เคยไหมครับที่แปรงฟันทุกวันแต่ยังรู้สึกไม่สะอาด มีปัญหากลิ่นปากกวนใจ หรือคราบเหลืองจากชาและกาแฟที่ขัดเท่าไหร่ก็ไม่ออก? ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยีการดูแลช่องปากได้พัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่ทำให้การกำจัดคราบพลัคเป็นเรื่องง่ายกว่าการใช้แปรงสีฟันธรรมดาหลายเท่า ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยดูแลช่องปากและสงสัยว่าจะเลือก แปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่จะช่วยให้ฟันขาวสะอาดและคุ้มค่าที่สุด วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยไขข้อข้องใจให้คุณแล้วครับ
การเลือกซื้อในปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์เฉพาะทางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบหัวหมุน Oscillating ที่เน้นการขัด หรือเทคโนโลยี แปรงสีฟันไฟฟ้า Sonic ที่ใช้คลื่นความถี่สูงในการสั่นเพื่อทำความสะอาดร่องเหงือกอย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมี แปรงสีฟันไฟฟ้า ราคาถูก ที่อัดแน่นด้วยสเปคคุณภาพสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึง รุ่นที่เหมาะสำหรับคนจัดฟัน ซึ่งออกแบบหัวแปรงพิเศษให้ซอกซอนเข้าถึงเหล็กดัดฟันได้อย่างทั่วถึง ช่วยลดความเสี่ยงฟันผุและปัญหาสุขภาพช่องปากในระยะยาว
เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ทาง priceded.com จึงได้คัดสรรสินค้าโดยใช้เกณฑ์การพิจารณาที่เข้มข้น ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพของมอเตอร์ในการขจัดคราบหินปูน ความทนทานของแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยเราได้ทำการเปรียบเทียบสเปคและรวบรวมรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อเฟ้นหา 10 อันดับแปรงสีฟันไฟฟ้าตัวท็อปแห่งปี มาดูกันครับว่ารุ่นไหนจะครองแชมป์ในปีนี้
10 แปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี รุ่นยอดฮิต ประจำปี 2026
1. usmile Y10 Pro Sonic Smart Electric Toothbrush
เปิดมิติใหม่ของการดูแลช่องปากด้วย usmile Y10 Pro ที่สุดของ แปรงสีฟันไฟฟ้าอัจฉริยะ แห่งปี 2026 โดดเด่นด้วยหน้าจอ Smart Screen ที่แสดงแผนที่ฟันแบบเรียลไทม์ บอกจุดที่แปรงไม่สะอาดหรือจุดที่ข้ามไปได้ทันทีหลังแปรงเสร็จ ขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยี Sonic รอบสั่นสูงแต่ถนอมเหงือก ให้ความรู้สึกหลังแปรงที่โล่งสบายเหมือนเพิ่งขูดหินปูนมา พร้อม เซ็นเซอร์วัดแรงกด อัจฉริยะที่ช่วยปรับลดแรงสั่นอัตโนมัติเมื่อกดแรงเกินไป เพื่อป้องกันเหงือกร่น รุ่นนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ Gadget Lover หรือผู้ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการทำความสะอาด รวมถึงคนจัดฟันที่กังวลเรื่องเศษอาหารตกค้าง รับรองว่า ขจัดคราบพลัค ได้เกลี้ยงเกลา คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจที่สุดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- หน้าจออัจฉริยะ แสดงผลลัพธ์หลังแปรงและแจ้งเตือนโซนฟันที่ยังไม่สะอาด
- แบตเตอรี่สุดอึด ชาร์จหนึ่งครั้งใช้งานได้นานสูงสุด 6 เดือน (พอร์ต USB-C)
- ระบบ Smart Pressure Sensor ปรับลดแรงสั่นทันทีเมื่อกดแปรงแรงเกินไป
- หัวแปรงออกแบบพิเศษ เข้าถึงซอกฟันได้ลึก พร้อมขนแปรงนุ่มไม่บาดเหงือก
- มาตรฐานกันน้ำระดับ IPX8 ล้างทำความสะอาดได้ทั้งตัวเครื่องหายห่วง
2. Oral-B ออรัลบี แปรงสีฟันไฟฟ้า ไอโอ3 Electric Toothbrush IO3
หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Oral-B ต้องไม่พลาดรุ่น Oral-B iO3 ที่ยกระดับการทำความสะอาดด้วย เทคโนโลยีแม่เหล็ก (iO Technology) ลิขสิทธิ์เฉพาะ ช่วยส่งพลังไมโครไวเบรชั่นไปยังปลายขนแปรงอย่างแม่นยำ ผสานกับเอกลักษณ์ หัวแปรงกลม ที่โอบรับฟันได้รอบด้าน ทำให้รู้สึกสะอาดล้ำลึกเหมือนเพิ่งขูดหินปูนจากคลินิก ตัวเครื่องทำงานเงียบและนุ่มนวลกว่ารุ่นเก่าอย่างชัดเจน มาพร้อม เซ็นเซอร์วัดแรงกดอัจฉริยะ ที่แสดงไฟสีแดงเมื่อกดแรงเกินไปและสีเขียวเมื่อใช้น้ำหนักที่เหมาะสม ช่วยป้องกันเหงือกร่นได้อย่างดีเยี่ยม รุ่นนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดมาใช้ระบบแม่เหล็กในราคาที่จับต้องได้ เน้นประสิทธิภาพการ ขจัดคราบหินปูน เป็นหลักโดยไม่เน้นฟีเจอร์หน้าจอล้ำๆ ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- เทคโนโลยี iO ขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็ก ขจัดคราบพลัคได้สะอาดล้ำลึกและนุ่มนวล
- Smart Pressure Sensor แจ้งเตือนด้วยไฟสี แดง/เขียว/ขาว ป้องกันการกดแรงเกินไป
- หัวแปรงแบบกลม เอกลักษณ์เฉพาะที่เข้าถึงซอกฟันและร่องเหงือกได้ดีเยี่ยม
- มี 3 โหมดการแปรง (Daily Clean, Sensitive, Whitening) ตอบโจทย์พื้นฐานครบ
- ระบบจับเวลา 2 นาที พร้อมสั่นเตือนเปลี่ยนโซนแปรงฟันทุก 30 วินาที
3. Oral-B ออรัลบี แปรงสีฟันไฟฟ้า ไอโอ2 Electric Toothbrush IO2
สำหรับใครที่อยากสัมผัสนวัตกรรมระดับโลกในงบประมาณที่สบายกระเป๋า Oral-B iO2 คือคำตอบที่ใช่ที่สุดในปี 2026 รุ่นนี้ถือเป็นประตูบานแรกสู่ เทคโนโลยี iO ระบบแม่เหล็กที่ให้พลังการสั่นแบบ Micro-vibrations นุ่มนวลแต่ทรงพลัง ผสานกับ หัวแปรงกลม เอกลักษณ์ของ Oral-B ที่โอบรับฟันได้ทีละซี่ ช่วย ขจัดคราบพลัค ได้สะอาดเกลี้ยงเกลากว่าแปรงธรรมดาหลายเท่า ความรู้สึกขณะใช้งานจะสมูท ไม่สั่นสะเทือนรุนแรงจนเวียนหัวเหมือนรุ่นเก่าๆ มาพร้อม Gum Guard ช่วยเตือนเมื่อคุณออกแรงกดมากเกินไป รุ่นนี้จึงเหมาะที่สุดสำหรับ มือใหม่หัดใช้แปรงไฟฟ้า หรือนักเรียนนักศึกษาที่มองหา แปรงสีฟันไฟฟ้า ราคาประหยัด แต่ได้สเปคคุ้มค่า ทนทาน และดูแลสุขภาพเหงือกได้จริงครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- เทคโนโลยี iO Magnetic เริ่มต้น ให้แรงสั่นที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอ
- หัวแปรงแบบกลม (Round Head) เข้าถึงซอกฟันลึกและร่องเหงือกได้ดี
- มีระบบ Gum Guard ป้องกันการกดแปรงแรงเกินไปเพื่อถนอมเหงือก
- 3 โหมดการแปรงฟันพื้นฐาน ครอบคลุมการใช้งานประจำวันและโหมดอ่อนโยน
- มาพร้อมแท่นชาร์จดีไซน์ใหม่ ใช้งานง่าย แบตเตอรี่เพียงพอต่อการพกพา
4. usmile P10 Pro Electric Toothbrush
ยกระดับความมั่นใจในการดูแลช่องปากอีกขั้นกับ usmile P10 Pro รุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมฟีเจอร์เด็ดอย่าง เซ็นเซอร์ตรวจความสะอาด อัจฉริยะ โดยตัวแปรงจะมีไฟแสดงสถานะเพื่อแจ้งเตือนทันทีหากเรายังแปรงไม่สะอาดหรือเปลี่ยนโซนเร็วเกินไป ช่วยแก้ปัญหาการแปรงฟันแบบขอไปทีได้อย่างตรงจุด ขับเคลื่อนด้วยระบบ Sonic Vibration ที่ให้แรงสั่นสูงแต่เสียงเงียบกริบ สัมผัสขณะใช้งานจะรู้สึกนุ่มนวล ไม่กระแทกเหงือก แต่ขจัดเศษอาหารได้เกลี้ยงเกลา รุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการตัวช่วยเช็กระเบียบวินัยในการแปรงฟัน หรือผู้ที่มีปัญหา คราบหินปูน สะสมง่ายและต้องการ แปรงสีฟันไฟฟ้า ที่ฉลาดกว่ารุ่นมาตรฐานในราคาที่ยังจับต้องได้ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- ระบบ Smart Sensor ตรวจจับความสะอาดและแจ้งเตือนด้วยไฟ LED
- แบตเตอรี่อึดทนนาน ชาร์จเพียง 1 ครั้ง ใช้งานได้ยาวนานถึง 180 วัน
- ขนแปรงเปลี่ยนสีได้ ช่วยเตือนอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนหัวแปรง
- กันน้ำระดับ IPX8 สามารถล้างทำความสะอาดหรือใช้งานขณะอาบน้ำได้
- ปรับโหมดความแรงได้ 3 ระดับ ตอบโจทย์ทั้งฟันปกติและฟันเสียวง่าย
5. Philips Sonicare ฟิลิปส์ แปรงสีฟันไฟฟ้า ProtectiveClean รุ่น HX6809/16
Philips Sonicare ProtectiveClean HX6809/16 คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดสำหรับผู้ที่เน้นความอ่อนโยนแต่สะอาดลึก ด้วยเทคโนโลยี Sonicare อันเลื่องชื่อที่สั่นด้วยความเร็วสูงถึง 62,000 ครั้งต่อนาที สร้างฟองไมโครบับเบิ้ล (Microbubbles) ช่วยซอกซอนเข้าทำความสะอาดระหว่างซี่ฟันได้ดีเยี่ยม สัมผัสการใช้งานจะรู้สึกเบาสบายและนุ่มนวล ไม่กระแทกเหมือนแปรงระบบหมุน รุ่นนี้จึงเหมาะมากสำหรับ ผู้ที่มีภาวะเหงือกร่น หรือ คนจัดฟัน เพราะได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยกับเหล็กดัดและวัสดุอุดฟัน มีฟีเจอร์ Pressure Sensor คอยส่งสัญญาณเตือนเมื่อคุณเผลอกดแรงเกินไป ถือเป็นรุ่น Mid-range ที่ตัดฟังก์ชั่นซับซ้อนออก เหลือไว้แต่ประสิทธิภาพเนื้อๆ เน้น ลดคราบหินปูน และดูแลสุขภาพเหงือกในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- เทคโนโลยี Sonicare สั่น 62,000 ครั้ง/นาที ขจัดคราบลึกถึงร่องเหงือก
- ระบบ Pressure Sensor แจ้งเตือนด้วยการสั่นเมื่อออกแรงกดมากเกินไป
- ฟีเจอร์ BrushSync แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนหัวแปรงอัตโนมัติ
- โปรแกรม EasyStart ช่วยปรับความแรงเพิ่มขึ้นทีละนิดในช่วง 14 ครั้งแรก
- อ่อนโยนเป็นพิเศษ ปลอดภัยต่อผู้จัดฟัน ครอบฟัน และวีเนียร์
6. Oral-B ออรัลบี แปรงสีฟันไฟฟ้า ไวทัลลิตี้ โปร Electric Toothbrush Vitality Pro
หากคุณกำลังเริ่มต้นและมองหา แปรงสีฟันไฟฟ้า ราคาประหยัด ที่ไว้ใจได้ที่สุดในปี 2026 Oral-B Vitality Pro คือราชาแห่งรุ่นเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม รุ่นนี้ยกระดับจากรุ่นธรรมดาด้วยการเพิ่มโหมดความสะอาดถึง 3 แบบ รวมถึงโหมด Sensitive Plus ที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ขับเคลื่อนด้วยระบบหมุน 2D Technology (หมุนซ้าย-ขวา) ผสานกับหัวแปรงกลมที่ซอกซอนได้ดี ให้ความรู้สึกขณะแปรงที่เกลี้ยงเกลาเหมือนการขัดผิวฟันจริงๆ แม้จะไม่มีฟีเจอร์หวือหวาอย่างไฟแจ้งเตือนแรงกด แต่ด้วยความทนทานและราคาที่คุ้มค่าสุดๆ จึงเหมาะมากสำหรับ มือใหม่ นักเรียนนักศึกษา หรือคนที่ต้องการเปลี่ยนจากแปรงมือมาเป็นไฟฟ้าครั้งแรกในงบจำกัดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- มี 3 โหมดการแปรง (Daily Clean, Sensitive, Sensitive Plus) เลือกความแรงได้
- หัวแปรงทรงกลม เอกลักษณ์ของ Oral-B ซอกซอนเข้าถึงฟันซี่ในสุดได้ดีเยี่ยม
- ระบบตั้งเวลา 2 นาที สั่นเตือนให้เปลี่ยนตำแหน่งแปรงทุก 30 วินาที (Quadpacer)
- ด้ามจับหุ้มยางกันลื่น (Ergonomic Grip) จับถนัดมือและกันน้ำได้ 100%
- ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่มแบรนด์ชั้นนำ คุณภาพคุ้มค่าเกินราคา
7. usmile P10 Sonic Toothbrush
usmile P10 Sonic Toothbrush คือนิยามของความ “อึด ถึก ทน” ที่แท้จริง และเป็นไฮไลท์เด็ดของวงการ แปรงสีฟันไฟฟ้า ในปี 2026 ด้วยจุดขายที่หาตัวจับยากอย่าง แบตเตอรี่สุดอึด ที่ชาร์จเพียงครั้งเดียวสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 1 ปี! ช่วยตัดวงจรความยุ่งยากในการพกแท่นชาร์จไปได้เลย ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Sonic ที่สั่นด้วยความถี่สูงแต่เสียงเงียบกริบ ให้สัมผัสที่นุ่มนวลไม่กระแทกเหงือก แต่ยังคงประสิทธิภาพในการ ขจัดคราบพลัค และเศษอาหารได้สะอาดหมดจด มีฟีเจอร์ Pressure Sensor คอยปรับลดแรงสั่นเตือนเมื่อคุณกดแปรงแรงเกินไปเพื่อถนอมผิวฟัน รุ่นนี้จึงเหมาะที่สุดสำหรับสายเดินทาง (Traveler) หรือคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายเรื่องการชาร์จไฟ เป็นรุ่นเริ่มต้นที่ฟังก์ชันครบและคุ้มค่าตัวที่สุดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- แบตเตอรี่ Standby นานสูงสุด 1 ปี ต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง (แบรนด์เคลม)
- พอร์ตชาร์จแบบ USB Type-C ใช้งานร่วมกับสายชาร์จมือถือได้สะดวก
- เทคโนโลยี Sonic สั่นนุ่มนวล เสียงเงียบ ทำความสะอาดซอกฟันได้ดี
- มี 3 โหมดทำความสะอาด (Clean, White, Soft) ครอบคลุมการใช้งาน
- ขนแปรงปลายมน Soft Bristles อ่อนโยนต่อเหงือกและฟัน
8. Philips Sonicare ฟิลิปส์ แปรงสีฟันไฟฟ้า รุ่น HX3671/23
Philips Sonicare รุ่น HX3671/23 (ซีรีส์ 3100) คือตัวเลือกที่ยกระดับมาตรฐานของ แปรงสีฟันไฟฟ้า Philips ในระดับเริ่มต้นให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์ที่เพรียวบางทันสมัยและน้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Sonicare อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยตีฟองยาสีฟันให้แทรกซึมเข้าทำความสะอาดระหว่างซี่ฟันได้อย่างนุ่มนวล แต่ทีเด็ดของรุ่นนี้คือการใส่ เซ็นเซอร์วัดแรงกด (Pressure Sensor) เข้ามาให้ในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งปกติจะอยู่ในรุ่นท็อปเท่านั้น โดยแปรงจะส่งสัญญาณเตือนทันทีหากคุณเผลอออกแรงกดมากเกินไป ช่วยลดความเสี่ยงปัญหารากฟันและเหงือกร่นจากการแปรงผิดวิธี รุ่นนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ ผู้เริ่มต้นใช้แปรงไฟฟ้า หรือคนที่เคยใช้แปรงธรรมดาแล้วมือหนัก อยากได้ตัวช่วยเซฟสุขภาพเหงือกในงบประมาณที่ไม่บานปลายครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- ระบบ Pressure Sensor แจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อกดแปรงแรงเกินไป
- เทคโนโลยี Sonic ทำความสะอาดซอกฟันและร่องเหงือกอย่างอ่อนโยน
- ฟีเจอร์ BrushSync แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนหัวแปรง
- ดีไซน์ Ergonomic ด้ามจับเพรียวบาง จับถนัดมือ ไม่ลื่นหลุดง่าย
- ระบบ EasyStart ช่วยเพิ่มความแรงทีละนิดสำหรับผู้เริ่มใช้งานใหม่
9. Philips Sonicare ฟิลิปส์ แปรงสีฟันไฟฟ้า รุ่น HX3641/41
สำหรับใครที่เน้นความ “Simple & Clean” และมองหาความคุ้มค่าสูงสุด Philips Sonicare HX3641/41 (ซีรีส์ 1100) คือน้องเล็กสเปคคุ้มที่ตัดฟังก์ชั่นซับซ้อนออก เหลือไว้แต่หัวใจหลักอย่าง เทคโนโลยี Sonic ที่ช่วยตีฟองและสั่นสะเทือนเพื่อ ขจัดคราบพลัค ได้ดีกว่าแปรงมือธรรมดาถึง 3 เท่า ดีไซน์ด้ามจับเพรียวบาง น้ำหนักเบา ทำให้ไม่รู้สึกเกร็งหรือเมื่อยมือเวลาเปลี่ยนมาใช้ครั้งแรก สัมผัสการแปรงจะรู้สึกนุ่มนวล สบายเหงือก ไม่รุนแรงจนเกินไป มาพร้อมระบบชาร์จผ่าน USB ที่สะดวกสบาย รุ่นนี้จึงเป็น แปรงสีฟันไฟฟ้า ราคาถูก ที่น่าคบหาที่สุดสำหรับ นักเรียนนักศึกษา หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นอยากลองใช้นวัตกรรมดูแลช่องปากแบรนด์ดังในงบหลักพันต้นๆ ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- เทคโนโลยี Sonic พื้นฐาน สั่นทำความสะอาดได้ทั่วถึงและนุ่มนวล
- SmarTimer จับเวลา 2 นาที และ QuadPacer เตือนเปลี่ยนโซนทุก 30 วินาที
- แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 14 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- ดีไซน์ Slim Ergonomic ด้ามจับเพรียวบาง จับถนัดมือคล้ายแปรงปกติ
- หัวแปรงถอดเปลี่ยนง่าย รองรับหัวแปรง Philips รุ่นมาตรฐานได้หลายรุ่น
10. Oral-B ออรัลบี แปรงสีฟันไฟฟ้า โปร 100 Electric Power Toothbrush D100
ปิดท้ายการจัดอันดับด้วย Oral-B Pro 100 (D100) รุ่นยอดนิยมที่ครองใจสายพกพาและมือใหม่มาอย่างยาวนาน จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ยังคงติด Top 10 ในปี 2026 คือความคุ้มค่าและดีไซน์ที่เน้นความสดใส มาพร้อมเคสใส่แปรง (Travel Case) ในกล่อง ให้คุณพกพาความสะอาดไปได้ทุกที่ ขับเคลื่อนด้วยระบบ 2D Technology (หมุนและสั่น) ที่ช่วย ขจัดคราบพลัค ได้สะอาดเกลี้ยงเกลากว่าแปรงมือทั่วไป ให้ความรู้สึกขณะใช้งานแบบ “ขัดเน้นๆ” ที่หลายคนชื่นชอบ ด้ามจับหุ้มยางกันลื่นจับกระชับมือแม้เปียกน้ำ รุ่นนี้จึงเป็นตัวจบสำหรับ คนชอบเดินทาง หรือใครที่มองหา แปรงสีฟันไฟฟ้า พกพา ที่ทนทาน ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และราคาเป็นมิตรที่สุดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- แถมเคสพกพา (Travel Case) สะดวกต่อการเดินทางและจัดเก็บ
- ระบบทำความสะอาด 2D หมุนซ้าย-ขวา ช่วยขจัดเศษอาหารได้ดี
- ด้ามจับหุ้มยางกันลื่น (Non-slip Grip) ดีไซน์สวยงาม จับถนัดมือ
- มีระบบจับเวลา 2 นาที (Professional Timer) ช่วยให้แปรงครบตามกำหนด
- แบตเตอรี่ชาร์จซ้ำได้ ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 8 วัน
ตารางเปรียบเทียบ แปรงสีฟันไฟฟ้า รุ่นไหนดี ปี 2026
| ชื่อรุ่น | ระบบการทำงาน | ความเร็ว (รอบ/นาที) | โหมดการแปรง | อายุแบตเตอรี่ | จุดเด่นพิเศษ |
| 1. usmile Y10 Pro 🏆 Editor’s Choice | Sonic (Smart) | ~38,000 | 4 โหมด | 6 เดือน | จออัจฉริยะ / Map ดูฟัน |
| 2. Oral-B iO3 | iO Magnetic | Micro-vibrations | 3 โหมด | ~2 สัปดาห์ | ระบบแม่เหล็ก / หัวกลม |
| 3. Oral-B iO2 | iO Magnetic | Micro-vibrations | 3 โหมด | ~2 สัปดาห์ | iO รุ่นประหยัด / Gum Guard |
| 4. usmile P10 Pro | Sonic | ~38,000 | 3 โหมด | 6 เดือน | เซ็นเซอร์ตรวจความสะอาด |
| 5. Philips ProtectiveClean | Sonicare | 62,000* | 2 ความแรง | 2 สัปดาห์ | ระบบ BrushSync / อ่อนโยน |
| 6. Oral-B Vitality Pro 💰 Best Value | 2D (หมุน) | ~7,600 | 3 โหมด | ~8 วัน | ราคาคุ้มค่า / โหมด Sensitive+ |
| 7. usmile P10 🔋 Battery King | Sonic | ~34,000 | 3 โหมด | 1 ปี | แบตอึดที่สุด / ชาร์จ Type-C |
| 8. Philips 3100 Series | Sonicare | 31,000 | 1 โหมด | 14 วัน | มี Pressure Sensor / ดีไซน์บาง |
| 9. Philips 1100 Series | Sonicare | 31,000 | 1 โหมด | 14 วัน | รุ่นเริ่มต้น / ราคาประหยัด |
| 10. Oral-B Pro 100 | 2D (หมุน) | ~7,600 | 1 โหมด | ~8 วัน | แถมเคสพกพา / ด้ามจับยาง |
วิธีเลือกซื้อ แปรงสีฟันไฟฟ้า ให้เหมาะกับช่องปาก
การลงทุนกับ แปรงสีฟันไฟฟ้า สักด้ามในปี 2026 ไม่ใช่แค่การเลือกที่ราคาถูกหรือแพง แต่คือการเลือก “ระบบ” ที่เข้ากับสรีระเหงือกและฟันของคุณ เพื่อให้คุ้มค่าและแก้ปัญหาช่องปากได้ตรงจุดที่สุด ทาง PRICEDED.COM สรุปเช็กลิสต์สำคัญก่อนตัดสินใจซื้อมาให้ดังนี้ครับ
1. เลือกจากระบบการทำงาน
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะแปรงแต่ละแบบให้ความรู้สึกและความสะอาดที่ต่างกันอย่างชัดเจน
- ระบบ Sonic (สั่นสะเทือน): ทำงานโดยการสั่นด้วยความถี่สูงจนเกิดฟองไมโครบับเบิ้ล ช่วยดันน้ำและยาสีฟันให้ซอกซอนเข้าทำความสะอาดระหว่างซี่ฟัน
- เหมาะกับ: ผู้ที่มีปัญหา เหงือกร่น, เสียวฟันง่าย, หรือ คนจัดฟัน เพราะแรงสั่นจะนุ่มนวลกว่า ไม่กระแทกอุปกรณ์จัดฟัน และช่วยล้างเศษอาหารในซอกเหล็กได้ดีเยี่ยม
- ระบบ Oscillating-Rotating (หมุนขัด): หัวแปรงจะหมุนซ้าย-ขวา เพื่อขัดผิวฟันโดยตรง ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องมือหมอที่คลินิก
- เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการความสะอาดแบบ “เกลี้ยงเกลา” (Squeaky Clean) เน้นขจัด คราบหินปูน หนาๆ หรือคราบชากาแฟที่เกาะแน่นบนผิวฟัน
2. ฟังก์ชัน Pressure Sensor (สำคัญมาก!)
สำหรับมือใหม่ฟังก์ชันนี้ “ต้องมี” ครับ เพราะคนส่วนใหญ่มักติดนิสัยออกแรงกดแปรงเหมือนตอนใช้แปรงธรรมดา ซึ่งเมื่อมาอยู่บนแปรงไฟฟ้าที่มีรอบหมุนสูง การกดแรงเกินไปจะทำให้ เหงือกร่น (Gum Recession) และคอฟันสึกได้ง่ายมาก
- คำแนะนำ: เลือกรุ่นที่มีไฟแจ้งเตือนหรือระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อกดแรงเกินไป เพื่อเป็น “ครูฝึก” ช่วยเซฟสุขภาพเหงือกของคุณในระยะยาว
3. หัวแปรงและขนแปรง
อย่าดูแค่ด้าม ให้ดูที่หัวแปรงด้วย! สำหรับผู้เริ่มต้นใช้ครั้งแรก แนะนำให้เริ่มจากขนแปรงแบบ Soft (นุ่ม) หรือ Extra Soft (นุ่มพิเศษ) เสมอ เพื่อให้เหงือกได้ปรับตัวกับแรงสั่นสะเทือน
- รูปทรงหัวแปรง: หากช่องปากเล็กหรือฟันซ้อนเก แนะนำหัวแปรงทรงกลม (Round Head) เพราะเข้าถึงซอกมุมได้ดีกว่าหัวแปรงทรงยาวแบบ Sonic ครับ
4. อายุการใช้งานแบตเตอรี่และการชาร์จ
- แบบแท่นชาร์จ (Inductive Dock): สวยงาม วางในห้องน้ำแล้วดูดี แต่อาจพกพายากเพราะต้องพกแท่นไปด้วย ส่วนใหญ่อายุแบตจะอยู่ได้ 1-2 สัปดาห์
- แบบพอร์ต USB-C: เป็นเทรนด์ใหม่ปี 2026 สะดวกมากสำหรับสายเดินทาง (Traveler) ใช้สายเดียวกับมือถือชาร์จได้เลย และมักมาพร้อมแบตเตอรี่ที่อึดกว่า (บางรุ่นอยู่ได้ 6 เดือน – 1 ปี)
5. ฟีเจอร์เสริม: Timer และ App จำเป็นไหม?
- Timer (จำเป็น): ระบบจับเวลา 2 นาที และสั่นเตือนเปลี่ยนโซนทุก 30 วินาที (QuadPacer) เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ ต้องมี เพื่อให้มั่นใจว่าเราแปรงฟันได้ครบทุกด้านและนานพอตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
- Application (ทางเลือก): การเชื่อมต่อแอปฯ เพื่อดูแผนที่ฟัน 3D เหมาะสำหรับคนรัก Gadget หรือผู้ปกครองที่ต้องการเช็กการแปรงฟันของลูก แต่หากคุณเน้นแค่ความสะอาดและวินัยพื้นฐาน รุ่นที่ไม่มีแอปฯ ก็เพียงพอและช่วยประหยัดงบได้มากครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทิ้งท้ายก่อนจบ
การเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การตามเทรนด์เทคโนโลยี แต่คือการลงทุน “ซื้อสุขภาพ” ให้กับตัวเองครับ เพราะฟันแท้มีเพียงชุดเดียว การดูแลให้สะอาดหมดจดตั้งแต่วันนี้ ย่อมคุ้มค่ากว่าการเสียเวลาและค่ารักษาหลักหมื่นหลักแสนให้หมอฟันในอนาคตแน่นอน สุดท้ายนี้ ขอย้ำกันอีกครั้งครับว่า “การเลือก แปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี นั้นขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากและงบประมาณของคุณเป็นหลัก” แต่ถ้าให้เราฟันธง 3 รุ่นเด็ดประจำปี 2026 ที่ไม่อยากให้คุณพลาด ได้แก่:
- usmile Y10 Pro: ที่สุดแห่งความอัจฉริยะและฟีเจอร์ครบครัน
- Oral-B iO3: ประสิทธิภาพระบบแม่เหล็กเหนือชั้น ในราคาที่จับต้องได้
- Oral-B Vitality Pro: แชมป์แห่งความคุ้มค่า สำหรับผู้เริ่มต้น
อ่านรีวิวสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
เพื่อให้การดูแลช่องปากของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด หากใครได้แปรงสีฟันคู่ใจแล้ว อย่าลืมเลือก ยาสีฟันฟันขาว ยี่ห้อไหนดี เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้รอยยิ้มสว่างสดใสยิ่งขึ้น หรือถ้าใครมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากกวนใจ ลองดูรีวิว น้ำยาบ้วนปาก ลดหินปูน เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ รับรองว่าช่องปากสะอาด หอมสดชื่น มั่นใจตลอดวันแน่นอน
อย่าลืมกดปุ่ม “เช็คราคาล่าสุด” ที่ลิงก์ใต้สินค้าแต่ละรุ่นเพื่อไม่ให้พลาดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษจาก Shopee และฝากติดตามเพจ PRICEDED.COM เพื่ออัปเดตเทรนด์สินค้าใหม่ๆ และรีวิวคุณภาพก่อนใครด้วยนะครับ!

