เปิดกรุ 10 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี 2026 เปรียบเทียบสเปคเน้นๆ รุ่นไหนคุ้มเงินที่สุดในรอบปี

best-electric-scooters-brands

ในปัจจุบัน ด้วยปัญหาสภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง การเลือกใช้ยานพาหนะระบบไฟฟ้าจึงเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้น นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจคือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งมีข้อได้เปรียบในเรื่องราคาที่เข้าถึงได้ง่าย น้ำหนักเบา และเหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ เช่น ไปตลาดหรือที่ทำงานใกล้บ้านโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรถติด นอกจากนี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ยังสามารถใช้เป็นกิจกรรมพักผ่อนในครอบครัวได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับหลายคน หลายท่านอาจมีคำถามเกี่ยวกับการเลือกซื้อยานพาหนะประเภทนี้ ดังนั้น เราจึงได้รวบรวม วิธีการเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เหมาะสม พร้อมแนะนำ 10 รุ่นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพดี ที่คุ้มค่า ใช้งานง่าย และได้รับความนิยมในปัจจุบัน จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Xiaomi, Segway, Sealup และอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจของคุณ

ใครกำลังตัดสินใจ และกำลังลังเลอยู่ว่า จะเลือกซื้อ “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า” ยี่ห้อไหนดี มาฟังข้อเปรียบเทียบเพื่อที่คุณจะได้เลือก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ให้เหมาะกับความต้องการของคุณกันค่ะ Priceded ได้คัด 10 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี เร็ว แรง ทนทาน จบครบในคันเดียว ไว้ให้คุณแล้วค่ะ จะมีตัวไหนน่าสนใจไปเลือกชมกันได้เลยค่ะ

10 อันดับ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2026

หากคุณกำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแต่ยังลังเลไม่รู้จะเลือกยี่ห้อไหนดี เราได้รวบรวม 10 อันดับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมจากหลากหลายแบรนด์มาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ แต่ละรุ่นมาพร้อมคุณสมบัติที่คุ้มค่า และรับประกันสินค้าทุกรุ่นเพื่อความมั่นใจของคุณ

1. Ninebot eKickScooter MAX G3

Ninebot eKickScooter MAX G3 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ วิ่งได้สูงสุดถึง 80 กม. เครื่องศูนย์ MONOWHEEL

5.0
฿ 51,900 ฿ 64,074
Shopee.co.th

หากคุณถามหา “ที่สุด” ของวงการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในปี 2026 ที่ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือ “ยานพาหนะ” สำหรับการเดินทางจริงจัง ผมขอยกตำแหน่งนี้ให้ Ninebot eKickScooter MAX G3 อย่างไม่มีข้อกังขาครับ รุ่นนี้คือร่างพัฒนาสมบูรณ์แบบที่ต่อยอดมาจากตระกูล MAX ในตำนาน สิ่งที่ทำให้มันทิ้งห่างคู่แข่งคือ “ความเสถียรและระยะทาง” ด้วยสเปกวิ่งไกลสุดโหดถึง 80 กิโลเมตร/ชาร์จ (จากข้อมูลสเปก) ทำให้คำว่า “แบตหมดกลางทาง” (Range Anxiety) หายไปจากพจนานุกรมได้เลย ฟิลลิ่งการขับขี่ของรุ่นนี้จะให้ความรู้สึก “แน่น นุ่ม หนึบ” แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์จีนประกอบทั่วไปอย่างชัดเจน เหมือนคุณขับรถยุโรปเทียบกับรถอีโคคาร์ ตัวงานประกอบกันน้ำกันฝุ่นได้จริงจัง ขี่ลุยถนนกรุงเทพฯ ได้อย่างมั่นใจ และที่สำคัญที่สุดคือการนำเข้าโดย MONOWHEEL ซึ่งมีศูนย์บริการอะไหล่แท้รองรับ ทำให้การลงทุนหลักหมื่นครั้งนี้เป็นการซื้อความสบายใจในระยะยาวครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • Ultimate Range 80 km: ระยะทางวิ่งไกลที่สุดในคลาส เหมาะสำหรับคนที่ใช้เดินทางไปทำงานจริงจัง (Commuter) ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้หลายวัน
  • Ride Comfort Upgrade: ระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาใหม่ ซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนขรุขระ รอยต่อถนน หรือฝาท่อได้นุ่มนวลกว่าเดิม
  • Self-Sealing Tires: ยางแบบ Tubeless เคลือบสารกันรั่วซึมภายใน (Self-healing) เหยียบตะปูแล้วไม่รั่ว ไม่ต้องเข็นกลับบ้าน
  • Built Like a Tank: งานประกอบเกรดพรีเมียม แข็งแรง ทนทาน กันน้ำมาตรฐานสูง (IP Rating) ลุยฝนปรอยๆ ได้หายห่วง
  • Smart App Connectivity: เชื่อมต่อแอปฯ Segway-Ninebot ได้เสถียร ปรับแต่งโหมดการขับขี่ ล็อกรถ และดูสถานะแบตเตอรี่ได้ละเอียดแม่นยำ

2. Xiaomi Electric Scooter Elite

[NEW] Xiaomi Electric Scooter Elite|มอเตอร์ไร้แปรงถ่านพร้อมเซ็นเซอร์ฮอลล์|ระบบกันสั่นสะเทือนจากสปริงคู่ด้านหน้า

4.6
฿ 19,829 ฿ 25,100
Shopee.co.th

สำหรับใครที่เน้นความ “เสถียร” และ “Smart Function” เป็นหลัก ผมขอยกให้ Xiaomi Electric Scooter Elite เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของปี 2026 ครับ ต้องยอมรับว่า Xiaomi ทำการบ้านมาดีมากในการแก้ Pain Point เดิมๆ ของรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะเรื่อง “ความนุ่มนวล” ที่รุ่น Elite นี้ใส่ ระบบกันสั่นสะเทือนจากสปริงคู่ด้านหน้า (Dual Front Spring Suspension) มาให้แล้ว ทำให้การขับขี่บนถนนคอนกรีตหรือทางเท้าในกรุงเทพฯ สมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่กระด้างเหมือนรุ่นเก่า อีกจุดที่ทำได้ยอดเยี่ยมคือ มอเตอร์ไร้แปรงถ่านพร้อมเซ็นเซอร์ฮอลล์ ที่ให้การออกตัวที่นิ่มนวลแต่ทรงพลัง การไต่ทางลาดชันทำได้เสถียรขึ้น และแน่นอนว่าจุดแข็งที่สุดคือ Ecosystem ที่เชื่อมต่อกับแอป Mi Home ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งล็อครถ ดูสถานะแบตเตอรี่ และอัปเดตเฟิร์มแวร์ ใครที่หา ‘สกู๊ตเตอร์คู่ใจ’ ใช้ขี่ไปทำงานทุกวันแบบไม่ต้องซ่อมจุกจิก ตัวนี้คือ The Best ในกลุ่ม Smart Scooter ครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • Dual Front Suspension: อัปเกรดระบบช่วงล่างด้วยสปริงคู่ด้านหน้า ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ขี่สบายขึ้นแม้ถนนไม่เรียบ
  • Smart Hall Sensor Motor: มอเตอร์เทคโนโลยีใหม่ ตอบสนองไว ควบคุมความเร็วได้ละเอียดและนุ่มนวลกว่ามอเตอร์ทั่วไป
  • Mi Home App Integration: เชื่อมต่อแอปพลิเคชันได้เสถียรที่สุดในตลาด ปรับตั้งค่ารถและดูสถิติการขับขี่ได้ละเอียด
  • Xiaomi Minimalist Design: ดีไซน์เรียบหรู เอกลักษณ์เฉพาะตัว พับเก็บง่าย น้ำหนักบาลานซ์ดี ยกขึ้นรถไฟฟ้าสะดวก
  • Reliable Safety: ระบบเบรก E-ABS ตัดการทำงานมอเตอร์ทันทีที่เบรก พร้อมไฟหน้า-หลังที่สว่างชัดเจนมาตรฐานสากล

3. Ninebot D18W

Ninebot D18W สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ราคาถูก เครื่องศูนย์ MONOWHEEL ประกันสูงสุด 2 ปี #D18W

4.9
฿ 15,898 ฿ 29,996
Shopee.co.th

ถ้าโจทย์ของคุณคือ “อยากลองสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบรนด์ดัง ในราคาที่จ่ายไหวและไม่เสี่ยง” Ninebot D18W คือคำตอบสุดท้ายของปี 2026 ครับ รุ่นนี้ถือเป็น King of Entry Level ตัวจริง เพราะแม้สเปกความเร็วและระยะทางอาจจะไม่ได้หวือหวาเท่ารุ่นพี่ตระกูล MAX แต่สิ่งที่ได้มาคือ “คุณภาพการขับขี่” ที่เกินราคา โดยเฉพาะการให้ ล้อลมขนาด 10 นิ้ว มาเลย ซึ่งหาได้ยากมากในเรทราคานี้ (ปกติจะได้ล้อตันที่กระด้างกว่า) ทำให้การวิ่งบนฟุตบาทเมืองไทยนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักตัวเครื่องที่เบา พับยกขึ้นรถไฟฟ้าหรือใส่ท้ายรถเก๋งได้สบายๆ เหมาะที่สุดสำหรับคนวัยทำงานที่ใช้เป็น Last Mile Commute (ขี่จากบ้านไปสถานีรถไฟฟ้า) หรือขี่เล่นในหมู่บ้าน ที่สำคัญคือเป็นเครื่องศูนย์ไทยโดย MONOWHEEL เรื่องอะไหล่และการรับประกันคือหายห่วง ไม่ต้องลุ้นเหมือนสั่งของหิ้วครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • 10-inch Pneumatic Tires: ล้อลมขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ขี่นุ่มสบายกว่าล้อตันอย่างเห็นได้ชัด
  • Safety First System: ระบบเบรก 2 ชั้น (ดรัมเบรกหน้า + ไฟฟ้าหลัง) มั่นใจได้ในความปลอดภัย ระยะเบรกสั้น
  • Lightweight & Portable: น้ำหนักเบา พับเก็บง่าย ยกด้วยมือเดียวไหว เหมาะกับการพกพาไปในเมือง
  • Automotive Grade Frame: โครงสร้างเฟรมคู่แบบใหม่ แข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้ถึง 100 กก.
  • Reliable Warranty: อุ่นใจสูงสุดด้วยประกันศูนย์ไทย MONOWHEEL เคลมง่าย มีอะไหล่รองรับระยะยาว

4. SEALUP Q8

[รับประกัน 1 ปี]SEALUP Q8 อัพเกรด รุ่นที่4หน้าจอสี รุ่นซิตี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสกูตเตอร์ไฟฟ้า ผู้ใหญ่พับได้สกู๊ดเตอร์ไฟฟ้าา

4.9
฿ 12,326 ฿ 23,257
Shopee.co.th

หาก Ninebot คือมาตรฐานรถบ้านที่เรียบง่าย SEALUP Q8 ก็คือ “สปอร์ตตัวแรง” ในคราบรถเมืองครับ ในงบประมาณไม่ข้าม 2 หมื่นบาท (ราคาโปรฯ) รุ่นนี้ถือเป็น Top Tier ของกลุ่มรถจีนสเปกสูง ที่ได้รับการอัปเกรดมาถึงรุ่นที่ 4 (Gen 4) แล้ว จุดที่ทำให้มันน่าสนใจกว่าคู่แข่งในปี 2026 คือขุมพลังมอเตอร์ระบบ 48V ซึ่งให้แรงบิดในการออกตัวและไต่ทางชันได้ดีกว่าระบบ 36V ทั่วไปอย่างชัดเจน เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องขี่ขึ้นสะพานข้ามคลองหรือทางลาดชันในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังแก้ Pain Point เรื่องความกระด้างด้วยระบบ โช้คอัพคู่หน้า-หลัง และยางแบบ Tubeless ทำให้การรูดผ่านฝาท่อหรือถนนขรุขระนุ่มนวลกว่าสกู๊ตเตอร์ล้อยางตันทั่วไป ใครที่มองหาความแรง ความนุ่ม และออปชันหน้าจอล้ำๆ ในราคาที่คุ้มค่าตัวที่สุด ตัวนี้คือคำตอบครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • 48V High Power System: ระบบไฟ 48 โวลต์ ให้พละกำลังและอัตราเร่งที่ติดมือกว่าสกู๊ตเตอร์รุ่นเริ่มต้นทั่วไป ขี่สนุกกว่า เร่งแซงมั่นใจ
  • Full Suspension System: ระบบกันสะเทือนหน้า-หลัง (โช้คอัพน้ำมัน/สปริง) ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม เหมาะกับสภาพถนนเมืองไทยที่ไม่เรียบเนียน
  • Upgraded Color Display: หน้าจอสีรุ่นใหม่ สู้แสงแดดได้ดี บอกข้อมูลครบทั้งความเร็ว แบตเตอรี่ และโหมดการขับขี่
  • Vacuum Tires: ยางแบบสุญญากาศ (ไม่มียางใน) ขนาดใหญ่ เกาะถนนดีและลดความเสี่ยงยางรั่วจากการถูกเจาะได้ดีกว่ายางเติมลมปกติ
  • Smart Security: มีระบบกุญแจรีโมทและสัญญาณกันขโมย เพิ่มความอุ่นใจเมื่อต้องจอดทำธุระสั้นๆ

5. Gyroor C1S

Gyroor C1S สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มีการติดเบาะพร้อมตะกร้าหน้า-หลัง เครื่องศูนย์ MONOWHEEL

5.0
฿ 32,900
Shopee.co.th

ถ้าคุณรู้สึกว่าการ “ยืน” ขับสกู๊ตเตอร์มันเมื่อยเกินไป หรือโจทย์ของคุณคือการขับไปจ่ายตลาดหน้าปากซอยแบบเก๋ๆ Gyroor C1S คือตัวจบที่ตอบโจทย์ Lifestyle นี้ได้ดีที่สุดครับ ตัวนี้ฉีกกฎสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปด้วยการดีไซน์แบบ Sit-down Scooter (มีเบาะนั่ง) ที่มาพร้อมรูปทรงมินิมอลแต่แข็งแรง เฟรมดูบึกบึนกว่ารถของเล่นทั่วไป สิ่งที่ทำให้มันติดอันดับเข้ามาคือ “ความอเนกประสงค์” เพราะให้ ตะกร้าใส่ของมาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุของได้จริง เหมาะมากสำหรับแม่บ้าน หรือผู้ใหญ่ที่ต้องการพาหนะระยะใกล้ (Last Mile) ที่ขับขี่ง่าย ทรงตัวดีกว่าแบบยืน และที่สำคัญคือเป็นการนำเข้าโดย MONOWHEEL ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเบอร์ต้นๆ ของไทย ทำให้มั่นใจได้ว่ามีอะไหล่รองรับและบริการหลังการขายที่ไม่ทิ้งกันแน่นอนครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • Comfort Ride Design: ออกแบบมาให้นั่งขับโดยเฉพาะ พร้อมเบาะนุ่มและตำแหน่งวางเท้าที่กว้าง ขับนานๆ ไม่เมื่อยหลัง
  • Full Utility: มาพร้อมตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่ทั้งหน้าและหลัง รองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ไปซื้อของ 7-11 หรือจ่ายตลาด
  • Dual Suspension: ระบบกันสะเทือนโช้คคู่ ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม นั่งนิ่มแม้เจอถนนในซอยที่ไม่เรียบ
  • Trusted Service: ประกันและดูแลโดยศูนย์ไทย (MONOWHEEL) หมดห่วงเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมหรือหาที่ซ่อมไม่ได้ในอนาคต

6. SEALUP Q7

SEALUP Q7 รถไฟฟ้าผู้ใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า รุ่นออฟโรด สกูตเตอร์ไฟฟ้าผู้ใหญ่พับได้ สกุ๊ดเตอร์ไฟฟา 48V500W/1000W

4.9
฿ 16,250 ฿ 30,660
Shopee.co.th

ข้ามมาที่ฝั่ง “สายลุย” กันบ้างครับ ถ้าคุณรู้สึกว่าสกู๊ตเตอร์รุ่นเริ่มต้นทั่วไปมัน “แรงไม่พอ” หรือวิ่งบนถนนขรุขระในไทยแล้วสะเทือนจนปวดแขน SEALUP Q7 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ Performance ในราคาที่คุ้มค่า ที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดครับ จุดเด่นของ Sealup คือการอัดสเปกมาให้แบบไม่มีกั๊ก ด้วยระบบไฟ 48V และมอเตอร์ที่มีกำลังสูง (มีตัวเลือกถึง 1000W) ทำให้มันมีแรงบิดเหลือเฟือสำหรับการ ขึ้นเนิน หรือเร่งแซง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของรุ่นเล็กๆ นอกจากนี้ Q7 ยังวางตำแหน่งตัวเองเป็น สกู๊ตเตอร์กึ่งออฟโรด (Semi-Offroad) ที่มาพร้อมระบบกันสะเทือนทั้งหน้า-หลัง และยางหน้ากว้างที่เกาะถนนดีเยี่ยม ทำให้การขับขี่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ (ซึ่งเจอได้บ่อยในกรุงเทพฯ) นุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักตัวรถที่ค่อนข้างเยอะ ไม่เหมาะกับการยกขึ้นรถไฟฟ้าบ่อยๆ ครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • High Power Performance: มอเตอร์กำลังสูง (High Wattage) ทำความเร็วและขึ้นทางลาดชันได้ดีกว่าสกู๊ตเตอร์รุ่นมาตรฐานทั่วไป
  • Dual Suspension System: ระบบโช้คอัพซับแรงกระแทกทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ขับขี่นุ่มนวลแม้เจอฝาท่อหรือลูกระนาด
  • Off-Road Tires: ยางหน้ากว้าง ดอกยางลึก (ในบางรุ่นย่อย) ช่วยการยึดเกาะถนนเปียกหรือทางลูกรังได้ดีขึ้น
  • Smart Key System: มีระบบกุญแจรีโมทและสัญญาณกันขโมย เพิ่มความอุ่นใจในการจอด
  • ปรับแต่งได้ (Customizable): โครงสร้างรถเอื้อต่อการติดที่นั่งเสริม หรือติดกล่องใส่ของด้านหลังได้ง่าย

7. MONSPRIN Q18

MONSPRIN Q18 สกู็ตเตอร์ไฟฟ้าออฟโรด พับได้ e-scooter ความเร็ว55km/h ระยะ40-150km ลอ12 นิ้ว สกูตเตอร์ไฟฟ้าผู้ใหญ่ SEALUP

4.8
฿ 33,235
Shopee.co.th

ถ้าความเร็ว 25 กม./ชม. ของแบรนด์ตลาดทั่วไปยังไม่ทันใจคุณ และคุณกำลังมองหา “ความแรง” ในระดับที่ใช้งานจริงบนถนนใหญ่หรือทางขรุขระได้ดี MONSPRIN Q18 คือตัวเลือกที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออฟโรด (Off-road) อย่างแท้จริงครับ จุดที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นกระแทกตาที่สุดคือ ล้อขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่ามาตรฐานทั่วไป (ที่มักให้มาแค่ 8-10 นิ้ว) ทำให้การขับขี่ผ่านหลุมบ่อหรือลูกระนาดมีความนุ่มนวลและปลอดภัยกว่ามาก มาพร้อมสมรรถนะความเร็วสูงสุดถึง 55 กม./ชม. และแบตเตอรี่ที่เคลมว่าวิ่งได้ไกลระดับข้ามจังหวัด (40-150 กม. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) ถือเป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับ ไรเดอร์สายลุย หรือคนที่ต้องการรถไว้ขี่ไปทำงานระยะไกลที่ต้องการทำเวลา และไม่อยากกังวลเรื่องแบตหมดกลางทางครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • Big Wheels 12 Inches: ล้อใหญ่พิเศษช่วยซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ยึดเกาะถนนดีกว่า และปลอดภัยกว่าเมื่อเจอพื้นผิวที่ไม่เรียบ
  • High Performance Motor: ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 55 กม./ชม. แรงบิดสูง ขึ้นเนินชันได้สบายไม่อืดอาด
  • Long Range Battery: รองรับการเดินทางระยะไกล ไม่ต้องชาร์จบ่อย เหมาะสำหรับคนใช้งานหนักหรือวิ่งงานทั้งวัน
  • Off-road Design: โครงสร้างแข็งแรง พร้อมระบบกันสะเทือนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพถนนที่หลากหลาย

8. MONSPRIN Q9

MONSPRIN Q9 สกูตเตอร์ พับได้ รับได้150kg 350W ความเร็ว 35km/h IP54 ล้อใหญ่10นิ้ว สกู็ตเตอร์ รถไฟฟ้า scooter SEALUP

5.0
฿ 28,978
Shopee.co.th

หากคุณกำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ “แกร่งเกินราคา” และแก้ปัญหาเรื่องการรับน้ำหนักที่รุ่นทั่วไปทำไม่ได้ MONSPRIN Q9 คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากในปี 2026 ครับ จุดขายหลักของรุ่นนี้คือโครงสร้างที่ออกแบบมาให้เป็น Heavy Duty รองรับน้ำหนักผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 150 กิโลกรัม (ในขณะที่รุ่นมาตรฐานส่วนใหญ่รับได้แค่ 100-120 กก.) จึงเหมาะมากสำหรับผู้ชายไซส์ใหญ่หรือคนที่ต้องสะพายเป้หนักๆ ขี่ไปทำงาน นอกจากเรื่องความแกร่งแล้ว ยังได้ ล้อใหญ่ขนาด 10 นิ้ว ซึ่งเป็น Golden Size สำหรับถนนเมืองไทย ช่วยให้ข้ามรอยต่อถนนหรือหลุมตื้นๆ ได้นุ่มนวลกว่าล้อ 8 นิ้วอย่างชัดเจน แม้สเปคมอเตอร์ 350W จะดูเป็นมาตรฐาน แต่ก็จูนมาให้ทำความเร็วได้ถึง 35 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเร็วกว่าสกู๊ตเตอร์แบรนด์ดังรุ่นเริ่มต้น ทำให้การเดินทางระยะกลางๆ ไม่น่าเบื่อครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • High Load Capacity: โครงสร้างแข็งแรงพิเศษ รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม (เหมาะสำหรับคนตัวใหญ่)
  • 10-Inch Wheels: ล้อขนาดใหญ่ 10 นิ้ว เพิ่มความมั่นคงในการทรงตัวและซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม
  • IP54 Water Resistance: มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น สามารถลุยผ่านพื้นเปียกแฉะหรือละอองฝนได้โดยไม่ต้องกังวล
  • Optimal Speed: ความเร็วสูงสุด 35 กม./ชม. เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองและเร่งแซงจักรยานทั่วไปได้สบาย

9. ANCHI Electric Scooter

ANCHI สกูตเตอร์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ Electric Scooter จอLED พับเก็บได้ รับน้ำหนักได้ถึง120KG

4.8
฿ 6,498 ฿ 9,997
Shopee.co.th

ถ้าโจทย์ของคุณคือ “งบจำกัด” หรือแค่อยากได้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสักคันไว้ขี่ไปซื้อของหน้าปากซอย ขี่เล่นในหมู่บ้าน หรือขี่ระยะสั้นๆ โดยไม่อยากลงทุนหลักหมื่น ANCHI คือคำตอบที่ “ถูกและคุ้ม” ที่สุดในเวลานี้ครับ ต้องบอกกันตรงๆ แบบผู้เชี่ยวชาญว่า อย่าเอาไปเทียบสเปคกับตัวท็อปอย่าง Ninebot หรือ Xiaomi ในเรื่องความนิ่งหรือวัสดุนะครับ แต่สิ่งที่ ANCHI ให้มาในราคาหลักพันกลางๆ นั้นถือว่า “เกินคุ้ม” สำหรับการใช้งานพื้นฐาน (Basic Use) ตัวรถรองรับน้ำหนักได้เยอะถึง 120 กิโลกรัม ผู้ใหญ่ตัวใหญ่ขี่ได้สบาย มีหน้าจอ LED บอกสถานะชัดเจน และฟังก์ชันพับเก็บได้ที่ทำให้ยกใส่ท้ายรถเก๋งไปเที่ยวได้ง่ายๆ สำหรับมือใหม่ที่ไม่อยากเจ็บตัวเยอะ หรือพ่อบ้านแม่บ้านที่เน้นใช้งานจริงจังในระแวกบ้าน ตัวนี้คือ Entry Level ที่น่าคบหาที่สุดครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • Budget King: ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่ม สบายกระเป๋าสำหรับผู้เริ่มต้น
  • High Load Capacity: โครงสร้างรองรับน้ำหนักผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 120 กิโลกรัม
  • User Friendly: ใช้งานง่าย มีหน้าจอ LED แจ้งเตือนสถานะแบตเตอรี่และความเร็ว
  • Compact & Portable: ออกแบบมาให้พับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ หรือพกพาใส่รถยนต์ได้สะดวก
  • Versatile Options: หลายร้านมักแถมเบาะนั่งมาให้ (ต้องเช็คกับร้านค้า) ทำให้เลือกได้ว่าจะยืนขับเท่ๆ หรือนั่งขับสบายๆ

10. JIESUQI Electric Scooter

JIESUQIสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าElectric Scooter 3โหมดการขี่ นั่งได้ทั้งผู้ใหญ่ และเด็กค่ะ ปรับความสูงเก้าอี้ได้ สกูตเตอร์ไฟฟ้าพับ

4.7
฿ 5,917 ฿ 7,996
Shopee.co.th

ปิดท้ายกันที่ JIESUQI Electric Scooter ตัวเลือกที่ ประหยัดงบที่สุด ในการจัดอันดับครั้งนี้ครับ ถ้าโจทย์ของคุณคือการหารถไฟฟ้าเล็กๆ ไว้ขี่ไปซื้อของหน้าปากซอย หรือซื้อให้ลูกหลานขี่เล่นในหมู่บ้านโดยไม่ได้เน้นทำความเร็วสูงหรือเดินทางไกล ตัวนี้คือคำตอบที่ “คุ้มค่าเงิน” ในหลักพันกลางๆ จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจกว่าแบรนด์จีนทั่วไปคือการออกแบบให้เป็น Family Use อย่างแท้จริง เพราะมีเบาะนั่งที่ปรับระดับได้ ทำให้เด็กขี่ได้ ผู้ใหญ่ขี่ดี (ไม่ต้องยืนให้เมื่อยเหมือนรุ่นสปอร์ต) แม้สเปกมอเตอร์และวัสดุอาจจะไม่ได้ทนทานระดับ Heavy Duty เหมือนพวก Ninebot แต่แลกมาด้วยฟังก์ชันที่ครบครันสำหรับการใช้งานเบาๆ ในชีวิตประจำวัน ถือเป็นตัวเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาก่อนครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • Budget Friendly: ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่ม (ต่ำกว่า 6,000 บาท) เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรืองบจำกัด
  • Adjustable Seat: มาพร้อมเบาะนั่งที่สามารถปรับระดับความสูงได้ รองรับสรีระทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ช่วยให้ขี่สบายไม่เมื่อยขา
  • 3 Riding Modes: ปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ทำให้ควบคุมความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อให้เด็กใช้งาน
  • Lightweight & Foldable: ตัวรถน้ำหนักเบาและพับเก็บใส่ท้ายรถเก๋งได้ง่าย พกพาไปขี่ตามสวนสาธารณะได้สะดวก
  • User Friendly: ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน หน้าจอ LED บอกสถานะชัดเจน

ตารางเปรียบเทียบ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า รุ่นไหนคุ้มที่สุด 2026

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้สรุปข้อมูลสำคัญของทั้ง 10 รุ่น โดยเน้นเปรียบเทียบ “ราคาโปรโมชั่น” และ “สมรรถนะ” เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่ารุ่นไหนตอบโจทย์งบประมาณและการใช้งานของคุณที่สุดครับ

อันดับรุ่น / แบรนด์ (Model)ราคาประมาณ (บาท)ความเร็วสูงสุด (km/h)ระยะทางสูงสุด (km)น้ำหนักรถ (kg)คะแนนความคุ้มค่า (10)
1Ninebot eKickScooter MAX G3
(Best Overall) 🏆
~35,9003080249.8
2Xiaomi Electric Scooter Elite
(Best Balance)
19,8293045179.5
3Ninebot D18W
(Best Starter)
15,898251814.89.0
4SEALUP Q8
(High Performance)
18,999~5040-5025+9.2
5Gyroor C1S (มีเบาะ/ตะกร้า)32,900304028+8.5
6SEALUP Q7 (Off-Road)16,250~4530-50228.8
7MONSPRIN Q1833,2355540-150*30+8.0
8MONSPRIN Q928,9783540-100*25+8.0
9ANCHI Electric Scooter6,2072515-20~128.2
10JIESUQI Electric Scooter
(Budget King) 💰
5,97820-2510-15~108.5

📝 หมายเหตุ:

  • ราคาสินค้า: อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า (ราคาที่แสดงอ้างอิงจากช่วงลดราคาพิเศษ)
  • ระยะทางสูงสุด: เป็นค่าจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การใช้งานจริงอาจลดลงประมาณ 20-30% ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวผู้ขี่และสภาพถนน
  • ไฮไลท์:
    • 🏆 Ninebot MAX G3: เหมาะสำหรับคนเน้นใช้งานจริงจัง ขี่ไกล ทนทานสุด
    • Xiaomi Elite: จุดสมดุลที่ดีที่สุดระหว่าง ราคา-คุณภาพ-ศูนย์บริการ
    • 💰 JIESUQI: ทางเลือกสำหรับคนงบน้อย ขี่ระยะสั้นๆ ในหมู่บ้าน คุ้มราคาที่สุด

วิธีเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ฉบับอัปเดตปี 2026 (Expert Guide)

การเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่ดูดีไซน์แล้วจบครับ เพราะสเปกข้างกล่องอาจดูคล้ายกัน แต่ “สมรรถนะจริง” และ “ความทนทาน” ต่างกันคนละเรื่อง โดยเฉพาะในปี 2026 ที่เทคโนโลยีขยับไปไกล นี่คือคู่มือเช็กสเปกฉบับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณได้รถที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดครับ

มอเตอร์และกำลังวัตต์ (Motor Power)

หัวใจสำคัญที่กำหนด “อัตราเร่ง” และ “แรงขึ้นเนิน”

  • 350W – 400W (Standard): เหมาะสำหรับขี่ในเมือง ทางราบเป็นหลัก ขึ้นสะพานข้ามคลองได้สบายๆ เป็นสเปกมาตรฐานที่สมดุลระหว่างความแรงและการประหยัดแบตเตอรี่
  • 500W ขึ้นไป (Performance): จำเป็นมากถ้าคุณน้ำหนักตัวเยอะ (90 kg+) หรือเส้นทางที่ใช้มีเนินชันสูง (เช่น ทางลาดลานจอดรถคอนโด หรือสะพานข้ามแยกยาวๆ) มอเตอร์วัตต์สูงจะให้แรงบิดที่ดีกว่า ไม่ต้องเข็นให้เสียอารมณ์ครับ

แบตเตอรี่และระยะทาง (Battery & Range)

อย่าดูแค่ตัวเลขกิโลเมตรที่โฆษณา แต่ให้ดูที่ความจุ Wh (Watt-hour) ยิ่งเยอะยิ่งวิ่งได้ไกลจริง

  • BMS ยุคใหม่: ปี 2026 ต้องเลือกรุ่นที่มีระบบ BMS (Battery Management System) อัจฉริยะ คอยตัดไฟเมื่อชาร์จเต็ม ป้องกันแบตบวมและไฟไหม้
  • ระยะทางจริง (Real-world Range): พึงระลึกเสมอว่าระยะทางใช้งานจริงมักจะอยู่ที่ประมาณ 70-80% ของสเปก (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและความเร็วที่ใช้) ถ้าต้องเดินทางไป-กลับ 20 กม. ควรเลือกรุ่นที่สเปกเคลมไว้ 30-40 กม. เพื่อความอุ่นใจครับ

ล้อยางและช่วงล่าง (Tires & Suspension)

ถนนเมืองไทยคือบททดสอบที่โหดหินที่สุด การเลือกล้อจึงสำคัญมาก

  • ยางลม (Pneumatic): นุ่มนวล เกาะถนนดีที่สุด แต่ต้องคอยเช็กลมยาง รุ่นใหม่ๆ มักใช้ยางแบบ Tubeless เคลือบสารกันรั่ว (Self-healing) ซึ่งดีมาก แนะนำให้หาขนาด 10 นิ้วขึ้นไป เพื่อการทรงตัวที่ดี
  • ยางตัน (Solid): หมดห่วงเรื่องยางแตก ไม่ต้องเติมลม แต่แลกมาด้วยความกระด้าง จำเป็นต้องมีโช้คอัพ (Suspension) หน้า-หลัง ช่วยซับแรงกระแทก ไม่อย่างนั้นข้อมือและเข่าจะรับภาระหนักครับ

ความปลอดภัยและฟีเจอร์อัจฉริยะ

ความเร็ว 25-30 กม./ชม. บนสกู๊ตเตอร์ถือว่าเร็วพอสมควร ระบบความปลอดภัยจึงห้ามมองข้าม

  • ระบบเบรก: แนะนำระบบ Dual Brake (เบรกหน้า-หลังทำงานร่วมกัน) และต้องมี E-ABS ที่ล้อหน้าเพื่อป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหันบนถนนลื่น
  • การเชื่อมต่อแอปฯ: ควรตั้งค่า Speed Limit ได้, ล็อกรถผ่านมือถือได้ และดูสถานะแบตเตอรี่แบบ Real-time
  • มาตรฐานกันน้ำ IPX: สำหรับเมืองร้อนชื้น อย่างน้อยต้องได้ IPX4 (กันละอองน้ำ) แต่ถ้าได้ IPX5 ขึ้นไปจะดีมาก เผื่อต้องลุยฝนปรอยๆ ระหว่างทางกลับบ้าน

การรับประกันศูนย์ไทย

“ซื้อถูกแต่ซ่อมไม่ได้ คือของที่แพงที่สุด” นี่คือเรื่องจริงของวงการรถไฟฟ้า

ศูนย์บริการ: แนะนำแบรนด์ที่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Official Distributor) เช่น MONOWHEEL หรือแบรนด์ที่มีศูนย์ซ่อมชัดเจน เพื่อความมั่นใจว่ามีช่างผู้ชำนาญดูแลตลอดอายุการใช้งานครับ

อะไหล่ระยะยาว: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนสึกหรอ (ยาง, ผ้าเบรก, แบตเตอรี่) การซื้อเครื่องหิ้ว (Grey Market) อาจประหยัดหลักพัน แต่พอเสียแล้วหาอะไหล่ไม่ได้ กลายเป็นที่ตากผ้าทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สรุปสุดท้าย

หากคุณกำลังมองหาพาหนะขนาดเล็กที่สะดวกและเหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ในละแวกบ้าน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้อย่างดี ด้วยระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ช่วยให้คุณประหยัดทั้งแรงและเวลา พร้อมความสะดวกในการชาร์จไฟที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านปลั๊กไฟบ้านทั่วไป

นอกจากนี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังมีการออกแบบให้ขับขี่ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุในบางกลุ่ม และสำหรับผู้ที่กำลังมองหารุ่นที่คุ้มค่า ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ปี 2026 นี้ เราได้คัดเลือก 10 รุ่นยอดนิยมที่มีประสิทธิภาพหลากหลายรูปแบบ เชื่อว่าจะมีรุ่นที่ตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างลงตัวอย่างแน่นอน!

มาถึงตรงนี้ ถ้าคุณยังลังเลว่าจะเลือก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี 2026 เพราะแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นต่างกัน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและไม่พลาดเป้า PRICEDED ขอฟันธงแบ่งตามงบประมาณและไลฟ์สไตล์ให้ชัดๆ ดังนี้ครับ

  • 💰 งบน้อย เน้นขี่เล่นในหมู่บ้าน (Budget < 7,000 บ.)
    • 👉 ฟันธง: JIESUQI Electric Scooter
    • เหตุผล: เป็นตัวเลือกที่ “คุ้มเงิน” ที่สุดสำหรับการใช้งานเบาๆ มีเบาะนั่งให้ปรับได้ เด็กขี่ได้ ผู้ใหญ่ขี่ดี จ่ายไม่แพงแต่ได้ฟังก์ชันครบสำหรับการเดินทางระยะสั้น
  • ⚖️ งบกลางๆ เน้นสมดุลและความน่าเชื่อถือ (Mid Range 15,000 – 20,000 บ.)
    • 👉 ฟันธง: Xiaomi Electric Scooter Elite หรือ Ninebot D18W
    • เหตุผล: สองรุ่นนี้คือ “จุด Sweet Spot” ของความคุ้มค่า ได้แบรนด์ระดับโลก วัสดุงานประกอบดีเยี่ยม และหาอะไหล่ง่าย เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่เน้นความปลอดภัยและต้องการรถที่ไว้ใจได้ในระยะยาว
  • 🏆 งบไม่อั้น เน้นเจ็บแต่จบ (High End > 30,000 บ.)
    • 👉 ฟันธง: Ninebot eKickScooter MAX G3
    • เหตุผล: ถ้าคุณกะซื้อครั้งเดียวใช้ยาวๆ 3-5 ปี หรือต้องขี่ไกลวันละ 40-50 กม. รุ่นนี้คือที่สุดครับ ทั้งมอเตอร์แรง แบตอึด และโครงสร้างแข็งแกร่งระดับรถเช่า ตัดปัญหาจุกจิกกวนใจได้ดีที่สุด

“เลือกรุ่นที่ใช่ ในราคาที่ชอบ กับ PRICEDED” แล้วพบกันใหม่ในรีวิวเจาะลึกสินค้าน่าโดนชิ้นต่อไปครับ!