10 เครื่องวัดความดันโลหิต ยี่ห้อไหนดี 2026 วัดค่าแม่นยำ ได้มาตรฐาน ราคาคุ้มค่า เหมาะมีติดบ้าน

เครื่องวัดความดันโลหิต ยี่ห้อไหนดี

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เปรียบเสมือน “ภัยเงียบ” ที่น่ากลัวเพราะมักไม่แสดงอาการเตือนล่วงหน้า ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามและมองหา เครื่องวัดความดันโลหิต ยี่ห้อไหนดี เพื่อนำมาติดบ้านไว้สำหรับดูแลสุขภาพคนในครอบครัว การมีอุปกรณ์ตรวจวัดที่ได้มาตรฐานเปรียบเสมือนการมีเกราะป้องกันที่ช่วยให้เรารู้เท่าทันความผิดปกติของร่างกาย และสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน เครื่องวัดความดันดิจิทัล ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพื่อให้การ วัดความดันที่บ้าน เป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป โดยเฉพาะฟังก์ชันระบบเสียงพูดภาษาไทยที่เหมาะจะเป็น เครื่องวัดความดันสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยให้ผู้ใหญ่ในบ้านใช้งานเองได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายตา นอกจากนี้ หลายรุ่นยังรองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อเก็บประวัติสุขภาพ ช่วยให้เปรียบเทียบผลกับ ค่าความดันโลหิตมาตรฐาน ได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายและคุ้มค่าที่สุด วันนี้ Priceded ได้ทำการรวบรวมและคัดกรองข้อมูลมาให้แล้วอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นท็อปฟังก์ชันล้ำสมัย หรือรุ่นประหยัดงบที่คุณภาพเชื่อถือได้ พร้อมตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเด่นให้เห็นกันชัดๆ รุ่นไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุด ไปติดตามกันได้เลยครับ

10 อันดับ เครื่องวัดความดันโลหิต ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. OMRON รุ่น HEM-7361T (Dual Check + ตรวจจับ AFib ป้องกันสโตรก)

OMRON เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ รุ่น HEM-7361T (รับประกัน 3+3 ปี) Blood Pressure Monitor

4.9
฿ 4,200 ฿ 5,000
Shopee.co.th

ยกให้เป็น “ตัวจบ” สายสุขภาพที่ครบเครื่องที่สุดในปีนี้ สำหรับ เครื่องวัดความดัน OMRON รุ่น HEM-7361T ที่ไม่ได้มีดีแค่การวัดความดันพื้นฐาน แต่ยกระดับความปลอดภัยด้วยฟังก์ชัน ตรวจจับหัวใจสั่นพริ้ว (AFib) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ช่วย ป้องกันอัมพฤกษ์ และสโตรกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ผสานกับระบบ Dual Check ที่วัดค่าสองครั้งอัตโนมัติเพื่อยืนยันผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดคล้ายการตรวจที่โรงพยาบาล ในด้าน User Experience รุ่นนี้แก้ Pain Point ของผู้สูงอายุได้ดีเยี่ยมด้วย ผ้าพันแขน IntelliWrap ที่สวมใส่ง่าย วัดได้รอบทิศทาง 360 องศา ไม่ต้องกังวลเรื่องพันแขนผิดท่าแล้วค่าเพี้ยน ที่สำคัญยังเอาใจลูกหลานยุค 5G ด้วยการเชื่อมต่อ Bluetooth ส่งข้อมูลเข้าแอปฯ Omron Connect ให้คุณมอนิเตอร์สุขภาพคนที่รักได้ทุกที่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงวัยกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ หรือคนที่ต้องการความละเอียดระดับ Medical Grade ไว้ติดบ้านครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • มีโหมดเช็กความเสี่ยงภาวะหัวใจสั่นพริ้ว (AFib) ช่วยคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
  • ระบบ Dual Check วัดผล 2 ครั้งพร้อมกัน เพื่อความแม่นยำสูงสุด
  • ปลอกแขน IntelliWrap สวมง่าย วัดค่าได้แม่นยำ 360 องศา ลด error จากการพันผ้าผิด
  • เชื่อมต่อ Bluetooth ซิงค์ข้อมูลสุขภาพลงสมาร์ตโฟนได้อัตโนมัติ
  • รองรับผู้ใช้งาน 2 ท่าน พร้อมแยกหน่วยความจำชัดเจน (บันทึกได้ท่านละ 100 ค่า)
  • หน้าจอแสดงผลแบบเปรียบเทียบค่าเดิม ช่วยให้เห็นแนวโน้มความดันที่เปลี่ยนแปลงง่ายขึ้น

2. OMRON รุ่น HEM-7600T (ไร้สาย All-in-one + Intelli Wrap 360 องศา)

OMRON เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ รุ่น HEM-7600T (รับประกัน 3+3 ปี) Blood Pressure Monitor

4.9
฿ 4,700 ฿ 6,026
Shopee.co.th

ฉีกกฎเครื่องวัดความดันแบบเดิมๆ ด้วยนวัตกรรม “ไร้สาย” (Tubeless) จาก OMRON รุ่น HEM-7600T (Smart Elite) ที่ออกแบบมาแบบ All-in-one ผสานตัวเครื่องเข้ากับผ้าพันแขนเป็นชิ้นเดียว หมดปัญหาสายยางเกะกะพันกันเวลาใช้งานหรือพกพา โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Intelli Wrap 360 องศา ที่ช่วยปิดจุดบอดเรื่อง Human Error ไม่ว่าจะสวมปลอกแขนหมุนไปทางทิศไหนก็วัดค่าได้แม่นยำเท่ากัน ไม่ต้องคอยเล็งตำแหน่งเส้นเลือดให้ยุ่งยาก การใช้งานให้ความรู้สึกพรีเมียมด้วยระบบ Intellisense ที่ควบคุมแรงบีบให้อัตโนมัติ นุ่มนวล ไม่เจ็บแขน พร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth ส่งผลเข้ามือถือได้ทันที รุ่นนี้จึงเหมาะมากสำหรับนักเดินทาง คนทำงาน หรือผู้ที่มองหา เครื่องวัดความดันพกพา ดีไซน์มินิมอลที่หยิบมาใช้นอกบ้านได้แบบไม่อายใคร ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่เน้นความคล่องตัวเป็นหลักครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • ดีไซน์ไร้สาย (Tubeless) กะทัดรัด ไม่มีสายยางให้เกะกะ พกพาสะดวกที่สุด
  • ผ้าพันแขน Intelli Wrap วัดแม่นยำรอบทิศทาง 360 องศา ลดความผิดพลาดจากการสวมใส่
  • เทคโนโลยี Intellisense บีบลมรวดเร็ว นุ่มนวล ไม่บีบแขนจนเจ็บ
  • ตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้ขณะวัด
  • เชื่อมต่อ Bluetooth ซิงค์ข้อมูลสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน Omron Connect ได้
  • หน้าจอ OLED ชัดเจน อ่านค่าได้ง่ายแม้ในที่แสงน้อย

3. OMRON รุ่น HEM-7156T (ผ้าพันแขน 360 องศา + เชื่อมต่อ Bluetooth)

OMRON เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ รุ่น HEM-7156T (รับประกัน 3+3 ปี) Blood Pressure Monitor

4.9
฿ 2,800 ฿ 3,457
Shopee.co.th

ถ้าพูดถึงรุ่น “ขวัญใจมหาชน” ที่คุ้มค่าน่าลงทุนที่สุดในปี 2026 คงหนีไม่พ้น OMRON รุ่น HEM-7156T ครับ รุ่นนี้เป็นการอัปเกรดจากรุ่นในตำนานโดยเพิ่มฟังก์ชันการเชื่อมต่อ Bluetooth เข้ามา ทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นเรื่องง่ายในยุคดิจิทัล จุดเด่นที่ต้องชมคือ ผ้าพันแขนอัจฉริยะ (Intelli Wrap Cuff) ที่ออกแบบมาแก้ปัญหาคนวัดความดันไม่เป็นโดยเฉพาะ เพราะสวมท่าไหนก็วัดค่าได้แม่นยำ ไม่ต้องคอยเล็งตำแหน่งเส้นเลือดให้ยุ่งยาก หน้าจอแสดงผลตัวเลขใหญ่สะใจผู้สูงวัย พร้อมสัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อพันผ้าไม่แน่นหรือมีความดันสูงเกินมาตรฐาน ส่วนเรื่องการใช้งานจริงถือว่า User Friendly มากๆ กดปุ่มเดียวจบ และด้วยความที่ซิงค์ข้อมูลลงแอปฯ ได้ จึงเป็นตัวเลือกที่ “เหมาะที่สุดสำหรับลูกหลาน” ที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ แต่อยาก เช็กความดันผ่านมือถือ คอยดูแนวโน้มสุขภาพของท่านได้ตลอดเวลาครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • ผ้าพันแขน Intelli Wrap สวมง่าย วัดได้ 360 องศา ลดความคลาดเคลื่อนจากการใส่ผิด
  • เชื่อมต่อ Bluetooth ส่งข้อมูลเข้าแอปฯ Omron Connect ได้อัตโนมัติ
  • หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ อ่านค่าง่าย สบายตาผู้สูงอายุ
  • มีสัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบการเต้นของหัวใจผิดปกติ (Irregular Heartbeat)
  • ระบบ Intellisense บีบลมพอดี ไม่เจ็บแขน ลดเวลาในการวัด
  • บันทึกค่าในตัวเครื่องได้ 60 ครั้ง (และดูย้อนหลังผ่านแอปฯ ได้ไม่จำกัด)

4. Microlife รุ่น B2 Plus (เทคโนโลยี PAD ตรวจชีพจรผิดปกติ)

ไมโครไลฟ์ เครื่องวัดความดันโลหิต รุ่น B2 Plus

5.0
฿ 2,750
Shopee.co.th

ข้ามมาฝั่งแบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์กันบ้างกับ Microlife รุ่น B2 Plus รุ่นนี้ถือเป็น “Standard Choice” ที่คุ้มค่าและไว้ใจได้เรื่องความแม่นยำ โดยเฉพาะเทคโนโลยี PAD (Pulse Arrhythmia Detection) ที่เป็นจุดขายหลัก ช่วยคัดกรองภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แจ้งเตือนทันทีบนหน้าจอ ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุที่อาจไม่รู้ตัวมาก่อน ในด้านการใช้งานจริง (User Experience) หลายคนประทับใจระบบ Gentle+ ที่ควบคุมแรงบีบต้นแขนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพิ่มและลดแรงดันอย่างนุ่มนวล ไม่รัดแน่นจนเจ็บแขนเหมือนเครื่องรุ่นเก่าๆ ทำให้การวัดความดันทุกเช้าไม่เป็นเรื่องน่ากลัว ปลอกแขนเป็นแบบ Soft Cuff ให้สัมผัสนุ่มกระชับ เหมาะสำหรับซื้อไปดูแลพ่อแม่ หรือผู้ป่วยโรคความดันที่ต้องการ เครื่องวัดความดันไมโครไลฟ์ คุณภาพสูงที่ใช้งานง่าย จบครบในปุ่มเดียวครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • เทคโนโลยี PAD ตรวจจับชีพจรผิดปกติ แจ้งเตือนความเสี่ยงโรคหัวใจเบื้องต้น
  • ระบบ Gentle+ ควบคุมแรงบีบอัจฉริยะ นุ่มนวล ไม่เจ็บแขนขณะวัด
  • ปลอกแขน Soft Cuff ไซซ์ M-L สัมผัสนุ่ม สวมใส่สบาย รองรับขนาดแขนทั่วไป
  • มีสัญลักษณ์แจ้งเตือนหากขยับตัว หรือใส่ปลอกแขนผิดวิธี (Cuff Fit Check)
  • หน้าจอใหญ่อ่านง่าย พร้อมแถบสีบ่งบอกระดับความอันตรายของความดัน

5. OMRON รุ่น HEM-7143T1 (รุ่นเริ่มต้นเชื่อมต่อ App ได้)

OMRON เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ รุ่น HEM-7143T1 (รับประกัน 3+3 ปี) Blood Pressure Monitor

4.9
฿ 2,100 ฿ 2,800
Shopee.co.th

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มหันมาดูแลสุขภาพและมองหา เครื่องวัดความดันราคาถูก แต่สเปกครบครัน OMRON รุ่น HEM-7143T1 คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2026 ครับ รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น “Smart Entry Level” คือเป็นรุ่นเริ่มต้นราคาประหยัดที่ใส่ฟีเจอร์เด็ดอย่าง Bluetooth มาให้ ทำให้คุณสามารถส่งค่าความดันลงแอปฯ Omron Connect ได้เหมือนรุ่นท็อป แม้ดีไซน์จะดูมินิมอลและใช้ผ้าพันแขนแบบ Soft Cuff (แบบนิ่มมาตรฐาน) ซึ่งอาจต้องใส่ใจตำแหน่งการพันมากกว่ารุ่น IntelliWrap เล็กน้อย แต่ OMRON ก็แก้เกมด้วยระบบไฟเตือน Cuff Wrapping Guide ที่จะโชว์ “OK” เมื่อเราพันผ้าถูกต้อง ทำให้มือใหม่ใช้งานได้มั่นใจ ในแง่ User Experience รุ่นนี้ตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย ระบบ Intellisense ช่วยให้ลมบีบไม่เจ็บ เหมาะมากสำหรับวัยทำงานที่อยากเริ่มมอนิเตอร์ความดันตัวเอง หรือคนที่มีงบจำกัดแต่ต้องการฟังก์ชันบันทึกข้อมูลผ่านมือถือครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • เป็นรุ่นเริ่มต้นที่รองรับ Bluetooth เชื่อมต่อแอปฯ ได้ในราคาย่อมเยา
  • ระบบ Intellisense บีบลมรวดเร็ว นุ่มนวลตามมาตรฐาน OMRON
  • มีสัญลักษณ์ Cuff Wrapping Guide แจ้งเตือนเมื่อพันผ้าถูกต้อง
  • ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เหมาะแก่การพกพา
  • ตรวจจับการเต้นของหัวใจผิดปกติได้
  • เก็บค่าวัดในตัวเครื่องได้ 30 ค่า (และไม่จำกัดในแอปพลิเคชัน)

6. CITIZEN รุ่น CHU-305 (รับประกันนานสุด 7 ปี + มาตรฐานญี่ปุ่น)

CITIZEN เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิทัล วัดต้นเเขน ใช้งานง่าย รุ่น CHU-305 (รับประกันสินค้า 7 ปี)

4.9
฿ 1,490 ฿ 1,910
Shopee.co.th

หากคุณกำลังมองหาความ “อึด ถึก ทน” และไม่อยากเปลี่ยนเครื่องบ่อยๆ ต้องยกให้ CITIZEN รุ่น CHU-305 แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำระดับเดียวกับนาฬิกา ในปี 2026 นี้ รุ่นนี้ยังคงครองแชมป์ความคุ้มค่าด้วย การรับประกันศูนย์ไทยนานถึง 7 ปี (ซึ่งยาวนานที่สุดในท้องตลาดตอนนี้) เรียกว่าซื้อครั้งเดียวใช้ดูแลสุขภาพกันยาวๆ ในแง่การใช้งาน (User Experience) รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัยที่มีปัญหาสายตาโดยเฉพาะ ด้วยหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ แสดงค่าตัวเลขชัดเป๊ะ อ่านง่ายไม่ต้องเพ่ง พร้อมแถบสีแจ้งเตือนระดับความดันโลหิต (Hypertension Indicator) ด้านข้างจอ ให้รู้ทันทีว่าค่าที่วัดได้อยู่ในเกณฑ์อันตรายหรือไม่ การทำงานเงียบและเรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ เครื่องวัดความดัน Citizen ที่เน้นความเสถียร ได้ มาตรฐานญี่ปุ่น และเป็นมิตรกับผู้ใช้งานทุกวัยครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • รับประกันศูนย์ไทยนานสูงสุด 7 ปี (โดดเด่นที่สุดในตลาด)
  • มาตรฐานการผลิตจากญี่ปุ่น มั่นใจได้เรื่องความแม่นยำและความทนทานของวัสดุ
  • หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่พิเศษ ตัวเลขคมชัด อ่านค่าง่ายมาก
  • มีระบบเฉลี่ยค่า 3 ครั้งสุดท้าย เพื่อผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้มากขึ้น
  • แสดงแถบสีระดับความดันตามมาตรฐาน WHO และเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ช่องเก็บผ้าพันแขนด้านหลังเครื่อง เพิ่มความเป็นระเบียบในการจัดเก็บ

7. Beurer รุ่น BM28 (มาตรฐานเยอรมัน + อะแดปเตอร์)

Beurer เครื่องวัดความดันโลหิตที่ต้นแขน BM28 | Blood Pressure Monitor BM 28

4.9
฿ 1,880 ฿ 2,350
Shopee.co.th

มาทางฝั่งยุโรปกันบ้างกับ Beurer รุ่น BM28 แบรนด์เวชภัณฑ์ชั้นนำจากเยอรมนีที่ได้รับความเชื่อถือทั่วโลก รุ่นนี้ตอบโจทย์คนขี้กังวลเรื่อง “แบตเตอรี่หมด” ได้ชะงัด เพราะในกล่อง แถมอะแดปเตอร์ (Adapter) มาให้พร้อมใช้งาน เสียบไฟบ้านวัดได้ทันที ช่วยประหยัดค่าถ่านไปได้เยอะสำหรับคนที่วัดบ่อยๆ ในด้านการออกแบบ (User Experience) รุ่นนี้ทำการบ้านมาดีมากด้วย Universal Cuff ปลอกแขนขนาดใหญ่พิเศษ (22-42 ซม.) ที่รองรับตั้งแต่วงแขนเล็กไปจนถึงคนแขนใหญ่ ทำให้ใช้งานร่วมกันได้ทั้งครอบครัว อีกฟีเจอร์เล็กๆ ที่ใส่ใจคือฟังก์ชัน ตั้งเวลาแจ้งเตือน (Alarm) ได้ 2 ช่วงเวลา เหมาะมากสำหรับใช้เตือนผู้สูงอายุให้วัดความดันหรือทานยาตรงเวลา เรียกว่าเป็น เครื่องวัดความดัน Beurer ที่ให้ความรู้สึก Solid แข็งแรง ทนทาน ตามฉบับ มาตรฐานเยอรมัน เหมาะกับบ้านที่มีสมาชิกหลายคนและต้องการความคุ้มค่าระยะยาวครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • แถมอะแดปเตอร์ (Adapter) ในกล่อง ใช้งานได้ทั้งไฟบ้านและถ่าน ประหยัดค่าใช้จ่าย
  • มาตรฐานเยอรมัน (German Engineering) มั่นใจได้ในความทนทานและแม่นยำ
  • Universal Cuff ปลอกแขนไซซ์ใหญ่ (22-42 ซม.) คนแขนใหญ่ใส่สบาย ไม่ต้องซื้อแยก
  • ฟังก์ชันตั้งปลุก 2 เวลา ช่วยเตือนความจำเรื่องการกินยาหรือวัดความดัน
  • ระบบบันทึกค่าผู้ใช้ได้ถึง 4 ท่าน (ท่านละ 30 ค่า) รองรับครอบครัวใหญ่
  • หน้าจอแสดงสัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่อ่อน

8. Yuwell รุ่น YE660E (มีเสียงพูดไทย + ประกัน 5 ปี คุ้มค่าที่สุด)

เครื่องวัดความดันโลหิต Yuwell รุ่น YE660E (มีเสียงพูดไทย) ประกันศูนย์ไทย 5 ปี

4.9
฿ 835 ฿ 1,193
Shopee.co.th

ถ้าความคุ้มค่าคือโจทย์หลัก และคุณกำลังมองหา เครื่องวัดความดัน Yuwell ให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านใช้ รุ่น YE660E คือตัวเลือกที่ “คุ้มเงินทุกบาททุกสตางค์” ที่สุดในปี 2026 ครับ จุดเด่นไม้ตายที่ทำให้รุ่นนี้ขายดีถล่มทลายคือฟังก์ชัน “เสียงพูดภาษาไทย” ที่ดังฟังชัด ช่วยบอกค่าความดันและแปลผลให้ทันทีว่าปกติหรือสูง ทำให้ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสายตาไม่ต้องคอยเพ่งมองหน้าจอให้ปวดตา ในด้าน User Experience ตัวเครื่องออกแบบมาให้ใช้งานง่ายแบบ “กดปุ่มเดียวรู้เรื่อง” หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่พร้อมไฟ Backlight สีส้ม อ่านค่าได้สบายแม้ในห้องนอนที่มืดสลัว ความรู้สึกในการวัดถือว่านุ่มนวลใช้ได้ และที่น่าตกใจคือด้วยราคาค่าตัวที่เป็นมิตรสุดๆ แต่กล้าให้ การรับประกันศูนย์ไทยนานถึง 5 ปี ถือว่าใจปั้มมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในเรตราคาเดียวกัน เหมาะสำหรับลูกหลานที่งบจำกัดแต่อยากได้ของดีมีคุณภาพ หรือซื้อให้คุณปู่คุณย่าที่อยู่บ้านคนเดียวให้สามารถวัดความดันเองได้สะดวกครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • มีระบบเสียงพูดภาษาไทย แจ้งผลการวัดและแปลค่าความดันให้ฟังชัดเจน
  • ราคาประหยัด คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับฟังก์ชันที่ได้
  • รับประกันศูนย์ไทยยาวนาน 5 ปี ใช้งานได้อุ่นใจ
  • หน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมไฟ Backlight มองเห็นชัดแม้ในที่มืด
  • บันทึกค่าได้ 99 ครั้ง ย้อนดูประวัติการวัดได้ง่าย
  • ใช้งานง่ายมาก เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดอุปกรณ์ไอที

9. ALLWELL รุ่น JPD-HA120/ HA101 (เชื่อม App ได้ + เสียงพูดไทย)

ALLWELL เครื่องวัดความดัน เชื่อม app ได้ ระบบเสียงพูดภาษาไทย รุ่น JPD-HA120/ HA101 มีให้เลือก 2 รุ่นความดันโลหิต

4.9
฿ 1,390 ฿ 2,482
Shopee.co.th

เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อ “เชื่อมความสัมพันธ์” ในครอบครัวอย่างแท้จริงครับสำหรับ ALLWELL รุ่น JPD-HA120 / HA101 เพราะนี่คือจุดกึ่งกลางที่ลงตัวระหว่างเทคโนโลยีและความง่าย โดยรวมเอาฟังก์ชัน “เสียงพูดภาษาไทย” ที่ผู้สูงอายุชื่นชอบ (เพราะไม่ต้องใส่แว่นเพ่งมองจอ) มาผสานกับระบบ Bluetooth ที่ตอบโจทย์ลูกหลานยุค 2026 ให้สามารถดูค่าความดันของพ่อแม่ผ่านแอปพลิเคชันได้แบบ Real-time แม้ตัวจะทำงานอยู่อีกจังหวัด ในแง่ User Experience รุ่นนี้ทำหน้าจอมาได้สวยงามทันสมัย มี ไฟ Backlight 3 สี บอกระดับความดัน (เขียว/เหลือง/แดง) ให้รู้ทันทีว่า “อันตราย” หรือไม่โดยไม่ต้องแปลผลเอง การใช้งานลื่นไหล ปุ่มกดใหญ่ สัมผัสเดียวจบ เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่ลูกหลานไม่ได้อยู่ดูแลตลอดเวลา แต่อยากมอนิเตอร์สุขภาพคนที่รักได้เหมือนอยู่ใกล้ๆ หรือบ้านที่มีทั้งคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุใช้งานร่วมกันครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • ระบบ Hybrid: มีเสียงพูดภาษาไทยสำหรับผู้สูงอายุ และเชื่อมต่อ Bluetooth สำหรับลูกหลาน
  • หน้าจอเปลี่ยนสีได้ 3 สี (Tri-color Backlight) ตามระดับความรุนแรงของความดัน
  • เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน Allwell Health บันทึกและดูแนวโน้มสุขภาพย้อนหลังได้
  • รองรับระบบผู้ใช้งาน 2 ท่าน (แยกเมมโมรี่ชัดเจน)
  • ดีไซน์สวย ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด
  • แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

10. OMRON รุ่น HEM-8712 (รุ่นประหยัดยอดนิยม เน้นทนทาน)

OMRON เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ รุ่น HEM-8712 (รับประกัน 3+2 ปี) Blood Pressure Monitor

4.9
฿ 1,730 ฿ 2,084
Shopee.co.th

ปิดท้ายกันที่ “รุ่นอมตะ” ที่ยังคงครองใจมหาชนในปี 2026 ได้อย่างเหนียวแน่นกับ OMRON รุ่น HEM-8712 หากเปรียบเทียบกับวงการมือถือ รุ่นนี้ก็คือ “Nokia 3310” แห่งวงการเครื่องวัดความดันครับ เพราะเน้นความ Simple & Durable คือฟังก์ชันน้อยแต่ทนทานมาก เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการลูกเล่นหวือหวา ไม่เน้นเชื่อมแอปฯ หรือเก็บข้อมูลย้อนหลัง (รุ่นนี้จำค่าล่าสุดได้แค่ค่าเดียว) แต่ต้องการ เครื่องวัดความดันราคาถูก ที่ให้ค่าแม่นยำตามมาตรฐาน OMRON ไว้ติดบ้านสักเครื่อง ในด้าน User Experience รุ่นนี้ใช้งานง่ายที่สุดในโลก เพียงแค่สวมปลอกแขนแล้วกดปุ่มสีน้ำเงินปุ่มเดียว เครื่องจะทำงานทันที พร้อมสัญลักษณ์แจ้งเตือนหากขยับตัวขณะวัด เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับซื้อไว้เป็นเครื่องสำรอง, ซื้อบริจาค, หรือสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการแค่ “วัดให้รู้” ว่าความดันปกติไหม โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการตั้งค่าใดๆ ครับ

จุดเด่นของรุ่นนี้

  • ราคาย่อมเยาที่สุด เข้าถึงง่าย สบายกระเป๋า
  • การใช้งานแบบ One-touch เพียงปุ่มเดียว ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ความทนทานสูง ปัญหากวนใจน้อย ตามมาตรฐาน OMRON
  • มีสัญลักษณ์แจ้งเตือนหากมีการขยับตัวขณะวัด (Body Movement Detection)
  • แสดงสัญลักษณ์เมื่อค่าความดันสูงเกินมาตรฐาน (Hypertension Indicator)
  • ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาไปต่างจังหวัดได้สะดวก

ตารางเปรียบเทียบ เครื่องวัดความดันโลหิต ปี 2026

นี่คือตารางเปรียบเทียบ เครื่องวัดความดันโลหิต รุ่นที่น่าสนใจและคาดว่าจะได้รับความนิยมต่อเนื่องในปี 2026 โดยคัดเลือกจากรุ่นที่มีเทคโนโลยีทันสมัย มาตรฐานสูง และมีความคุ้มค่าครับ

ลำดับชื่อรุ่นจุดเด่นหลักการรับประกันความคุ้มค่า (เต็ม 10)
1Omron HEM-7156แม่นยำ 360 องศา: ด้วยผ้าพันแขน IntelliWrap สวมใส่ง่าย วัดได้ทุกทิศทาง ลดความผิดพลาด5 ปี*9.5
2Microlife B3 AFIB Advancedเน้นป้องกันอัมพฤกษ์: มีเทคโนโลยี AFIBsens ตรวจจับภาวะหัวใจสั่นพริ้ว สาเหตุโรคหลอดเลือดสมอง5 ปี9.0
3Allwell BSX-593ใช้ง่ายเพื่อผู้สูงอายุ: จอเปลี่ยนสีตามระดับความดัน (เขียว/เหลือง/แดง) + เสียงพูดภาษาไทย5 ปี9.0
4Yuwell YE660Eราคาประหยัด ฟังก์ชันครบ: มีเสียงพูดไทย จอใหญ่ อ่านค่าง่าย ในราคาสบายกระเป๋า5 ปี9.5
5Omron HEM-7361Tสาย Tech & สุขภาพ: เชื่อมต่อ Bluetooth เข้าแอปฯ Omron Connect ได้ + แจ้งเตือนภาวะหัวใจสั่นพริ้ว5 ปี*8.5

*หมายเหตุ: การรับประกันของ Omron ปกติจะอยู่ที่ 3 ปี และมักมีการลงทะเบียนออนไลน์เพิ่มได้อีก 2 ปี (รวม 5 ปี) โปรดตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขายอีกครั้ง

วิธีเลือกซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต ให้ได้มาตรฐานและเหมาะกับการใช้งาน

การเลือกซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตไม่ใช่เพียงแค่ดูที่ราคา แต่ต้องคำนึงถึง “ความแม่นยำ” เป็นหัวใจสำคัญ เพราะค่าที่ได้คือข้อมูลในการวินิจฉัยและรักษาโรค เพื่อให้คุณได้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทีมงานได้สรุปหลักเกณฑ์การพิจารณา 4 ข้อสำคัญ ดังนี้ครับ:

1. เลือกจากประเภท: เน้นแบบวัดต้นแขน (Upper Arm)

แม้ในท้องตลาดจะมีทั้งแบบวัดที่ข้อมือและปลายนิ้ว แต่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้ เครื่องวัดความดันแบบต้นแขน (Upper Arm Monitor) เป็นหลัก เนื่องจากการวัดที่ต้นแขนจะอยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ ทำให้กระแสเลือดไหลเวียนได้ดีและให้ค่าที่ แม่นยำและเสถียรกว่า แบบข้อมือ ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้ง่ายหากวางตำแหน่งแขนไม่ถูกต้อง

2. ขนาดของปลอกแขน (Cuff) ต้องกระชับ พอดีรอบแขน

ขนาดของ Cuff มีผลโดยตรงต่อความถูกต้องของค่าความดัน:

  • ถ้าเล็กหรือแน่นเกินไป: ค่าความดันจะสูงกว่าความเป็นจริง
  • ถ้าใหญ่หรือหลวมเกินไป: ค่าความดันจะต่ำกว่าความเป็นจริง

คำแนะนำ: ก่อนซื้อควรวัดรอบวงแขนของผู้ใช้งาน (โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือคนที่มีน้ำหนักตัวมาก) และเลือกขนาด Cuff ให้สัมพันธ์กัน หรือเลือกรุ่นที่มี Cuff แบบ Wide Range ที่ครอบคลุมหลายขนาดแขน

3. ฟังก์ชันเสริมที่ช่วยชีวิตและอำนวยความสะดวก

เครื่องวัดความดันยุคใหม่ในปี 2026 ควรมีฟังก์ชันที่มากกว่าแค่การบอกตัวเลข:

  • ระบบตรวจจับหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia Detection): ฟังก์ชันนี้สำคัญมาก เพราะช่วยเตือนความเสี่ยงโรคหัวใจได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
  • การบันทึกค่า (Memory): ควรบันทึกได้อย่างน้อย 30-60 ค่า เพื่อให้แพทย์ดูแนวโน้มย้อนหลังได้ง่าย
  • การเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน (Connectivity): สามารถส่งข้อมูลเข้าสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth ช่วยให้ติดตามผลสุขภาพระยะยาวได้สะดวกยิ่งขึ้น

4. มาตรฐานการรับรองต้องชัดเจน

อย่าเสี่ยงกับเครื่องที่ไม่มีที่มาที่ไป ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีเครื่องหมาย อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) รับรองอย่างถูกต้อง หรือผ่านมาตรฐานสากลระดับโลก เช่น:

  • AAMI (Association for the Advancement of Medical Instrumentation)
  • EHS (European Hypertension Society) ตราสัญลักษณ์เหล่านี้คือเครื่องการันตีว่าค่าตัวเลขที่คุณเห็นบนหน้าจอ เป็นค่าที่เชื่อถือได้จริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บทสรุปสุดท้าย

การลงทุนซื้อ เครื่องวัดความดันโลหิต ที่ได้มาตรฐานติดบ้านไว้ ก็เปรียบเสมือนการมี “คุณหมอประจำบ้าน” ที่คอยช่วยเฝ้าระวังสัญญาณเตือนของร่างกายครับ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ การตระหนักรู้ค่าความดันของตนเองและคนในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราป้องกันและรับมือกับโรคร้ายได้ทันท่วงที สุดท้ายนี้ หวังว่าข้อมูลที่ Priceded นำมาฝากจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ว่าควรซื้อ เครื่องวัดความดัน ยี่ห้อไหนดี ให้ตรงใจที่สุด โดยพิจารณาจากงบประมาณที่มีและความเหมาะสมในการใช้งานจริงเป็นหลักนะครับ

แนะนำเพิ่มเติม: หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ เพื่อการดูแลตัวเองและคนที่คุณรักแบบครบวงจร อย่าลืมตามไปอ่านรีวิว 10 เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยี่ห้อไหนดี หรือ สมาร์ทวอทช์สุขภาพ รุ่นไหนดี ต่อได้เลยครับ รับรองว่าคัดมาแต่รุ่นเด็ดๆ แน่นอน