เชื่อว่าหลายคนกำลังเจอปัญหานี้… เตาอบไมโครเวฟ คู่ใจที่ใช้มานานเริ่มงอแง หรือบางทีเครื่องยังใช้ได้แต่ดีไซน์ดัน “หลุดยุค” วางตรงไหนก็ดูขัดตา ยิ่งใครที่กำลังอินกับการแต่งบ้าน หรืออยากเริ่มทำอาหารคลีนทานเอง แต่เจอปัญหาเวฟแล้วอาหารแห้งแข็ง ไม่น่าทาน ก็คงถึงเวลาที่ต้องมองหาตัวช่วยใหม่แล้วครับ
ก้าวเข้าสู่ปี 2026 เทรนด์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว 2026 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ยุคนี้ไมโครเวฟไม่ได้มีหน้าที่แค่ “อุ่นอาหาร” อีกต่อไป แต่ต้องทำหน้าที่เป็นของแต่งบ้านได้ด้วย โดยเฉพาะเทรนด์ ไมโครเวฟ มินิมอล สีดำด้านหรือขาวคลีนที่กำลังมาแรง นอกจากความสวยงามแล้ว ฟังก์ชันความประหยัดพลังงานอย่างระบบ Inverter และความสามารถในการปรุงอาหารที่หลากหลายก็เป็นสิ่งที่ขาดยไม่ได้
ถ้าคุณกำลังลังเลและไม่อยากเสียเงินซ้ำซ้อน บทความนี้จะพาไปดูว่า ไมโครเวฟ ยี่ห้อไหนดี โดยผมได้คัดเลือก 10 รุ่นเด็ดจากแบรนด์ชั้นนำที่การันตีแล้วว่า “คุ้มค่าที่สุด” ทั้งสเปกและราคา เงินทุกบาทต้องไม่เสียเปล่า พร้อมตารางเปรียบเทียบชัดๆ ท้ายบทความเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไปดูกันเลยครับ!
รีวิว 10 ไมโครเวฟ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รุ่นไหนคุ้มค่าสุด?
1. Hitachi รุ่น HMR-DG2413 BK ขนาด 24 ลิตร
Hitachi รุ่น HMR-DG2413 BK ถือเป็นตัวเลือกที่ “ฉลาดเลือก” และโดดเด่นที่สุดในกลุ่มสินค้านี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหา ไมโครเวฟ ดิจิตอล ที่ให้ความแม่นยำสูงในการควบคุมเวลา ซึ่งเหนือกว่าระบบลูกบิดทั่วไปอย่างชัดเจน ด้วยขนาดความจุ 24 ลิตร ถือเป็น Sweet Spot ที่ลงตัว ไม่เล็กจนใส่อาหารกล่องใหญ่ไม่ได้ และไม่ใหญ่เทอะทะจนกินพื้นที่ครัว จุดแข็งที่ทำให้รุ่นนี้เป็น “ตัวท็อป” คือ กำลังไฟ 900 วัตต์ (High Power) ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานตลาดทั่วไป (700-800 วัตต์) ช่วยให้ อุ่นอาหารรวดเร็ว ยิ่งขึ้น ประหยัดเวลาในชั่วโมงเร่งด่วนได้จริง สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือระบบ Combination Cooking ที่ผสานการทำงานระหว่างคลื่นไมโครเวฟและระบบย่าง ทำให้คุณสามารถรังสรรค์เมนูย่างไก่หรืออบชีสให้มีสีสวยน่าทาน ไม่แฉะหรือซีดชืดเหมือนการเวฟปกติ ตัวเครื่องดีไซน์สีดำหน้าจอกระจกนิรภัย ให้ความรู้สึกพรีเมียมและเช็ดทำความสะอาดง่าย ตอบโจทย์เทรนด์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว 2026 ที่ต้องสวยและเก่งไปพร้อมกันครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ระบบ Digital Control: ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มกดอิเล็กทรอนิกส์ แม่นยำ ตั้งเวลาได้ละเอียดระดับวินาที พร้อมหน้าจอ LED แสดงสถานะชัดเจน
- High Power 900W: กำลังไฟไมโครเวฟสูงถึง 900 วัตต์ ทำความร้อนได้เร็วกว่ารุ่นทั่วไป ช่วยประหยัดเวลาปรุงอาหาร
- ระบบย่าง (Grill) & Combination: มีขดลวดความร้อนสำหรับย่าง และฟังก์ชันผสม (Microwave + Grill) ช่วยให้อาหารสุกจากข้างในและเกรียมสวยที่ภายนอก
- Automatic Menu 11 โปรแกรม: มีเมนูอัตโนมัติมาให้ถึง 11 แบบ ช่วยให้การทำอาหารยากๆ เป็นเรื่องง่ายเพียงกดปุ่มเดียว
- ระบบละลายน้ำแข็งอัจฉริยะ (Defrost): สามารถเลือกละลายน้ำแข็งได้ทั้งแบบระบุน้ำหนัก หรือระบุเวลา
- Child Safety Lock: มีระบบล็อคป้องกันเด็กกดเล่น เพิ่มความปลอดภัยให้กับครอบครัว
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
ถึงแม้ราคาจะสูงที่สุดในกลุ่ม (ประมาณ 3,xxx บาท) แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้คือ “ระบบดิจิทัล + กำลังไฟสูง + ฟังก์ชันย่าง” ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะคุณได้เตาอบไมโครเวฟที่เป็นกึ่งเตาอบขนาดย่อมๆ ใช้งานได้หลากหลายกว่าแค่การอุ่นแกงถุง เหมาะสำหรับคอนโดหรือบ้านยุคใหม่ที่ต้องการประหยัดพื้นที่และเน้นคุณภาพการใช้งานระยะยาวครับ
2. Electrolux รุ่น EMG23K22B ขนาด 23 ลิตร
Electrolux รุ่น EMG23K22B คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคนที่เบื่ออาหารเวฟที่นิ่มแฉะไม่น่ารับประทานครับ รุ่นนี้มาพร้อมคอนเซปต์ UltimateTaste 300 ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน ไมโครเวฟพร้อมระบบย่าง (2-in-1) ในเครื่องเดียว ช่วยแก้ Pain Point หลักของการใช้ไมโครเวฟได้อย่างตรงจุด คือสามารถ “อุ่นและย่าง” ได้พร้อมกัน ทำให้อาหารอย่างไก่ทอด, พิซซ่า หรือเบเกอรี่ที่นำมาอุ่นซ้ำ กลับมากรอบอร่อย สีสันน่าทานเหมือนเพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ ไม่ซีดชืด ความจุ 23 ลิตร เป็นขนาดที่ขยับขึ้นมาจากรุ่นเริ่มต้น ทำให้มีพื้นที่ จานหมุนขนาดใหญ่ รองรับชามแกงใบโตหรือไก่ทั้งตัวได้สบาย ดีไซน์ภายนอกเป็นสีดำด้านตัดกับงานประกอบที่แน่นหนา ให้ลุคที่ดูพรีเมียมและเป็น ไมโครเวฟ มินิมอล ที่วางโชว์ในครัวได้ไม่อายใคร แม้จะเป็นระบบควบคุมแบบลูกบิดหมุน (Mechanical) แต่ก็แลกมาด้วยความทนทาน ใช้งานง่ายแบบไม่ต้องเรียนรู้เยอะ ผู้สูงอายุก็สามารถใช้งานได้สะดวกทันทีครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ฟังก์ชันผสม 2-in-1: ผสานระบบไมโครเวฟและขดลวดความร้อนสำหรับย่าง (Grill) ช่วยให้อาหารสุกทั่วถึงและมีสีสวย
- ความจุ 23 ลิตร & จานหมุน 270 มม.: พื้นที่ภายในกว้างขวาง ใส่ภาชนะขนาดใหญ่ได้สะดวกกว่ารุ่น 20 ลิตร
- กำลังไฟไมโครเวฟ 800 วัตต์ / ย่าง 1000 วัตต์: ให้ความร้อนสูง ปรุงอาหารสุกไว
- ปรับระดับความร้อน 5 ระดับ: เลือกความแรงได้ตามความเหมาะสมของเมนูอาหาร
- ระบบละลายอาหารแช่แข็ง: เพียงกำหนดเวลา ก็สามารถละลายน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
- ดีไซน์ประตูบานกระจก: ทนความร้อนสูง ป้องกันรอยขีดข่วน และเช็ดคราบมันออกได้ง่าย
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
นี่คือรุ่นที่ “คุ้มค่าที่สุดในสายทำอาหาร” สำหรับงบประมาณไม่เกิน 3,000 บาทครับ เพราะส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นธรรมดาเพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่สิ่งที่คุณได้กลับมาคือ “ฟังก์ชันย่าง” ที่ใช้งานได้จริง และขนาดความจุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มลูกเล่นในการทำเมนูต่างๆ ได้มหาศาล ใครที่ชอบทานของทอดอุ่นร้อนหรือเมนูอบชีส รุ่นนี้คือ Must Have ครับ
3. Midea รุ่น AM823ABV ขนาด 23 ลิตร
Midea รุ่น AM823ABV เป็นตัวแทนของความทันสมัยในราคาที่จับต้องได้ครับ จุดเด่นที่สุดที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจคือระบบควบคุมแบบ ดิจิทัล (Digital Control) ที่เข้ามาแก้ปัญหาความไม่แม่นยำของระบบลูกบิดหมุนเดิมๆ ให้คุณ ตั้งเวลาอุ่นอาหาร ได้ละเอียดระดับวินาที หรือเลือกใช้เมนูอัตโนมัติที่เครื่องคำนวณมาให้แล้วเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ต้องกังวลเรื่องกะเวลาผิดจนอาหารไหม้หรือเย็นเกินไป ขนาดความจุ 23 ลิตร เป็นไซส์มาตรฐานที่ขยับขยายพื้นที่ให้กว้างขวางกว่ารุ่น 20 ลิตรทั่วไป รองรับจานหรือชามแกงขนาดใหญ่ได้สบาย ตัวเครื่องดีไซน์แบบ New Series เน้นความเรียบหรูด้วยหน้าจอแสดงผล LED ชัดเจน ช่วยยกระดับครัวให้ดูโมเดิร์นขึ้นทันตา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบความสะดวกรวดเร็วครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ระบบ Digital Touch: ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มกดดิจิทัล ใช้งานง่าย แม่นยำ และเช็ดทำความสะอาดง่ายกว่าปุ่มนูน
- Express Cook: ฟังก์ชันอุ่นด่วน (เช่น กดปุ่ม Start เพิ่มเวลาทีละ 30 วินาที) ช่วยให้การใช้งานในชั่วโมงเร่งด่วนสะดวกที่สุด
- Defrost by Weight/Time: ระบบละลายน้ำแข็งที่เลือกได้ทั้งตามน้ำหนักหรือเวลา เพื่อถนอมเนื้อสัมผัสของอาหาร
- ความจุ 23 ลิตร: พื้นที่ภายในกว้าง ระบายความร้อนได้ดี และใส่อาหารได้ปริมาณมากกว่า
- Child Safety Lock: มีระบบล็อคปุ่มกด ป้องกันเด็กเล็กมาสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ
- รับประกันยาวนาน: (ตามมาตรฐาน Midea) มักมาพร้อมการรับประกันแมคนีตรอนที่ยาวนาน สร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
หากคุณต้องการหนีจากระบบลูกบิดแบบเก่า (Analog) มาเป็น ไมโครเวฟ ดิจิตอล แต่ไม่อยากจ่ายแพงถึงหลักสามพันบาท รุ่นนี้คือ “Best Value Digital Choice” ครับ เพราะได้ฟังก์ชันที่ทันสมัย หน้าตาสวยงาม ในราคาที่เป็นมิตร แถมยังได้ขนาดความจุที่ใหญ่กำลังดี เป็นรุ่นที่ซื้อไปแล้วรู้สึกว่าได้ของเกินราคาแน่นอน
4. Midea รุ่น MM720CJ9 ขนาด 20 ลิตร
Midea รุ่น MM720CJ9 คือนิยามของคำว่า “ของดีราคาถูก” ที่มีอยู่จริงครับ ยกให้เป็น ไมโครเวฟ ราคาถูก ที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดตอนนี้ เหมาะมากสำหรับนักศึกษา ชาวหอพัก หรือคนที่ต้องการแค่เครื่องมืออุ่นอาหารง่ายๆ โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเป็น แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นระบบลูกบิด (Manual) แต่ความแข็งแรงทนทานนั้นหายห่วง ตัวเครื่องมาในขนาดกะทัดรัด 20 ลิตร ประหยัดพื้นที่วางบนเคาน์เตอร์ครัวได้ดีเยี่ยม ใช้งานง่ายด้วยปุ่มหมุนเพียง 2 ปุ่ม คือปรับความร้อนและตั้งเวลา ไม่ซับซ้อน ผู้สูงอายุก็ใช้ได้ทันที จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ชนะขาดลอยคือ การรับประกัน ที่กล้าให้มาแบบจัดเต็ม (รับประกันตัวเครื่อง 3 ปี และแมคนีตรอนถึง 10 ปี) ซึ่งหาได้ยากมากในสินค้าราคาหลักพันต้นๆ ถือเป็นการการันตีคุณภาพจากผู้ผลิตที่ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างสบายใจยาวนานครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ระบบควบคุมแบบลูกบิด (Mechanical Control): ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ทนทานต่อการใช้งานหนัก
- ปรับความร้อนได้ 5 ระดับ: เลือกปรับได้ตามความเหมาะสม ตั้งแต่อุ่นเบาๆ ไปจนถึงความร้อนสูงสำหรับการปรุงสุก
- ระบบละลายน้ำแข็ง (Defrost): ละลายอาหารแช่แข็งได้รวดเร็ว โดยยังคงสภาพเนื้อสัมผัสที่ดี
- ตั้งเวลาสูงสุด 35 นาที: เพียงพอสำหรับการทำอาหารเมนูพื้นฐานและการอุ่นอาหารทั่วไป
- Super Long Warranty: โดดเด่นด้วยการรับประกันแมคนีตรอนยาวนานถึง 10 ปี สร้างความมั่นใจเรื่องอะไหล่หลัก
- ดีไซน์กะทัดรัด: ออกแบบมาเพื่อประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่จำกัด
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
ถ้าโจทย์ของคุณคือ “เน้นราคาประหยัด และใช้งานแค่อุ่นอาหาร” ไม่มีรุ่นไหนตอบโจทย์ได้ดีไปกว่าตัวนี้ครับ ด้วยราคาค่าตัวที่ถูกที่สุดในกลุ่ม (ประมาณ 1,5xx บาท) แต่ได้ความอุ่นใจจากการรับประกันระดับแบรนด์ใหญ่ ถือเป็นการลงทุนที่เสี่ยงน้อยที่สุด เงินทุกบาทของคุณจะถูกใช้ไปกับฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นจริงๆ โดยไม่มีลูกเล่นเกินความจำเป็นมาเพิ่มราคาครับ
5. Electrolux รุ่น EMM20K22B ขนาด 20 ลิตร
Electrolux รุ่น EMM20K22B คือบทพิสูจน์ว่า “ไมโครเวฟราคาประหยัด ไม่จำเป็นต้องหน้าตาธรรมดา” เสมอไปครับ รุ่นนี้โดดเด่นที่สุดในเรื่องของ งานดีไซน์ ตามแบบฉบับ UltimateTaste 300 ที่มีความเป็น Scandinavian สูงมาก ตัวเครื่องสีดำด้านตัดกับหน้าบานกระจกนิรภัยเต็มแผ่น ให้ลุคที่ดูคลีนและพรีเมียมเกินราคา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหา ไมโครเวฟ ดีไซน์สวย เพื่อนำไปวางตกแต่งในคอนโดหรือครัวสไตล์มินิมอล โดยไม่ขัดสายตาเหมือนรุ่นราคาถูกทั่วไป แม้จะเป็นระบบลูกบิด (Mechanical) แต่ Electrolux ออกแบบมาให้หมุนง่าย นุ่มนวล และทนทาน ด้านประสิทธิภาพหายห่วงด้วยกำลังไฟ 800 วัตต์ ซึ่งถือว่าแรงดีทีเดียวสำหรับรุ่น 20 ลิตร (ปกติรุ่นเล็กมักให้มาแค่ 700 วัตต์) ช่วยให้อุ่นแกงหรือละลายอาหารแช่แข็งได้รวดเร็วทันใจ นอกจากนี้ภายในห้องอบยังเคลือบสารที่เช็ดทำความสะอาดง่าย ลดปัญหาคราบอาหารฝังแน่น กลิ่นอับไม่พึงประสงค์ เป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานจริงครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ดีไซน์ UltimateTaste 300: รูปลักษณ์ทันสมัย สีดำสนิท เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ครัวยุคใหม่ได้ง่าย
- กำลังไฟ 800 วัตต์: ให้ความร้อนสูงกว่ามาตรฐานรุ่น 20 ลิตรทั่วไป ช่วยให้อุ่นอาหารสุกไวขึ้น
- จานหมุนแก้วขนาด 25.5 ซม.: ขนาดใหญ่พอดีสำหรับจานข้าวมาตรฐาน อาหารสุกทั่วถึง
- ปรับความร้อน 5 ระดับ: ครอบคลุมทุกการใช้งานตั้งแต่อุ่นนม ละลายน้ำแข็ง ไปจนถึงต้มซุป
- ประตูกระจกนิรภัย: แข็งแรง ทนความร้อน และเช็ดคราบมันออกง่ายกว่าพลาสติก
- ระบบลูกบิด Easy Knob: ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ จับถนัดมือ หมุนปรับเวลาและระดับความร้อนได้แม่นยำ
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
ถ้าคุณมีงบประมาณ 1,xxx กลางๆ และให้ความสำคัญกับ “รูปลักษณ์หน้าตา” พอๆ กับฟังก์ชัน รุ่นนี้คือตัวเลือกอันดับ 1 ครับ แม้ราคาจะสูงกว่า Midea หรือ Toshiba เล็กน้อย แต่สิ่งที่คุณได้คือความพรีเมียมของแบรนด์ Electrolux และดีไซน์ที่วางโชว์ได้ไม่อายใคร ถือเป็น ของแต่งบ้าน ชิ้นหนึ่งที่ใช้งานได้คุ้มค่าครับ
6. TOSHIBA รุ่น MWP-MM20P(BK) ขนาด 20 ลิตร
TOSHIBA รุ่น MWP-MM20P(BK) เปรียบเสมือน “ยาสามัญประจำบ้าน” สำหรับทุกครัวเรือนครับ หากคุณกำลังมองหา ไมโครเวฟ ทนทาน สักเครื่องที่ซื้อครั้งเดียวจบ ใช้กันจนลืม รุ่นนี้คือคำตอบที่ไว้ใจได้ที่สุด ด้วยชื่อเสียงของโตชิบาที่เป็นมาตรฐานญี่ปุ่น (Japanese Quality) เรื่องความอึดถึกทน เครื่องนี้ออกแบบมาในสไตล์ “Less is More” ตัดฟังก์ชันซับซ้อนทิ้ง เหลือไว้เพียงหัวใจหลักคือการอุ่นอาหารที่มีประสิทธิภาพ ตัวเครื่องสีดำด้านให้ความรู้สึกเข้มขรึมและดูแลรักษาง่าย ไม่เหลืองเก่าเร็วเหมือนรุ่นสีขาวในอดีต ระบบควบคุมเป็นแบบลูกบิดที่คุ้นเคย ใช้งานง่ายที่สุดในสามโลก แค่หมุนความร้อนแล้วหมุนเวลา จบ แม้กำลังไฟ 700 วัตต์อาจจะไม่สูงที่สุด แต่เพียงพอเหลือเฟือสำหรับการอุ่นแกง ต้มบะหมี่ หรือละลายน้ำแข็งในชีวิตประจำวัน ถือเป็นรุ่นยอดฮิตที่ครองใจมหาชนมาอย่างยาวนานครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- มาตรฐานญี่ปุ่น (Japan Quality): มั่นใจได้ในเรื่องวัสดุ งานประกอบ และความปลอดภัยทางไฟฟ้าที่เป็นจุดแข็งของโตชิบา
- จานหมุนแก้วขนาดใหญ่ 255 มม.: แข็งแรง ถอดล้างทำความสะอาดง่าย รองรับภาชนะขนาดมาตรฐานได้ดี
- ระบบควบคุมลูกบิด (Mechanical): ปรับความร้อนได้ 5 ระดับ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับผู้ใช้งานทุกวัย
- ระบบละลายน้ำแข็ง (Defrost): ละลายน้ำแข็งได้รวดเร็ว ช่วยรักษาความสดและรสชาติของอาหาร
- ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: การันตีเรื่องการประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าไฟในระยะยาว
- ดีไซน์สีดำสนิท: ดูแลรักษาง่าย คราบเลอะมองเห็นยาก และเข้าได้กับครัวทุกสไตล์
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
รุ่นนี้คือตัวแทนของความ “เสถียรและไว้ใจได้” ครับ แม้ราคาอาจจะสูงกว่าแบรนด์น้องใหม่เล็กน้อย (ราคาประมาณ 1,590 บาท) แต่แลกมากับความอุ่นใจในแบรนด์ TOSHIBA ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าบ่อยๆ และต้องการไมโครเวฟที่ทำงานพื้นฐานได้ดีเยี่ยมโดยไม่งอแง รุ่นนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครับ
7. TOSHIBA รุ่น MW3-MM25PE(BK) ขนาด 25 ลิตร
TOSHIBA รุ่น MW3-MM25PE(BK) คือทางออกสำหรับครอบครัวขนาดกลางหรือคนที่เจอปัญหา “ไมโครเวฟเล็กเกินไป” ใส่จานเปลใหญ่แล้วติดหมุนไม่ได้ครับ รุ่นนี้ขยายความจุขึ้นมาเป็น 25 ลิตร ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใช้งานได้จริงจังที่สุดสำหรับครัวไทย เพราะสามารถใส่ไก่ต้มทั้งตัว ชามแกงใบยักษ์ หรือกล่องข้าวขนาดใหญ่ได้สบายโดยไม่ต้องตะแคง นอกจากความจุที่เพิ่มขึ้นแล้ว กำลังไฟก็อัปเกรดเป็น 800 วัตต์ ช่วยให้อาหารร้อนทั่วถึงและเร็วกว่ารุ่นเล็กอย่างเห็นได้ชัด ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ความเท่ด้วยสีดำด้านทั้งตัว (Full Black) ตัดกับมือจับประตูที่ออกแบบมาให้เปิดง่าย ถนัดมือ เป็นการผสมผสานระหว่างความจุที่ตอบโจทย์และการใช้งานที่เรียบง่ายแบบลูกบิด เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการฟังก์ชันซับซ้อน แต่ต้องการพื้นที่ห้องอบที่กว้างขวางเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ความจุขนาดใหญ่ 25 ลิตร: ห้องอบกว้างขวาง รองรับภาชนะขนาดใหญ่และรูปทรงหลากหลายได้ดีกว่า
- กำลังไฟ 800 วัตต์: ให้ความร้อนสูง ปรุงและอุ่นอาหารได้รวดเร็วทันใจ
- จานหมุนขนาดใหญ่ 270 มม.: พื้นที่วางอาหารกว้าง อาหารหมุนได้รอบโดยไม่ติดผนังตู้
- ดีไซน์ประตูกระจกเต็มบาน: สวยงาม ทันสมัย และเช็ดทำความสะอาดคราบมันได้ง่าย
- ระบบควบคุมแบบลูกบิด: ใช้งานง่าย ทนทาน ตัดปัญหาเรื่องแผงวงจรรวน
- รับประกันแมคนีตรอน 5 ปี: ตามมาตรฐานโตชิบา มั่นใจได้ในคุณภาพระยะยาว
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
ถ้าคุณรู้สึกอึดอัดกับไมโครเวฟ 20 ลิตรใบเดิม และอยากขยับขยายแต่ไม่อยากจ่ายแพงถึงขั้นซื้อรุ่นดิจิทัล รุ่นนี้คือ “จุดกึ่งกลางที่ลงตัวที่สุด” ครับ ด้วยราคาประมาณ 2,690 บาท คุณได้แบรนด์โตชิบาและความจุระดับนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับบ้านที่มีสมาชิก 3-4 คน หรือคนที่ชอบอุ่นอาหารจานเดียวไซส์ใหญ่ครับ
8. SHARP รุ่น R-S25M5TA-B ขนาด 25 ลิตร
SHARP รุ่น R-S25M5TA-B คือการกลับมาทวงบัลลังก์ของ “ตำนานไมโครเวฟ” ที่ขึ้นชื่อว่าอึดและทนทานที่สุดในไทยครับ รุ่นนี้เป็นโมเดลใหม่ (New Product) ที่สลัดภาพลักษณ์ไมโครเวฟตู้ขาวเชยๆ ทิ้งไป จนกลายเป็น ไมโครเวฟ สีดำ ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย เข้ากับเทรนด์แต่งครัวปี 2026 ได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ได้รับคะแนนรีวิวสูงถึง 5.0 ดาวเต็ม (สูงสุดในรายการ) คือความเสถียรของระบบความร้อนและการใช้งานที่ “Simple” ถึงขีดสุด ด้วยขนาดความจุ 25 ลิตร ภายในกว้างขวางมาก หมดปัญหาเรื่องเอาชามก๋วยเตี๋ยวใบใหญ่หรือกล่องข้าวไซส์จัมโบ้เข้าเวฟแล้วติดขอบจานหมุน ระบบควบคุมเป็นลูกบิดหมุนที่ออกแบบมาให้จับถนัดมือ ทนทานต่อการบิดหมุนหลายพันครั้ง เป็นรุ่นที่ผลิตมาเพื่อคนที่ต้องการ “ของดีที่ใช้ได้นาน” โดยเฉพาะครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ความจุ 25 ลิตร (Large Capacity): ขนาดใหญ่พิเศษ รองรับภาชนะได้หลากหลายรูปแบบ ใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่ารุ่น 20 ลิตร
- ดีไซน์ Modern Black: สีดำด้านทั้งตัวเครื่อง สวยงาม ดูพรีเมียมและไม่เก่าง่าย
- ระบบลูกบิด (Mechanical Control): ใช้งานง่ายที่สุด ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ในบ้าน
- จานหมุนระบบสัมพัทธ์: ช่วยให้อาหารได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง สุกไว ไม่เป็นไตตรงกลาง
- ระดับความร้อนหลากหลาย: ปรับระดับความร้อนได้ละเอียด รองรับทั้งการตุ๋น อุ่น และต้ม
- โครงสร้างแข็งแรง: วัสดุตัวเครื่องหนา งานประกอบแน่นหนาตามมาตรฐาน SHARP
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
แม้ราคาจะเกือบแตะหลัก 3,000 บาท (2,990 บาท) ซึ่งถือว่าสูงกว่าคู่แข่งในสเปกใกล้เคียงกัน แต่ถ้าคุณซื้อความ “สบายใจ” และความ “ทนทานระดับตำนาน” รุ่นนี้คือที่สุดครับ การได้คะแนนรีวิว 5 ดาวเต็มไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากความไว้ใจของผู้ใช้งานจริง ใครที่ไม่อยากเปลี่ยนไมโครเวฟบ่อยๆ หรือกลัวเครื่องรวนง่าย จ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อจบที่ SHARP รุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่าระยะยาวครับ
9. SHARP รุ่น R-S20M5TA-B ขนาด 20 ลิตร
SHARP รุ่น R-S20M5TA-B เป็นรุ่นน้องเล็กที่ถอดแบบความเก๋ามาจากรุ่นพี่ เหมาะสำหรับคนที่รักในแบรนด์ SHARP แต่มีพื้นที่จำกัดครับ นี่คือ ไมโครเวฟ ขนาดเล็ก ที่เน้นความเรียบง่ายสูงสุด หรือที่เรียกว่า “Back to Basic” อย่างแท้จริง ด้วยขนาด 20 ลิตร และระบบควบคุมแบบลูกบิด ทำให้ไม่มีอะไรซับซ้อนให้ปวดหัว แค่หมุนเวลาก็รอทานได้เลย แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ SHARP ก็อัปเกรดดีไซน์ใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยสีดำคมเข้ม ลบภาพจำไมโครเวฟตู้พลาสติกสีขาวแบบเดิมๆ ไปจนหมดสิ้น แม้กำลังไฟ 700 วัตต์ จะดูน้อยกว่าคู่แข่งบางค่าย แต่ประสิทธิภาพการกระจายความร้อนของ SHARP นั้นไว้ใจได้เสมอ อาหารสุกทั่วถึง ไม่ต้องเวฟซ้ำหลายรอบ เหมาะมากสำหรับชาวหอพักหรือคอนโดที่เน้นใช้งานง่ายๆ แต่อยากได้ความทนทานระดับตำนานครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- Compact Design: ขนาดกะทัดรัด 20 ลิตร ประหยัดพื้นที่จัดวาง เหมาะกับห้องครัวขนาดเล็ก
- ใช้งานง่าย (Easy to Use): ระบบลูกบิดหมุนขนาดใหญ่ จับถนัดมือ ปรับความร้อนและเวลาได้ง่ายดาย
- ระดับความร้อน 5 ระดับ: เลือกปรับได้ตามประเภทอาหาร ตั้งแต่อุ่นนมอุ่นๆ ไปจนถึงต้มน้ำเดือด
- ระบบละลายน้ำแข็ง (Defrost): ช่วยละลายอาหารแช่แข็งได้รวดเร็ว โดยไม่ทำให้อาหารสุกจนเกินไป
- จานหมุนแก้ว: แข็งแรง ทนทาน ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย
- โครงสร้างทนทาน: งานประกอบแน่นหนา ตามมาตรฐานความปลอดภัยของ SHARP ญี่ปุ่น
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
ต้องยอมรับว่าราคาค่าตัวประมาณ 2,000 บาทเศษ อาจจะดูสูงกว่าคู่แข่งในสเปก 20 ลิตร/700 วัตต์ อยู่บ้าง (แพงกว่าประมาณ 400-500 บาท) แต่สิ่งที่คุณจ่ายเพิ่มคือ “ความเชื่อมั่นในแบรนด์” ครับ SHARP ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานของแมคนีตรอนและระบบไฟที่เสถียรมาก หากคุณไม่ใช่สายเปลี่ยนของบ่อย และอยากได้ไมโครเวฟเครื่องเล็กๆ ที่อยู่คู่ครัวไปนานๆ รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ Safe Zone ที่สุดครับ
10. Hitachi รุ่น HMR-M2002 ขนาด 20 ลิตร
Hitachi รุ่น HMR-M2002 จัดเป็นไมโครเวฟรุ่น “คลาสสิก” ที่เน้นขายความเชื่อมั่นในแบรนด์เป็นหลักครับ รุ่นนี้ออกแบบมาในคอนเซปต์ Solo Oven คือเน้นฟังก์ชันการอุ่นอาหารเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีระบบย่างหรือลูกเล่นซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแบบดั้งเดิม (Traditional) และต้องการ ไมโครเวฟ ฮิตาชิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานของมอเตอร์และระบบไฟ ตัวเครื่องมาในโทนสีดำเข้มขรึม ตัดกับตัวเลขและสัญลักษณ์บนแผงควบคุมที่สกรีนมาชัดเจน อ่านง่ายมากสำหรับผู้สูงอายุ ระบบการทำงานเป็นแบบลูกบิดหมุน (Mechanical) ที่ตอบสนองไว แม้กำลังไฟ 700 วัตต์ จะเป็นมาตรฐานทั่วไป แต่ด้วยการออกแบบจานหมุนและห้องอบที่ดี ทำให้การกระจายความร้อนทำได้สม่ำเสมอ เป็นรุ่นที่ซื้อไปแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงจุกจิกครับ
คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้
- ระบบลูกบิดใช้งานง่าย (Easy Control): ดีไซน์ลูกบิดขนาดใหญ่ หมุนลื่นมือ แยกส่วนปรับความร้อนและเวลาชัดเจน
- กระจกนิรภัยกันความร้อน: ประตูหน้าบานทำจากกระจกเกรดพรีเมียม ทนความร้อนสูงและป้องกันรอยขีดข่วน
- จานหมุนระบบอัจฉริยะ: ช่วยให้อาหารหมุนผ่านคลื่นไมโครเวฟได้อย่างทั่วถึง สุกเสมอกันทุกจุด
- ระบบละลายน้ำแข็ง (Defrost): ฟังก์ชันพื้นฐานที่ทำงานได้รวดเร็ว ช่วยเตรียมวัตถุดิบก่อนปรุง
- ตั้งเวลาสูงสุด 35 นาที: เพียงพอสำหรับการอุ่นอาหารและประกอบอาหารเมนูง่ายๆ
- โครงสร้างแข็งแรง: วัสดุตัวถังและการประกอบมีความแน่นหนา ให้ความรู้สึกหนักแน่นเมื่อเปิด-ปิดประตู
สรุปความคุ้มค่ารุ่นนี้
ที่รุ่นนี้มาอยู่อันดับ 10 ไม่ใช่เพราะคุณภาพไม่ดีครับ แต่เป็นเรื่องของ “ราคาต่อสเปก” เนื่องจากค่าตัวประมาณ 2,200 บาท ถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มไมโครเวฟ 20 ลิตรระบบลูกบิด (แพงกว่า Toshiba หรือ Midea เกือบ 700 บาท) แต่ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Hitachi และยอมจ่ายส่วนต่างเพื่อแลกกับความสบายใจในมาตรฐานแบรนด์ญี่ปุ่นที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง รุ่นนี้ก็ยังถือเป็นตัวเลือกที่ “ซื้อความทนทาน” ได้ดีครับ
ตารางเปรียบเทียบ ไมโครเวฟ ปี 2026
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายที่สุด ผมได้สรุปข้อมูลสำคัญของทั้ง 10 รุ่น โดยให้คะแนน “ความคุ้มค่า” จากสเปกเทียบกับราคาขายจริง ณ ปัจจุบันครับ
| ลำดับ | ยี่ห้อ / รุ่น | ความจุ | ระบบ (System) | จุดเด่น (Highlights) | ความคุ้มค่า (เต็ม 10) |
| 1 | Hitachi HMR-DG2413 BK | 24 L | ดิจิทัล + ย่าง | สเปกแรงสุด 900W / มีโหมดย่าง / แม่นยำสูง | 9.0 |
| 2 | Electrolux EMG23K22B | 23 L | ลูกบิด + ย่าง | คุ้มค่าอันดับ 1 ได้ระบบย่างในราคาไม่ถึง 3 พัน | 9.5 |
| 3 | Midea AM823ABV | 23 L | ดิจิทัล | จอสัมผัสทันสมัย / ราคาเป็นมิตร / ใช้งานง่าย | 9.0 |
| 4 | Midea MM720CJ9 | 20 L | ลูกบิดหมุน | ราคาถูกที่สุด / ประกันแมคนีตรอน 10 ปี | 10.0 |
| 5 | Electrolux EMM20K22B | 20 L | ลูกบิดหมุน | ดีไซน์สวย UltimateTaste / กำลังไฟ 800W | 8.5 |
| 6 | TOSHIBA MWP-MM20P | 20 L | ลูกบิดหมุน | รุ่นมหาชน / ทนทานมาตรฐานญี่ปุ่น / ราคาน่ารัก | 9.0 |
| 7 | TOSHIBA MW3-MM25PE | 25 L | ลูกบิดหมุน | จุเยอะสุดในงบประหยัด / ใส่ไก่ได้ทั้งตัว | 9.0 |
| 8 | SHARP R-S25M5TA-B | 25 L | ลูกบิดหมุน | รุ่นใหม่ / รีวิว 5 ดาวเต็ม / วัสดุพรีเมียม | 8.0 |
| 9 | SHARP R-S20M5TA-B | 20 L | ลูกบิดหมุน | ขนาดกะทัดรัด / สีดำทันสมัย / แบรนด์เชื่อถือได้ | 7.5 |
| 10 | Hitachi HMR-M2002 | 20 L | ลูกบิดหมุน | เน้นทนทาน / ใช้งานง่าย (Solo Oven) | 7.0 |
หมายเหตุ: คะแนนความคุ้มค่า ประเมินจาก ราคาโปรโมชั่น vs ฟังก์ชันที่ได้รับ เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านทั่วไป
วิธีเลือกซื้อไมโครเวฟ ฉบับปี 2026 (เลือกยังไงไม่ให้พลาด)
การเลือกซื้อไมโครเวฟในปี 2026 ไม่ใช่แค่การเดินไปหยิบรุ่นที่ถูกที่สุดอีกต่อไปครับ เพราะเทคโนโลยีครัวสมัยใหม่พัฒนาไปไกลมาก เพื่อให้คุณได้ “ผู้ช่วยมือโปร” ที่คุ้มค่ากับเงินทุกบาท นี่คือหลักการเลือกแบบเจาะลึกที่สรุปมาให้แล้วครับ
ระบบการทำงาน (System) – เลือกให้ตรงจริตการใช้งาน
ไมโครเวฟไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งหลักๆ ได้ 3 ประเภท ตามลักษณะการปรุงอาหาร:
- ระบบอุ่น (Solo): ใช้คลื่นแมคนีตรอนเพียงอย่างเดียว เน้นอุ่นอาหาร ละลายน้ำแข็ง และต้มน้ำ เหมาะกับคนที่เน้น “กินเพื่ออยู่” หรือมีเตาอบแยกต่างหากอยู่แล้ว
- ระบบย่าง (Grill): หรือรุ่น 2-in-1 เพิ่มขดลวดความร้อนเข้ามา ช่วยให้ทำเมนูย่างเกรียมได้ เช่น ไก่ย่าง พิซซ่า หรือลาซานญ่า อาหารจะดูน่าทานกว่าแบบ Solo มาก
- ระบบอบลมร้อน (Convection): ตัวท็อปสุด มีพัดลมกระจายความร้อนด้านหลัง ทำงานเหมือนเตาอบขนม สามารถอบเค้ก คุกกี้ หรืออบไก่ทั้งตัวได้จริงจัง
⚔️ ศึกแห่งศักดิ์ศรี: ไมโครเวฟ ดิจิตอล vs ลูกบิด
- แบบลูกบิด (Mechanical): จุดเด่นคือ “ความถึกทน” ซ่อมง่าย และใช้งานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ (แค่หมุนก็ติด) แต่ข้อเสียคือตั้งเวลาได้ไม่ละเอียด (กะเอาเอง)
- แบบดิจิตอล (Digital): เทรนด์ปี 2026 ต้องยกให้แบบนี้ครับ เพราะมีความ “แม่นยำสูง” ตั้งเวลาได้ระดับวินาที มีโปรแกรมอัตโนมัติหลากหลาย และหน้าตาทันสมัยกว่า
เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ (Inverter Technology) – จ่ายแพงกว่าแต่คุ้มไหม?
คำถามยอดฮิตคือ “Inverter จำเป็นไหม?” คำตอบคือ “จำเป็นมาก” สำหรับยุคนี้ครับ
- ระบบธรรมดา: ทำงานแบบ “ตัด-ต่อ” (On-Off) คือปล่อยไฟแรงสุดแล้วตัดดับสลับกัน ทำให้บางครั้งขอบจานร้อนจี๋แต่ตรงกลางยังเย็น หรือทำให้อาหาร “ระเบิด” เลอะตู้
- ระบบ Inverter: ปล่อยพลังงาน “ต่อเนื่องและนิ่ง” ในระดับที่ต้องการ (เช่น ปล่อยไฟ 50% ก็คือ 50% ตลอดเวลา)
- ผลลัพธ์: อาหารสุกทั่วถึง เนื้อสัตว์นุ่มชุ่มฉ่ำไม่แข็งกระด้าง และที่สำคัญคือ ประหยัดไฟกว่า ในระยะยาว เพราะไม่มีการกระชากไฟตอนสตาร์ทเครื่องบ่อยๆ ครับ
ความจุและดีไซน์ (Capacity & Design) – ขนาดที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ
- ขนาด 20-23 ลิตร: เป็น Sweet Spot สำหรับ ชาวคอนโด หรืออยู่คนเดียว ประหยัดที่วาง ใส่จานข้าวมาตรฐานหรือชามแกงได้พอดี
- ขนาด 25-30 ลิตรขึ้นไป: เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ (3-4 คน) ที่ต้องการเวฟอาหารจานเปล หรือใส่ไก่ต้มได้ทั้งตัว พื้นที่ภายในที่กว้างช่วยให้ระบายอากาศได้ดีกว่า
💡 Pro Tip: วัสดุภายใน (Cavity) ปี 2026 อย่าลืมดูวัสดุเคลือบภายใน แนะนำให้มองหา Ceramic Enamel (เซรามิกอีนาเมล) หรือวัสดุ Easy Clean เพราะผิวจะลื่น ทนรอยขีดข่วน ไม่เป็นที่สะสมของแบคทีเรีย และที่สำคัญคือ “เช็ดคราบมันออกง่ายมาก” แค่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ก็สะอาดเหมือนใหม่ ช่วยลดภาระงานบ้านได้เยอะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บทสรุปสุดท้าย
มาถึงบรรทัดสุดท้าย หากถามว่า “ไมโครเวฟ ยี่ห้อไหนดีที่สุด?” คำตอบคงไม่ได้มีแค่หนึ่งเดียว เพราะขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้งานของคุณครับ ผมขอสรุป “ฟันธง” แบ่งตามกลุ่มผู้ใช้ชัดๆ อีกครั้ง ดังนี้ครับ:
- สายประหยัด & เด็กหอ (Budget Choice): ยกให้ Midea รุ่น MM720CJ9 คือที่สุดของความคุ้มค่า ด้วยราคาพันต้นๆ แต่ได้ประกันยาวนานถึง 10 ปี หรือถ้าชอบแบรนด์ญี่ปุ่น TOSHIBA รุ่น MWP-MM20P ก็เป็นตัวเลือกที่ทนทานไว้ใจได้ครับ
- สายทำอาหาร & คอนโด (Chef’s Choice): ต้อง Electrolux รุ่น EMG23K22B เท่านั้น เพราะในราคาไม่ถึง 3 พัน คุณได้ระบบย่าง (Grill) มาช่วยเพิ่มสีสันให้อาหารน่าทานขึ้น ไม่ใช่แค่เวฟให้ร้อนเฉยๆ
- สายเทคโนโลยี & สเปกแรง (Tech Lover): Hitachi รุ่น HMR-DG2413 BK คือคำตอบ ด้วยระบบดิจิทัลแม่นยำและกำลังไฟสูง 900 วัตต์ จบครบในเครื่องเดียว
- สายครอบครัวใหญ่ (Family Size): มองหาความจุ 25 ลิตร ไว้ก่อน แนะนำ TOSHIBA รุ่น MW3-MM25PE หรือ SHARP รุ่น R-S25M5TA-B พื้นที่กว้างขวาง ใส่ไก่ได้ทั้งตัว รองรับทุกมื้อใหญ่ของบ้านครับ
การเลือกซื้อไมโครเวฟดีๆ สักเครื่อง เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและความสะดวกสบายในระยะยาว หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ อย่าลืมเช็คราคา ณ ปัจจุบันอีกครั้ง เพราะโปรโมชั่นออนไลน์มักมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาครับ
บทความที่คุณอาจสนใจ:
- รีวิว 10 อันดับ หม้อทอดไร้น้ำมัน ยี่ห้อไหนดี 2026 กรอบอร่อย ไม่อ้วน
- เคล็ดลับ วิธีทำความสะอาดไมโครเวฟ ขจัดคราบมันและกลิ่นอับใน 5 นาที
- เทียบสเปก เตาอบไฟฟ้า vs ไมโครเวฟ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?
