนที่ปลอดภัยกว่า เช่น บาคุชิออล (Bakuchiol) หรือเปปไทด์ (Peptides) แทน

ควรทาเรตินอลทุกวันหรือไม่ และมีขั้นตอนการใช้อย่างไรสำหรับผู้เริ่มต้น?

สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน ไม่แนะนำให้ทาเรตินอลทุกวันในช่วงแรก เนื่องจากผิวจำเป็นต้องมีระยะเวลาในการสร้างความคุ้นเคย (Retinization) ควรเริ่มต้นโดยการทาเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ในเวลากลางคืน โดยใช้ปริมาณเพียงเท่าเมล็ดถั่วเขียว ทาลงบนผิวที่แห้งสนิทเพื่อลดการดูดซึมที่เร็วเกินไปอันจะก่อให้เกิดการระคายเคือง เมื่อผิวเริ่มปรับตัวได้และไม่มีอาการแดงหรือลอก จึงค่อยๆ เพิ่มความถี่เป็นวันเว้นวัน หรือทุกวันตามลำดับ

เรตินอลห้ามใช้ร่วมกับส่วนผสม (Active Ingredients) ชนิดใดบ้าง?

ในขั้นตอนการดูแลผิวรอบเดียวกัน (Routine) ควรหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอลควบคู่กับผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวสูง เช่น AHA (Glycolic Acid), BHA (Salicylic Acid) หรือวิตามินซีเข้มข้น (Ascorbic Acid) เนื่องจากการรวมตัวของสารเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสในการระคายเคือง ทำให้ผิวแห้งลอก แดง และทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอลง หากจำเป็นต้องใช้ ควรแบ่งการใช้งาน เช่น ใช้วิตามินซีในตอนเช้า และใช้เรตินอลในเวลากลางคืนเท่านั้น

บทส่งท้าย

การตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อ เรตินอล ยี่ห้อไหนดี นั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นที่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการเลือกสูตรที่สอดคล้องกับสภาพผิว ความสามารถในการทนทานต่อสารสกัด (Tolerance) รวมถึงการดูแลปกป้องผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดอย่างเคร่งครัด การใช้สกินแคร์กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและระยะเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยที่ตื้นขึ้นและโครงสร้างผิวที่เรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน

สำหรับผู้ที่ยังลังเล ทางกองบรรณาธิการขอเสนอ 3 ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดในปี 2026 ได้แก่:

  • La Roche-Posay Retinol B3 Serum: ซึ่งเราขอยกให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งด้านความอ่อนโยนและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อผิวแพ้ง่าย ด้วยโมเลกุลที่ค่อยๆ ปลดปล่อยสารบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ
  • INGU Green Tea Retinol Serum Shot: หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการนี้ นี่คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด ด้วยความเข้มข้นที่พอเหมาะ ผสมผสานสารต้านอนุมูลอิสระจากชาเขียวที่ช่วยลดโอกาสการระคายเคือง
  • Dr.PONG Retinal-X Activein Serum (Gen2): และสำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่า ตัวนี้ถือเป็นตัวเลือกในหมวดหมู่ราคาเข้าถึงง่ายที่ให้ผลลัพธ์ในระดับ Clinical-grade ซึ่งให้ผลลัพธ์เชิงบวกเกินราคาไปมากครับ

นอกเหนือจากการเลือกใช้เซรั่มบำรุงผิวในกลุ่มต่อต้านริ้วรอยแล้ว การสร้างปราการผิวให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณผู้อ่านต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟื้นบำรุงผิวระหว่างการใช้เรตินอล สามารถเข้าไปอ่านบทความแนะนำ 10 มอยส์เจอไรเซอร์เสริมเกราะป้องกันผิวที่ดีที่สุด รวมไปถึงการปกป้องผิวจากรังสียูวีในบทความ รีวิวครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อให้การดูแลผิวของคุณครบวงจรและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →