เคยไหมครับ? วางแผนจะซักผ้าทีไร ฟ้าฝนไม่เคยเป็นใจสักที หรือบางครั้งตากผ้าไว้ทั้งวันแต่กลับได้ “กลิ่นอับ” แถมมาแทนความหอม ยิ่งในยุคปัจจุบันที่สภาพอากาศแปรปรวน บวกกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ลอยฟุ้งเต็มเมือง การตากผ้ากลางแจ้งจึงเปรียบเสมือนการเอาเสื้อผ้าไปดักจับฝุ่นเข้าบ้าน โดยเฉพาะชาวหอพักหรือชาวคอนโดที่มี พื้นที่จำกัด การจะหาที่ตากผ้าให้แห้งสนิทและสะอาดจริงๆ นั้นกลายเป็นเรื่องท้าทาย
ด้วยปัญหาเหล่านี้ ทำให้ “เครื่องอบผ้า” ไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่กลายเป็นไอเทม “ของมันต้องมี” ที่ช่วยคืนเวลาและความสะดวกสบายให้กับชีวิตคนยุคใหม่ จะซักตอนเที่ยงคืนหรือตอนพายุเข้า ผ้าก็แห้งนุ่มฟูพร้อมใส่ได้ทันที
และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 เทคโนโลยีการอบผ้าได้พัฒนาไปไกลกว่าเดิมมาก ทั้งระบบ AI ที่ช่วยคำนวณเวลาอบให้แม่นยำ หรือระบบ Heat Pump รุ่นใหม่ที่ประหยัดไฟจนน่าตกใจ บทความนี้จึงได้รวบรวมรายชื่อ “10 เครื่องอบผ้า ยี่ห้อไหนดี 2026” ที่เราคัดมาแล้วว่าคุ้มค่า ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการถนอมผ้าและการประหยัดพลังงาน มาดูกันว่ารุ่นไหนจะครองใจคุณได้บ้างครับ!
รู้ก่อนซื้อ! ระบบเครื่องอบผ้ามีกี่แบบ? แบบไหนเหมาะกับคุณ?
ก่อนจะไปดูรายชื่อรุ่นเครื่องอบผ้า การเข้าใจระบบการทำงานเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะแต่ละระบบมีผลต่อ “ค่าไฟ” และ “การติดตั้ง” ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน (Venting) – ราคาประหยัด แต่ต้องต่อท่อระบายลม
เป็นระบบพื้นฐานที่มีมานานและราคาย่อมเยาที่สุด หลักการคือการเป่าลมร้อนผ่านผ้าเพื่อดึงความชื้น แล้วระบายลมร้อนนั้นทิ้งออกไปข้างนอก
- จุดเด่น: ราคาเครื่องถูกที่สุด, อบผ้าแห้งไวมาก, ความจุถังมักจะใหญ่
- ข้อจำกัด: “กินไฟสูง” เพราะใช้ความร้อนสูง และ “ต้องติดตั้งท่อลมร้อน” ออกนอกบ้าน จึงเหมาะกับบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ระบายอากาศ ไม่เหมาะกับคอนโดปิดทึบ
เครื่องอบผ้าระบบควบแน่น (Condensing) – ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะผนัง เหมาะกับคอนโด
ระบบนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการต่อท่อ โดยเครื่องจะควบแน่นความชื้นจากเสื้อผ้าให้กลายเป็นน้ำ แล้วไปเก็บไว้ในถาดรองรับน้ำภายในเครื่อง (หรือต่อสายน้ำทิ้งก็ได้)
- จุดเด่น: “ติดตั้งง่ายที่สุด” แค่เสียบปลั๊กก็ใช้ได้เลย ไม่ต้องเจาะผนังวางตรงไหนก็ได้ เหมาะมากสำหรับชาวคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์
- ข้อจำกัด: ราคาเครื่องสูงกว่าระบบลมร้อน และอาจมีความร้อนแผ่ออกมาจากตัวเครื่องบ้างขณะทำงาน
เครื่องอบผ้า Heat Pump (ฮีทปั๊ม) – เทคโนโลยีใหม่ ประหยัดไฟ ถนอมผ้าที่สุด
นี่คือเทรนด์หลักของปี 2026 เป็นระบบที่ใช้คอมเพรสเซอร์ (คล้ายแอร์) ในการดึงความชื้นและหมุนเวียนความร้อนกลับมาใช้ใหม่
- จุดเด่น: “ประหยัดไฟที่สุด” (ประหยัดกว่าระบบอื่นได้ถึง 50-60%), ใช้อุณหภูมิต่ำในการอบทำให้ “ถนอมผ้าที่สุด” ผ้าไม่หด ไม่เสียทรง และติดตั้งง่ายเหมือนระบบควบแน่น
- ข้อจำกัด: ราคาเครื่องเริ่มต้นค่อนข้างสูงกว่าระบบอื่น แต่คุ้มค่ามากในระยะยาว
Tip: เลือกแบบไหนคุ้มสุด? หากคุณซักและอบผ้าบ่อย (สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งขึ้นไป) แนะนำให้ลงทุนกับ Heat Pump ครับ แม้ราคาเครื่องจะแพงกว่า แต่ส่วนต่างค่าไฟที่ประหยัดได้จะคืนทุนให้คุณภายใน 1-2 ปีแน่นอน แต่ถ้านานๆ อบที หรือทำธุรกิจซักรีดที่เน้นความไว ระบบ Venting ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
วิธีเลือกซื้อเครื่องอบผ้า ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งาน
การลงทุนซื้อเครื่องอบผ้าสักเครื่องไม่ใช่แค่เลือกยี่ห้อดังเท่านั้น แต่ต้องเลือกให้ “พอดี” กับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คุ้มค่าเงินทุกบาทที่จ่ายไป นี่คือ 3 ปัจจัยหลักที่คุณต้องเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจครับ
- ขนาดความจุ (kg): เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสมาชิกในบ้าน? หลายคนมักสับสนว่าควรซื้อกี่กิโลดี? หลักการง่ายๆ คือ “ควรเลือกความจุเท่ากับหรือใหญ่กว่าเครื่องซักผ้าเล็กน้อย” เพราะผ้าเปียกต้องการพื้นที่ในการตีฟูเพื่อให้ลมร้อนแทรกซึมได้ทั่วถึง
- 1-2 คน (ชาวคอนโด): ขนาด 7-8 kg ก็เพียงพอสำหรับการซักผ้าทั่วไปในแต่ละสัปดาห์
- 3-4 คน (ครอบครัวขนาดกลาง): แนะนำขนาด 9-10 kg เป็นขนาดมาตรฐานที่นิยมที่สุด สามารถอบผ้านวมบางๆ หรือผ้าปูที่นอนได้
- 5 คนขึ้นไป (ครอบครัวใหญ่): ควรมองหาขนาด 10 kg ขึ้นไป เพื่อให้สามารถอบผ้ากองโตได้ในรอบเดียว ประหยัดเวลาและค่าไฟกว่าการแบ่งอบหลายรอบ
- ฟังก์ชันพิเศษ: มากกว่าแค่ “แห้ง” คือการ “ดูแล” เครื่องอบผ้ารุ่นปี 2026 แข่งขันกันที่ฟังก์ชันเสริมที่ช่วยแก้ปัญหาจุกจิกของงานบ้าน:
- โหมดลดรอยยับ (Anti-Crease/Easy Iron): ระบบจะช่วยหมุนถังเบาๆ หลังอบเสร็จ เพื่อป้องกันผ้าพับยับ ช่วยให้รีดผ้าง่ายขึ้น หรือบางตัวแทบไม่ต้องรีดเลย
- โหมดฆ่าเชื้อโรค (Hygiene/Sanitize): ใช้ความร้อนระดับที่เหมาะสมเพื่อกำจัดแบคทีเรีย เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก หรือชุดชั้นใน
- โหมดขจัดสารก่อภูมิแพ้ (Allergy Care): สำคัญมากสำหรับยุค PM 2.5 ช่วยกำจัดไรฝุ่นและละอองเกสรที่ติดมากับเสื้อผ้าได้ดีกว่าการตากแดด
- การประหยัดพลังงาน: จ่ายแพงตอนซื้อ แต่ประหยัดตอนใช้ เครื่องอบผ้าเคยได้ชื่อว่า “กินไฟ” แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ให้มองหา:
- ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: มาตรฐานพื้นฐานที่ควรมี โดยเฉพาะในรุ่น Heat Pump จะได้ค่าประสิทธิภาพพลังงานสูงมาก
- ระบบ Inverter: ช่วยควบคุมการหมุนของมอเตอร์ให้เสถียร ทำงานเงียบขึ้น และประหยัดไฟกว่ามอเตอร์แบบสายพานรุ่นเก่า
- เทคโนโลยี Heat Pump: หากงบถึง แนะนำให้เลือกระบบนี้ เพราะประหยัดค่าไฟได้มากกว่าระบบปกติถึง 50% คืนทุนค่าไฟได้ไวในระยะยาว
อัพเดท! 10 เครื่องอบผ้า ยี่ห้อไหนดี 2026 ผ้าแห้งไว ไม่ง้อแดด
1. Bosch รุ่น WNA254U0TH
เปิดประเดิมลิสต์ด้วยความพรีเมียมมาตรฐานเยอรมนีกับ Bosch Series 6 รุ่น WNA254U0TH ซึ่งต้องบอกว่าเป็นตัวจบสำหรับชาวคอนโดหรือบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่จำกัดอย่างแท้จริง เพราะรุ่นนี้คือ เครื่องซักอบผ้า แบบ 2-in-1 ที่รวมความสามารถในการซัก 10 กก. และการอบ 6 กก. ไว้ด้วยกัน ทำให้คุณ ซักอบจบในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องย้ายผ้าไปมาให้เหนื่อย สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นกว่าคู่แข่งคือขุมพลังมอเตอร์ EcoSilence Drive ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bosch ที่ไม่เพียงแต่ประหยัดพลังงาน แต่ยังทำงานได้เงียบกริบและลดแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม ตัดปัญหาเสียงรบกวนเวลาซักผ้าตอนกลางคืนไปได้เลย นอกจากนี้ยังใส่ใจเรื่องสุขอนามัยด้วยฟังก์ชัน Hygiene Care ที่ใช้ลมร้อนช่วย กำจัดสารก่อภูมิแพ้ และแบคทีเรียก่อนเริ่มรอบซัก มอบความสะอาดลึกถึงเส้นใย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาความสะดวกสบายและคุณภาพที่ไว้ใจได้ในระยะยาวครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- EcoSilence Drive™: มอเตอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ ทำงานเงียบ ทนทาน และประหยัดไฟ พร้อมรับประกันมอเตอร์ยาวนาน
- Hygiene Care: โปรแกรมพิเศษที่เป่าลมร้อนก่อนซักเพื่อฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่น เหมาะสำหรับเสื้อผ้าที่ต้องการความสะอาดสูงสุด
- SpeedPerfect: ฟังก์ชันเร่งด่วนที่ช่วยลดเวลาในการซักลงได้ถึง 65% โดยที่ผ้ายังสะอาดเหมือนเดิม
- AntiVibration Design: ผนังด้านข้างดีไซน์เกลียวช่วยลดการสั่นสะเทือน ทำให้เครื่องนิ่งแม้ในรอบปั่นหมาดความเร็วสูง
- Reload Function: ลืมใส่ถุงเท้าหรือเสื้อยืด? ฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณกดหยุดและเติมผ้าระหว่างซักได้ง่ายๆ
2. Electrolux รุ่น EDH903R7WC
หากคุณเป็นสายแฟชั่นที่หวงแหนเสื้อผ้า หรือเคย “เข็ด” กับการนำชุดตัวโปรดเข้าเครื่องอบแล้วหดจนใส่ไม่ได้ ต้องหันมามอง Electrolux UltimateCare 700 รุ่น EDH903R7WC ตัวนี้เลยครับ เพราะนี่คือ เครื่องอบผ้า Heat Pump ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านการถนอมผ้า” ตัวจริง ด้วยเทคโนโลยี DelicateCare ที่ฉลาดล้ำ สามารถปรับอุณหภูมิและรอบหมุนของถังให้เหมาะกับเนื้อผ้าแต่ละชนิดโดยเฉพาะ ทำให้คุณสามารถอบ ผ้าขนสัตว์ หรือผ้าไหมได้โดย ผ้าไม่หด ไม่เสียทรง และได้รับมาตรฐาน Woolmark Blue รับรองความปลอดภัย อีกจุดที่เหนือกว่าคู่แข่งคือเทคโนโลยี 3DSense เซนเซอร์อัจฉริยะที่สแกนความชื้นลึกถึงเนื้อในของผ้า (ไม่ใช่แค่ผิวสัมผัส) ทำให้มั่นใจได้ว่าผ้าหนาๆ อย่างผ้านวมหรือกางเกงยีนส์จะแห้งสนิทสม่ำเสมอโดยไม่แห้งกรอบเกินไป ช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าให้สีสันสดใสเหมือนใหม่อยู่เสมอครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- DelicateCare System: เทคโนโลยีปรับอุณหภูมิและการเคลื่อนไหวของถังซัก ป้องกันผ้าหดตัวและเสียทรง เหมาะสำหรับผ้าบอบบาง
- 3DSense Technology: เซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นที่แม่นยำ สแกนลึกถึงชั้นในของเนื้อผ้า เพื่อการอบแห้งที่สมบูรณ์แบบ
- Energy Efficient: ระบบ Heat Pump ประหยัดพลังงานมากกว่าเครื่องอบทั่วไปถึง 50% ช่วยเซฟค่าไฟระยะยาว
- Reverse Tumbling: ระบบการหมุนถังซักสลับทิศทาง ช่วยลดปัญหาผ้าพันกันและลดรอยยับได้ถึง 32% ทำให้รีดง่ายขึ้น
- ColourCare: ช่วยถนอมสีผ้าให้สดใส ลดการซีดจางได้ถึง 80% แม้ผ่านการอบหลายครั้ง
3. SAMSUNG รุ่น DV90T6240LE/ST
ถ้าคุณชอบความล้ำสมัยและอยากให้งานบ้านเป็นเรื่องง่าย ต้องไม่พลาด SAMSUNG รุ่น DV90T6240LE/ST เครื่องอบผ้าที่ “ฉลาด” ที่สุดในลิสต์ด้วยระบบ AI Control แผงควบคุมอัจฉริยะที่ไม่ได้มีไว้แค่กดปุ่ม แต่สามารถเรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการใช้งานของคุณ เพื่อแนะนำโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติ (Smart Recommendation) ยิ่งใช้ยิ่งรู้ใจ แถมยังเชื่อมต่อการทำงานคู่กับเครื่องซักผ้า Samsung ได้อย่างไร้รอยต่อ มาพร้อมเทคโนโลยี Heat Pump ประสิทธิภาพสูงระดับ A+++ ที่ช่วย ประหยัดไฟ ขั้นสุดและถนอมผ้าไปในตัว ไฮไลท์สำคัญคือฟังก์ชัน Hygiene Care ที่ช่วยขจัดแบคทีเรียได้ถึง 99.9% ทั้งบนเสื้อผ้าแห้งและเปียก รวมถึงโหมด Wrinkle Prevent ที่ช่วยพลิกผ้าต่อหลังอบเสร็จ ไม่ให้เกิดรอยยับฝังลึก ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน SmartThings บนมือถือครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- AI Control: แผงควบคุมอัจฉริยะที่จดจำรูปแบบการใช้งานและแสดงผลข้อมูลที่เข้าใจง่าย พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลกับเครื่องซักผ้า
- Heat Pump Technology: เทคโนโลยีปั๊มความร้อนช่วยประหยัดพลังงานระดับ A+++ และใช้อุณหภูมิต่ำในการอบเพื่อถนอมเนื้อผ้า
- Hygiene Care: ป้องกันการสะสมของเชื้อโรคด้วยความร้อนสูง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ 99.9% เพิ่มความมั่นใจด้านสุขอนามัย
- Wrinkle Prevent: ระบบหมุนถังต่อหลังจบโปรแกรม (โดยไม่ใช้ความร้อน) ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยยับหากยังไม่ได้นำผ้าออกจากเครื่อง
- Reversible Door: บานประตูสลับด้านได้ เลือกเปิดซ้ายหรือขวาได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่วาง
- SmartThings: สั่งงาน ตรวจสอบสถานะ และรับคำแนะนำการดูแลผ้าผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่
4. LG รุ่น RV10VHP2B
ขยับมาที่แบรนด์เกาหลียักษ์ใหญ่อย่าง LG ที่ส่ง รุ่น RV10VHP2B มาท้าชิงบัลลังก์ด้วยนวัตกรรมเฉพาะตัวอย่าง Dual Inverter Heat Pump™ ซึ่งเป็นการอัปเกรดระบบ Heat Pump เดิมให้ทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยการใช้กระบอกสูบคู่ที่ช่วยขยายช่วงความถี่ของลมร้อน ทำให้คุณเลือกได้ว่าจะเน้น “ประหยัดพลังงาน” หรือ “ประหยัดเวลา” (อบไวขึ้น 22% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) อีกหนึ่งความใส่ใจคือระบบ Auto Cleaning Condenser ที่หลายคนมองข้าม แต่สำคัญมาก! เพราะระบบนี้จะใช้น้ำล้างแผงคอยล์ให้สะอาดโดยอัตโนมัติ ช่วยรักษาประสิทธิภาพการอบให้ดีต่อเนื่องยาวนานโดยที่คุณไม่ต้องมานั่งแกะล้างเองให้วุ่นวาย นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Allergy Care ที่ผ่านการรับรองจากสถาบัน BAF ว่าช่วยลดไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.9% ถูกใจครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นภูมิแพ้อย่างแน่นอนครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Dual Inverter Heat Pump™: เทคโนโลยีคอมเพรสเซอร์คู่ เพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนลมร้อน ช่วยให้ผ้าแห้งไวขึ้นและประหยัดไฟยิ่งกว่า
- Auto Cleaning Condenser: ระบบทำความสะอาดคอนเดนเซอร์อัตโนมัติ ช่วยลดภาระการดูแลรักษาและคงประสิทธิภาพเครื่องให้เหมือนใหม่
- Allergy Care: โปรแกรมขจัดสารก่อภูมิแพ้และไรฝุ่นได้ถึง 99.9% รับรองโดยสถาบัน BAF (British Allergy Foundation)
- LG ThinQ™: ควบคุมและตรวจสอบการทำงานผ่าน Wi-Fi บนสมาร์ทโฟน พร้อมดาวน์โหลดโปรแกรมอบผ้าใหม่ๆ เพิ่มเติมได้
- Gentle Care: ใช้อุณหภูมิต่ำในการอบ ช่วยลดโอกาสที่ผ้าจะหดตัวและถนอมเส้นใยผ้าให้ใช้งานได้ยาวนาน
- Sensor Dry: เซนเซอร์อัจฉริยะตรวจจับความชื้นและอุณหภูมิ เพื่อปรับเวลาอบให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
5. Beko รุ่น BM3T3929W
ใครที่อยากได้เครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump ที่ขึ้นชื่อเรื่องประหยัดไฟ แต่เห็นราคาแบรนด์เจ้าตลาดแล้วถอดใจ อยากให้หันมามอง Beko รุ่น BM3T3929W ตัวนี้ครับ เพราะนี่คือ “Best Value Choice” หรือรุ่นที่คุ้มค่าตัวที่สุดในตลาดตอนนี้ ด้วยราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าแบรนด์อื่นหลายพันบาท แต่ได้ฟังก์ชันระดับท็อปครบครัน แบรนด์ยุโรปเจ้านี้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี EcoGentle™ ที่ช่วยล็อกสีสันของเสื้อผ้าให้สดใส ไม่ซีดจางเร็ว (ซึ่งเป็นปัญหาหลักของการอบผ้าบ่อยๆ) ผสานการทำงานกับถังซักดีไซน์พิเศษ AquaWave® ที่จำลองคลื่นนุ่มนวลในการขยับผ้า ช่วยลดแรงเสียดสี ทำให้เนื้อผ้าไม่เสียหาย นอกจากนี้ยังมีระบบกรองฝุ่นแบบ 2 ชั้น (Fusion Filter) ที่ถอดทำความสะอาดง่ายมาก ไม่ต้องแกะหลายจุดให้วุ่นวาย เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความประหยัดทั้งค่าเครื่องและค่าไฟไปพร้อมๆ กันครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- EcoGentle™: เทคโนโลยีอบผ้าที่ช่วยรักษาสีสันของเสื้อผ้าให้สดใส ไม่ซีดจางง่าย แม้จะผ่านการอบหลายครั้ง
- AquaWave®: ดีไซน์กระจกประตูและใบพายในถังที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยขยับผ้าแบบคลื่นนุ่มนวล ถนอมเนื้อผ้าสูงสุด
- OptiSense®: เซนเซอร์วัดระดับความชื้นและอุณหภูมิ ช่วยตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อผ้าแห้ง ป้องกันผ้าแห้งกรอบและประหยัดไฟ
- Fusion Filter: นวัตกรรมแผ่นกรอง 2 ชั้นในตำแหน่งเดียว ถอดทำความสะอาดง่าย เพิ่มความสะดวกในการดูแลรักษา
- BabyProtect+: โปรแกรมพิเศษที่เน้นความสะอาดล้ำลึกและควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับเสื้อผ้าเด็กและผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
6. TOSHIBA รุ่น TD-H80SET
สำหรับใครที่เพิ่งเข้าวงการเครื่องอบผ้าและไม่อยากเจ็บตัวกับราคาหลักหมื่น ขอแนะนำ TOSHIBA รุ่น TD-H80SET ตัวนี้เลยครับ เพราะนี่คือ เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน (Venting) ที่ครองตำแหน่ง “ขวัญใจมหาชน” ในช่วงราคาหลักพันบาทได้อย่างเหนียวแน่น แม้ค่าตัวจะย่อมเยาแต่สเปกที่ให้มาถือว่าเกินคุ้ม โดยเฉพาะเทคโนโลยี SenseDry ที่มีเซนเซอร์อัจฉริยะคอยตรวจจับอุณหภูมิและความชื้น ทำให้เครื่องตัดการทำงานได้ทันทีเมื่อผ้าแห้ง ไม่ต้องกลัวว่าผ้าจะโดนความร้อนนานเกินไปจนกรอบเสียหาย อีกหนึ่งจุดที่ Toshiba ทำการบ้านมาดีคือระบบหมุนถังแบบทวนเข็มและตามเข็มนาฬิกาสลับกัน ช่วยแก้ปัญหาผ้าพันกันเป็นก้อน (ซึ่งเป็นเรื่องน่าปวดหัวของเครื่องอบผ้ารุ่นเล็ก) ทำให้ผ้ากระจายตัวดีและแห้งทั่วถึง เหมาะมากสำหรับชาวหอพักหรือบ้านที่มีพื้นที่ระบายลมร้อนและต้องการความคุ้มค่าสูงสุดครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- SenseDry™: ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น ช่วยหยุดการทำงานอัตโนมัติเมื่อผ้าแห้ง ถนอมผ้าและประหยัดไฟ
- Anti-Crease: ระบบการหมุนถังแบบสลับทิศทาง (ตามเข็ม/ทวนเข็ม) ช่วยลดรอยยับและป้องกันผ้าพันกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Quick Dry 20 Mins: โปรแกรมอบด่วนพิเศษ ใช้เวลาเพียง 20 นาที เหมาะสำหรับเสื้อผ้าจำนวนน้อยที่ต้องการใส่ทันที
- User-Friendly LED: หน้าจอแสดงผล LED ขนาดใหญ่ มองเห็นชัดเจน ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน
- Value for Money: เป็นรุ่นที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดในกลุ่มเครื่องอบผ้าขนาด 7 กก. เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
7. Whirlpool รุ่น AWD712STH
ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ “อึด ถึก ทน” สไตล์อเมริกัน ชื่อของ Whirlpool ต้องมาเป็นอันดับต้นๆ แน่นอนครับ สำหรับรุ่น AWD712STH นี้ แม้จะเป็นเครื่องอบผ้าระบบลมร้อน (Venting) ขนาดกะทัดรัด 7 กก. แต่ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์อย่าง 6th Sense Technology ที่ฉลาดล้ำ โดยระบบจะใช้เซนเซอร์อัจฉริยะตรวจวัดความชื้นและอุณหภูมิภายในถังตลอดเวลา เพื่อคำนวณระยะเวลาอบที่เหมาะสมที่สุด ทำให้ผ้าแห้งสนิทโดยไม่แห้งกรอบเกินไป (Over-drying) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นใยผ้าเสียหาย นอกจากนี้ยังออกแบบมาให้ตอบโจทย์คนอยู่คอนโดสุดๆ เพราะสามารถ ติดตั้งกลับหัว (Upside Down) หรือแขวนผนังได้ เพื่อประหยัดพื้นที่แนวราบ ดีไซน์ถังอบภายในทำจากวัสดุสแตนเลสสตีลคุณภาพสูง ช่วยลดการสะสมของคราบสกปรกและทนทานต่อการกัดกร่อน เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการเครื่องอบผ้าที่ไว้ใจได้ แข็งแรง และใช้งานได้ยาวนานครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- 6th Sense Technology: เทคโนโลยีอัจฉริยะเฉพาะของ Whirlpool ที่ตรวจจับความชื้นและปรับเวลาอบให้อัตโนมัติ เพื่อถนอมผ้าและประหยัดไฟ
- Stainless Steel Drum: ถังอบผลิตจากสแตนเลสสตีล แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม และช่วยถนอมเนื้อผ้าได้ดีกว่าถังโลหะทั่วไป
- Flexible Installation: ออกแบบมาให้ติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งวางตั้งพื้น วางซ้อนบนเครื่องซักผ้า หรือแขวนผนัง (Wall Mount)
- Anti-Crease: ฟังก์ชันลดรอยยับ ช่วยหมุนถังเป็นระยะหลังจบโปรแกรม เพื่อให้ผ้ารีดง่ายและไม่จับตัวเป็นก้อน
- 15 Drying Programs: มีโปรแกรมการอบให้เลือกถึง 15 รูปแบบ ครอบคลุมทุกชนิดผ้า ตั้งแต่ยีนส์หนาๆ ไปจนถึงผ้าบอบบาง
8. Hitachi รุ่น TD-90YFE
สำหรับใครที่ศรัทธาในมาตรฐานแบรนด์ญี่ปุ่นและกำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้งานรีดผ้ากลายเป็นเรื่องเล็ก ต้องยกให้ Hitachi รุ่น TD-90YFE (ขนาด 9 กก.) เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ครับ รุ่นนี้จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องอบผ้าสมรรถนะสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยี Steam & Wear (ตรวจสอบฟังก์ชันในรุ่นย่อย) ซึ่งเป็นฟีเจอร์เด็ดที่ใช้ไอน้ำช่วยคลายรอยยับของเสื้อผ้าในขณะอบ ทำให้ผ้าออกมาเรียบเนียนพร้อมใส่ หรือรีดต่อได้ง่ายขึ้นมาก ช่วยประหยัดเวลาหน้าเตารีดไปได้เยอะ นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องความสะอาดด้วยโปรแกรม Hygiene ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดแบคทีเรียและไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ใส่ใจเรื่องสุขอนามัย หรือบ้านที่มีเด็กเล็ก ตัวเครื่องรองรับผ้าได้ถึง 9 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าจุได้เยอะสะใจ สามารถอบผ้าปูที่นอนหรือผ้านวมขนาดกลางได้สบายๆ ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Steam & Wear Technology: เทคโนโลยีไอน้ำช่วยลดรอยยับของผ้า ทำให้ผ้านุ่มฟูและรีดง่ายขึ้น ช่วยประหยัดเวลาในการรีดผ้า
- Smart Sensor Control: ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะตรวจจับความชื้นในถังซัก เพื่อควบคุมอุณหภูมิและเวลาอบให้แม่นยำ ป้องกันผ้าแห้งเกินไป
- Hygiene Program: โปรแกรมอบผ้าด้วยความร้อนที่เหมาะสมเพื่อฆ่าเชื้อโรคและขจัดสารก่อภูมิแพ้
- Large Capacity 9kg: ถังอบขนาดใหญ่ รองรับผ้าปริมาณมากได้ในครั้งเดียว เหมาะสำหรับครอบครัวขนาด 3-4 คน
- Refresh Mode: โหมดกำจัดกลิ่นอับสำหรับผ้าที่ไม่ได้ซัก หรือผ้าที่เก็บไว้นาน ให้กลับมาหอมสดชื่นอีกครั้ง
9. Haier รุ่น HDV70E1
มาถึง “ตัวตึงรุ่นเล็ก” ที่เขย่าตลาดเครื่องอบผ้าได้แรงที่สุดกับ Haier รุ่น HDV70E1 ต้องบอกเลยว่านี่คือ เครื่องอบผ้าราคาถูก ที่สุดในลิสต์ของเรา แต่คุณภาพไม่ได้ไก่กาอย่างที่คิด เพราะ Haier อัดฟังก์ชันพื้นฐานมาให้ครบครันเกินราคา โดยเฉพาะระบบ Sensor Dry ที่มีเซนเซอร์อัจฉริยะคอยตรวจจับความชื้นที่แม่นยำ ช่วยตัดการทำงานทันทีที่ผ้าแห้ง แก้ปัญหาผ้าหดตัวหรือแห้งกรอบที่มักพบในเครื่องอบผ้าราคาประหยัดรุ่นเก่าๆ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังหมดห่วงเรื่องผ้าพันกันเป็นก้อนด้วยระบบ Reversible Tumble ที่ถังจะหมุนสลับซ้าย-ขวา ช่วยให้ลมร้อนกระจายตัวทั่วถึง ผ้านุ่มฟูไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง ถือเป็น “ใบเบิกทาง” ที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากลองใช้เครื่องอบผ้าเป็นครั้งแรก หรือชาวหอพักที่ต้องการความสะดวกใน งบหลักพัน ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Sensor Dry: ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยคำนวณและตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อผ้าแห้ง ป้องกันผ้าเสียหายจากความร้อนเกิน
- Reversible Tumble: การหมุนถังแบบสลับทิศทาง ช่วยลดการพันกันของผ้า ทำให้ผ้าแห้งไวและลดรอยยับ
- Stainless Steel Drum: ถังอบทำจากสแตนเลสคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน และช่วยถนอมเนื้อผ้าได้ดีกว่าพลาสติก
- Transparent Window: ฝาหน้าเป็นกระจกใส สามารถมองเห็นการทำงานภายในและเช็กสถานะผ้าได้ตลอดเวลา
- Flexible Installation: ออกแบบให้ติดตั้งง่าย สามารถวางซ้อน หรือติดตั้งแบบกลับหัวแขวนผนังได้สำหรับพื้นที่จำกัด
10. TCL รุ่น WT09KFDYW
ปิดท้ายลิสต์ด้วย “ม้ามืด” ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง TCL รุ่น WT09KFDYW ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องอบผ้าขนาดใหญ่จุใจ 9 กิโลกรัม ในดีไซน์ที่ดูแพงแบบมินิมอล แต่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ รุ่นนี้คือคำตอบครับ จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ติดอันดับเข้ามาคือความสามารถในการ “อบแห้งไว” ด้วยระบบความร้อนที่มีประสิทธิภาพ (ไม่ต้องรอนานเหมือนรุ่นเก่าๆ) มาพร้อมโปรแกรมการอบที่หลากหลายครอบคลุมทั้งผ้าฝ้าย ผ้าสังเคราะห์ ไปจนถึงชุดเครื่องนอนชิ้นใหญ่ สิ่งที่น่าประทับใจคือฟังก์ชัน Anti-Crease ที่ช่วยลดรอยยับได้จริง ทำให้ผ้าออกมาเรียบเนียนพร้อมพับเก็บหรือรีดต่อได้ง่ายมาก นอกจากนี้ยังมีโหมด Refresh ที่ช่วยขจัดกลิ่นอับและกลิ่นอาหารออกจากเสื้อผ้าโดยไม่ต้องซักน้ำ เหมาะมากสำหรับสายปาร์ตี้หมูกระทะหรือคนที่ชอบใส่เสื้อคลุมซ้ำ เป็นตัวเลือกสุดคุ้มที่พิสูจน์แล้วว่า “ของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป” ครับ
จุดเด่นของรุ่นนี้
- Large Capacity 9kg: ความจุถังขนาดใหญ่ รองรับการอบผ้าห่มหรือผ้านวมขนาดกลางได้สบาย เหมาะสำหรับครอบครัว
- Anti-Crease Function: ระบบช่วยลดรอยยับอัตโนมัติ หมุนถังต่อเนื่องหลังจบโปรแกรมเพื่อให้ผ้านุ่มฟูและไม่จับตัวเป็นก้อน
- Quick Dry: ระบบอบแห้งไว ช่วยประหยัดเวลาในวันที่เร่งรีบ แต่ยังคงความแห้งสนิท
- Refresh Program: โปรแกรมเป่าลมร้อนเพื่อขจัดกลิ่นอับ กลิ่นอาหาร หรือฝุ่นละออง ช่วยให้ผ้าหอมสดชื่นโดยไม่ต้องซัก
- Modern Design: ดีไซน์ตัวเครื่องสีขาวเรียบหรู ทันสมัย เข้ากับการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลได้ลงตัว
| อันดับ | ยี่ห้อ / รุ่น | ระบบการทำงาน | ความจุ (kg) | ราคาโปรโมชั่นประมาณ (บาท)* |
| 1 | Bosch รุ่น WNA254U0TH | ซัก-อบ (Washer-Dryer) | ซัก 10 / อบ 6 | 39,690.- |
| 2 | Electrolux รุ่น EDH903R7WC | ปั๊มความร้อน (Heat Pump) | 9 | 33,854.- |
| 3 | Samsung รุ่น DV90T6240LE/ST | ปั๊มความร้อน (Heat Pump) | 9 | 23,990.- |
| 4 | LG รุ่น RV10VHP2B | ดูอัล อินเวอร์เตอร์ (Heat Pump) | 10 | 34,020.- |
| 5 | Beko รุ่น BM3T3929W | ปั๊มความร้อน (Heat Pump) | 9 | 15,990.- |
| 6 | Toshiba รุ่น TD-H80SET | ลมร้อน (Venting) | 7 | 8,190.- |
| 7 | Whirlpool รุ่น AWD712STH | ลมร้อน (Venting) | 7 | 10,990.- |
| 8 | Hitachi รุ่น TD-90YFE | ลมร้อน (Venting) | 9 | 22,800.- |
| 9 | Haier รุ่น HDV70E1 | ลมร้อน (Venting) | 7 | 4,741.- |
| 10 | TCL รุ่น WT09KFDYW | ลมร้อน (Venting) | 9 | ~7,990.- |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ขึ้นอยู่กับ “ระบบ” ของเครื่องที่คุณเลือกใช้ครับ
ระบบลมร้อน (Venting) และระบบควบแน่น (Condensing): จะกินไฟมากกว่า เพราะใช้ขดลวดความร้อนสูง (คล้ายไดร์เป่าผม) ค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 10-15 บาทต่อรอบ (ขึ้นอยู่กับรุ่นและปริมาณผ้า)
ระบบ Heat Pump (ฮีทปั๊ม): เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ “ประหยัดไฟมาก” เพราะใช้ระบบคอมเพรสเซอร์ดึงความร้อนกลับมาใช้ใหม่ ค่าไฟเฉลี่ยเพียง 3-5 บาทต่อรอบ เท่านั้น แม้ราคาเครื่องจะสูงกว่า แต่คุ้มค่าไฟในระยะยาวแน่นอนครับ
มีโอกาสเป็นไปได้ครับ โดยเฉพาะกับผ้าใยธรรมชาติอย่าง Cotton 100%, ผ้าลินิน หรือผ้าขนสัตว์ หากโดนความร้อนสูงจัด
วิธีป้องกัน: แนะนำให้เลือกใช้เครื่องอบระบบ Heat Pump ซึ่งใช้อุณหภูมิต่ำกว่าในการอบ (ถนอมผ้ากว่ามาก) หรือเลือกโหมด “Delicate” สำหรับผ้าบอบบาง
จุดสังเกตสำคัญ: ก่อนอบต้องดู “ป้ายสัญลักษณ์ (Care Label)” บนเสื้อผ้าเสมอ หากมีรูป สี่เหลี่ยมที่มีวงกลมอยู่ข้างใน แปลว่าอบได้ แต่ถ้ามีกากบาททับ ห้ามนำเข้าเครื่องอบเด็ดขาดครับ
เลือกตาม “พื้นที่” และ “ปริมาณผ้า” ของคุณครับ
เครื่องซักอบในตัว (Washer-Dryer): เหมาะสำหรับ คอนโดที่มีพื้นที่จำกัด เพราะประหยัดที่ตั้ง แต่ข้อจำกัดคือ “อบผ้าได้น้อยกว่าซัก” (เช่น ซัก 10 กก. แต่อบได้แค่ 6 กก.) และใช้เวลาอบนานกว่าเครื่องแยก
เครื่องอบผ้าแยก (Standalone): เหมาะสำหรับ บ้านที่มีพื้นที่ และซักผ้าบ่อย ข้อดีคือ “อบแห้งสนิทกว่า เร็วกว่า และจุผ้าได้เต็มพิกัด” แถมยังมีตัวกรองฝุ่นที่ใหญ่กว่า ดักจับฝุ่นได้ดีกว่าเครื่องแบบ 2-in-1 ครับ
บทสรุป (Conclusion)
เห็นไหมครับว่าการมี เครื่องอบผ้า ติดบ้านไว้ในปี 2026 นี้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือสินค้าฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่มันคือการลงทุนซื้อ “เวลา” และ “คุณภาพชีวิต” คืนมาให้ตัวคุณเอง หมดปัญหากังวลเรื่องฝนตก ผ้าเหม็นอับ หรือต้องมาคอยสะบัดฝุ่น PM 2.5 ออกจากเสื้อผ้า ลองจินตนาการถึงการใส่เสื้อนุ่มๆ ฟูๆ ที่เพิ่งออกจากเครื่องดูสิครับ ว่ามันจะฟินแค่ไหน
หวังว่าข้อมูลรีวิวเจาะลึก “10 เครื่องอบผ้า ยี่ห้อไหนดี 2026” ที่ทีมงาน PRICEDED.COM คัดสรรมาให้อย่างละเอียดนี้ จะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นประหยัดงบหรือรุ่นท็อปฟังก์ชันครบ อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของคุณนะครับ
เจอรุ่นที่ถูกใจแล้วหรือยัง? อย่ารอช้า! ลองกดเข้าไป เช็คราคาโปรโมชั่นล่าสุด หรือดูส่วนลดพิเศษจากร้านค้าชั้นนำด้านล่างนี้ได้เลยครับ เปลี่ยนงานซักผ้าที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายได้ตั้งแต่วันนี้!
