PRICEDED
Home /เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน /แนะนำ! 10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 งบหลักพัน ฟังก์ชันครบ รุ่นไหนปราบ PM 2.5 อยู่หมัด?

แนะนำ! 10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 งบหลักพัน ฟังก์ชันครบ รุ่นไหนปราบ PM 2.5 อยู่หมัด?

แชร์เรื่องนี้
52 Views
แนะนำ! 10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 งบหลักพัน ฟังก์ชันครบ รุ่นไหนปราบ PM 2.5 อยู่หมัด?

เข้าสู่ปี 2026 แล้ว แต่ดูเหมือนว่าวิกฤต มลพิษทางอากาศ จะยังไม่จางหายไปไหน เช้าตื่นมาเรายังคงต้องเผชิญกับหมอกควันสีเทาที่ไม่ใช่หมอกหนาว แต่เป็นฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่คอยทำร้ายปอดและกระตุ้นอาการ ภูมิแพ้อากาศ ของคนในครอบครัวให้กำเริบอยู่ทุกวัน จนหลายคนเริ่มรู้สึกว่าการหายใจเข้าเต็มปอดในบ้านของตัวเอง กลายเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

แต่ในยุคเศรษฐกิจที่ต้องรัดเข็มขัดแบบนี้ เราเข้าใจดีครับว่าการจะควักเงินก้อนใหญ่หลายหมื่นบาทเพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกคน ครั้นจะหันไปมองรุ่นราคาถูก ก็อดกังวลไม่ได้ว่าจะ “เสียน้อยเสียยาก” ได้ของที่ไม่มีคุณภาพ หรือกรองอากาศได้ไม่จริงมาแทน

ข่าวดีก็คือ… เทคโนโลยีปี 2026 ก้าวกระโดดไปไกลกว่าที่เราคิดครับ! วันนี้เราไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อแลกกับอากาศดีเสมอไป เพราะ เครื่องฟอกอากาศราคาประหยัด ในงบ “หลักพัน” ได้ถูกอัปเกรดประสิทธิภาพให้สูงขึ้นเทียบเท่ารุ่นท็อปในอดีต ทั้งระบบเซนเซอร์อัจฉริยะและไส้กรองเกรดการแพทย์ ที่สามารถ กรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้อย่างอยู่หมัด วันนี้เราจึงคัดสรรรุ่นที่ “ฟังก์ชันครบ จบในงบประหยัด” มาให้คุณได้เลือก เพื่อความคุ้มค่าที่สุดทั้งสุขภาพและเงินในกระเป๋าครับ

สารบัญ

10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2026 ฟังก์ชันเกินราคา

1. Xiaomi Smart Air Purifier 6 / Elite / 4 compact / 4 Lite/ 4 Pro

Xiaomi Smart Air Purifier 6 / Elite / 4 compact / 4 Lite/ 4 Pro เครื่องฟอกอากาศ กำจัดฟอร์มาลดีไฮด์/PM2.5

4.9
฿ 2,859 ฿ 5,105
Shopee.co.th

หากพูดถึง เครื่องฟอกอากาศ ที่ครองใจมหาชนที่สุดในปี 2026 คงหนีไม่พ้น “จักรวาล Xiaomi” ที่ไม่ได้มีดีแค่ราคาถูก แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Smart Home ในบ้านเรา โดยรุ่นที่แนะนำนี้ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นเล็ก (Compact) ไปจนถึงรุ่นเรือธง (Elite/6) ซึ่งจุดร่วมที่ทำให้แบรนด์นี้ยืนหนึ่งคือ “ความฉลาดที่จับต้องได้”

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ Xiaomi สอบผ่านฉลุยในเรื่อง ประสิทธิภาพในการกรอง ด้วยไส้กรองแบบ 3-in-1 หรือ High Efficiency Filter ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง สามารถดักจับ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก อย่าง PM 2.5 ได้อยู่หมัด รวมถึงละอองเกสรและขนสัตว์ สิ่งที่น่าประทับใจคือระบบเซนเซอร์ Laser Particle Sensor (ในรุ่น Lite ขึ้นไป) ที่มีความไวสูงมากในการตรวจจับค่าฝุ่นแบบ Real-time ซึ่งในปี 2026 ความแม่นยำนี้สำคัญมากต่อการดูแลสุขภาพปอด

จุดตายที่ทำให้ Xiaomi กินขาดคู่แข่งในงบหลักพัน คือ Ecosystem ผ่านแอปพลิเคชัน Mi Home การควบคุมสั่งงานผ่านมือถือทำได้เสถียรที่สุดในตลาด คุณสามารถตั้งค่า Automation ให้เครื่องทำงานเองเมื่อค่าฝุ่นสูงเกินกำหนด หรือสั่งเปิดเครื่องล่วงหน้าก่อนถึงบ้าน ทำให้ห้องสะอาดรอเราอยู่เสมอ นอกจากนี้ อะไหล่ไส้กรองยังเป็นสิ่งที่ “หาง่ายที่สุดในประเทศไทย” ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คุณก็ยังหาไส้กรองเปลี่ยนได้ในราคาหลักร้อย ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของความคุ้มค่าระยะยาว

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • Smart App Control ขั้นเทพ: ควบคุมผ่านแอป Mi Home ได้ลื่นไหล ดูค่าอากาศย้อนหลัง ตั้งเวลาเปิด-ปิด และสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant หรือ Alexa ได้สมบูรณ์แบบ
  • High Precision Laser Sensor: เซนเซอร์เลเซอร์ตรวจจับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้ไวและแม่นยำ แสดงค่า PM 2.5 เป็นตัวเลขชัดเจนบนหน้าจอ OLED (ยกเว้นรุ่น Compact)
  • 360° Air Intake: ดีไซน์ช่องดูดอากาศรอบทิศทาง ทำให้ฟอกอากาศได้รวดเร็วและทั่วถึงทุกมุมห้อง ไม่ว่าจะวางไว้จุดไหน
  • Filter Variety: มีไส้กรองให้เลือกหลายเกรดตามความต้องการ ทั้งรุ่นสีเทา (มาตรฐาน), สีม่วง (ยับยั้งแบคทีเรีย), หรือสีเขียว (เน้นกลิ่นและฟอร์มาลดีไฮด์) ซึ่งหาซื้อง่ายมาก
  • Quiet Operation: โหมด Sleep ทำงานเงียบกริบ ปิดไฟหน้าจอได้ ไม่รบกวนการนอน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องนอนเด็กหรือผู้สูงอายุ

2. Hitachi รุ่น EP-TZ50WO

Hitachi ฮิตาชิ เครื่องฟอกอากาศ 48ตรม. แผ่นกรอง HEPA H13 รุ่น EP-TZ50WO

5.0
฿ 4,790
Shopee.co.th

สำหรับอันดับที่ 2 นี้ ทางทีมงาน PRICEDED.COM ขอยกให้เป็น “The Underrated King” หรือราชาที่หลายคนมองข้าม Hitachi รุ่น EP-TZ50WO คือตัวแทนของ เครื่องฟอกอากาศสัญชาติญี่ปุ่น ที่เน้นเรื่อง “Build Quality” หรือคุณภาพงานประกอบที่แข็งแรงทนทานตามมาตรฐาน Japan Standard ในราคาที่จับต้องได้ง่ายจนน่าตกใจ จุดที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นเกินหน้าเกินตาคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันคือ พื้นที่ครอบคลุมกว้าง ถึง 48 ตารางเมตร ซึ่งปกติสเปกนี้มักจะอยู่ในเครื่องราคาระดับ 6-7 พันบาทขึ้นไป ทำให้รองรับได้ทั้งห้องนอนขนาดใหญ่หรือห้องนั่งเล่นในคอนโดได้อย่างสบาย

ในด้านประสิทธิภาพการกรอง รุ่นนี้เลือกใช้ แผ่นกรอง HEPA H13 ซึ่งเป็นเกรดการแพทย์ สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% ทำให้การปราบฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 เป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่ทำงานได้ดีเยี่ยม เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือกังวลเรื่องกลิ่นอับ แม้หน้าตาอาจจะดูเรียบง่ายสไตล์มินิมอลและไม่ได้เน้นฟังก์ชัน IoT หวือหวาเหมือนแบรนด์จีน แต่ถ้าคุณเน้น “เนื้อแท้” ของการฟอกอากาศที่เสถียรและทนทาน รุ่นนี้คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2026 ครับ

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • ระบบกรอง 3 ขั้นตอน: Pre-filter (ฝุ่นหยาบ), HEPA H13 (PM 2.5/สารก่อภูมิแพ้), และ Carbon Filter (กลิ่น)
  • Coverage Area: รองรับพื้นที่ใช้งานสูงสุด 48 ตร.ม. (ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างที่สุดในกลุ่มสินค้าราคาประหยัด)
  • โหมดการทำงาน: มี โหมดเงียบ (Silent Mode) ที่เสียงเบามาก เหมาะสำหรับการนอนหลับ และโหมด Max สำหรับการฟอกเร่งด่วน
  • การควบคุม: ควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรล ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ใหญ่หรือคนที่ไม่ถนัดใช้แอปพลิเคชัน
  • Sensor: มีเซนเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศที่แม่นยำ พร้อมไฟแสดงสถานะ

3. SMARTHOME รุ่น SM-APD100

SMARTHOME เครื่องฟอกอากาศ กรองPM2.5 ไส้กรองHEPA 13 รับประกัน 3 ปี ตั้งเวลาได้ 1-15 ชั่วโมง รุ่น SM-APD100

4.8
฿ 2,390 ฿ 4,979
Shopee.co.th

มาถึงอันดับที่ 3 กับแบรนด์ที่คนไทยคุ้นหูกันดีอย่าง SMARTHOME รุ่น SM-APD100 ซึ่งทาง PRICEDED.COM ขอยกตำแหน่ง “Best Budget Warranty” หรือความคุ้มค่าด้านการรับประกันให้รุ่นนี้ไปครองแบบไร้คู่แข่ง ในขณะที่แบรนด์ส่วนใหญ่ในตลาดให้ประกันเพียง 1 ปี แต่รุ่นนี้กล้าให้ รับประกันนานถึง 3 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในความทนทานของมอเตอร์ได้เป็นอย่างดี

แม้จะเป็น เครื่องฟอกอากาศราคาประหยัด ที่ค่าตัวย่อมเยาที่สุดในลิสต์ (ประมาณ 2 พันบาทต้นๆ) แต่ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยตามราคา เพราะหัวใจหลักอย่างระบบกรองอากาศนั้นเลือกใช้ ไส้กรองเกรดการแพทย์ (HEPA H13) ที่สามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้จริงและมีประสิทธิภาพสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็น เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน หรือห้องขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ดีไซน์ตัวเครื่องมีความกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย และฟังก์ชันการใช้งานถูกออกแบบมาให้ “User Friendly” คือเน้นความง่าย ไม่ซับซ้อน ผู้สูงอายุก็สามารถกดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้แอปพลิเคชัน ถือเป็นตัวเลือกที่ “ประหยัดและอุ่นใจ” ที่สุดในปี 2026 ครับ

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • Superior Warranty: จุดเด่นที่สุดคือการ รับประกันมอเตอร์นาน 3 ปี ช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายใจในระยะยาว
  • HEPA H13 Filter: ใช้แผ่นกรองอากาศเกรดสูง กรองฝุ่นละเอียด PM 2.5, ควัน, และสารก่อภูมิแพ้ได้ 99.97%
  • Smart Timer: ฟังก์ชันตั้งเวลาปิดอัตโนมัติได้ละเอียดตั้งแต่ 1-15 ชั่วโมง เหมาะมากสำหรับการตั้งเวลาก่อนนอนเพื่อประหยัดไฟ
  • Touch Screen Display: หน้าจอสัมผัสแสดงสถานะการทำงานชัดเจน ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้ว
  • Compact Design: ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่จัดวาง เหมาะกับคอนโดหรือหอพัก

4. Simplus x PP Krit AirCare A4

[PM2.5]Simplus x PP Krit AirCareA4 เครื่องฟอกอากาศ HEPA H13 CADR 330m³/ชม. ควบคุมผ่านแอป โหมดอัตโนมัติอัจฉริยะ KQJH007

4.9
฿ 3,199 ฿ 6,954
Shopee.co.th

ถ้าคุณกำลังมองหา เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในปี 2026 ทั้งเรื่องดีไซน์และเทคโนโลยี Simplus x PP Krit AirCare A4 (รุ่น KQJH007) คือผู้ท้าชิงที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้ ทาง PRICEDED.COM ขอมอบฉายา “The Smart Speedster” ให้กับรุ่นนี้ เพราะจุดเด่นที่ทำเอาคู่แข่งต้องหันมามองคือค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) ที่สูงถึง 330 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าทำลมได้แรงและ กรองฝุ่นรวดเร็ว มากเมื่อเทียบกับเครื่องอื่นในเรตราคาเดียวกัน นั่นหมายความว่ามันสามารถเปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศดีในห้องได้ในเวลาอันสั้น

นอกจากเรื่องความแรงแล้ว รุ่นนี้ยังมาพร้อมความเป็น Smart Home เต็มรูปแบบ คุณสามารถ ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน บนมือถือได้ ไม่ว่าจะเปิด-ปิด ปรับโหมด หรือเช็คค่าฝุ่นก็ทำได้จากทุกที่ แถมยังมีระบบ Intelligent Auto Mode ที่ปรับความแรงลมตามปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในขณะนั้นแบบเรียลไทม์ ภายใต้รูปลักษณ์ ดีไซน์มินิมอล ที่วางตรงไหนของบ้านก็ดูดี ไม่ขัดตา ใครที่ต้องการความสะดวกสบายแบบครบวงจรในงบที่จ่ายไหว รุ่นนี้คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ครับ

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • High Performance CADR: ค่าการผลิตอากาศบริสุทธิ์สูงถึง 330 m³/h สามารถฟอกอากาศในห้องขนาดกลางได้รวดเร็วกว่ารุ่นทั่วไปในท้องตลาด
  • Smart App Control: รองรับการเชื่อมต่อ WiFi สั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้ 100% ตอบโจทย์วิถีชีวิต Smart Life
  • HEPA H13 Filter: ใช้ไส้กรองเกรดมาตรฐานสูง มั่นใจได้เรื่องการดักจับฝุ่น PM 2.5 และสารก่อภูมิแพ้
  • Intelligent Auto Sensor: เซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นแม่นยำ ปรับระดับแรงลมเองอัตโนมัติ ช่วยประหยัดไฟและยืดอายุไส้กรอง
  • Sleep Mode: ทำงานเงียบสนิทในโหมดกลางคืน ไม่รบกวนการพักผ่อน พร้อมปิดไฟหน้าจออัตโนมัติ

5. Philips AC0920/10

Philips AC0920/10 เครื่องฟอก อากาศ Air Purifier สำหรับห้องไม่เกิน 65 ตรม. CADR 250 ลบ.ม./ชม. รับประกัน 2 ปี

4.9
฿ 3,890 ฿ 4,987
Shopee.co.th

มาถึงอันดับที่ 5 กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ทุกคนให้ความไว้วางใจ Philips AC0920/10 ทาง PRICEDED.COM ขอมอบนิยามให้รุ่นนี้ว่าเป็น “The Reliable Giant” หรือยักษ์ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพราะในบรรดาเครื่องฟอกอากาศช่วงราคา 4,000 บาท นี่คือรุ่นที่รองรับ พื้นที่ห้องขนาดใหญ่ ได้สูงสุดถึง 65 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ากว้างมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องโถงชั้นล่างของบ้าน หรือคอนโดมิเนียมแบบ Studio Room ที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกัน

สิ่งที่ทำให้ Philips แตกต่างจากแบรนด์หน้าใหม่คือ “มาตรฐานความปลอดภัย” และเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะอย่าง AeraSense ซึ่งมีความไวและความแม่นยำระดับมืออาชีพในการตรวจจับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก แม้ว่ารุ่นนี้อาจจะไม่ได้เน้นลูกเล่นหวือหวาแบบ Smart Home จ๋าๆ แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพการกรองอากาศ ที่เชื่อถือได้ การไหลเวียนของอากาศที่ผ่านการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ และความทนทานของตัวเครื่องที่ใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุกจิก นี่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพปอดที่คุ้มค่าที่สุดแบรนด์หนึ่งในปี 2026 ครับ

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • Massive Coverage: รองรับพื้นที่ใช้งานสูงสุดถึง 65 ตร.ม. (โดดเด่นที่สุดในกลุ่มราคานี้ สำหรับคนที่มีห้องกว้าง)
  • AeraSense Technology: เซนเซอร์อัจฉริยะลิขสิทธิ์เฉพาะของ Philips ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของอนุภาคในอากาศได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าเซนเซอร์อินฟราเรดทั่วไป
  • Real-time Feedback: แสดงคุณภาพอากาศด้วยวงแหวนสี 4 ระดับ (ฟ้า-แดง) ดูง่าย เข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินไปเพ่งมองตัวเลข
  • Ultra-Quiet Sleep Mode: ทำงานเงียบเชียบในโหมดพักผ่อน พร้อมหรี่ไฟหน้าจออัตโนมัติ ไม่รบกวนการนอน
  • Energy Efficient: กินไฟต่ำมากแม้เปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ประหยัดค่าไฟได้ดีเยี่ยม

6. Hatari Air Purifier

Hatari Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ สำหรับห้องขนาด 20-32 ตรม

4.9
฿ 2,988 ฿ 3,434
Shopee.co.th

หากจะพูดถึงแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจที่สุดในเรื่อง “ลม” คงหนีไม่พ้น Hatari และสำหรับเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ ทาง PRICEDED.COM ขอยกให้เป็น “King of Maintenance” หรือแชมป์เปี้ยนด้านการดูแลรักษาที่ง่ายดายที่สุด จุดเด่นที่ไม่มีแบรนด์ต่างชาติหน้าไหนสู้ได้คือ ความอุ่นใจเรื่องอะไหล่ และศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย ปัญหาโลกแตกอย่าง “ไส้กรองหมดแล้วหาซื้อไม่ได้” จะไม่เกิดขึ้นกับรุ่นนี้ เพราะ แผ่นกรองอากาศ ของฮาตารินั้นราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายมากตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ในแง่ประสิทธิภาพ รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ การใช้งานจริงในบ้าน โดยเฉพาะ ด้วยมอเตอร์ที่ทนทาน (ตามมาตรฐานพัดลมฮาตาริ) รองรับพื้นที่ 20-32 ตารางเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับห้องนอนมาตรฐานหรือห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก ระบบการกรองใช้แผ่นกรอง HEPA ที่ได้มาตรฐาน กรอง ฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมั่นใจ แม้จะไม่มีแอปพลิเคชันหรูหรา แต่ทดแทนด้วย รีโมทคอนโทรล ที่ใช้งานสะดวก เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการ เครื่องฟอกอากาศที่ทนทาน ซื้อครั้งเดียวจบ ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในระยะยาว

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • Easy Maintenance: ยืนหนึ่งเรื่องความง่ายในการหาซื้อไส้กรองเปลี่ยน ราคาประหยัด และศูนย์ซ่อมที่วางใจได้
  • Standard HEPA Filter: ประสิทธิภาพการกรองสูง ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก เชื้อโรค และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ครบถ้วน
  • Suction Power: พลังดูดอากาศแรงด้วยมอเตอร์คุณภาพสูงจากฮาตาริ ช่วยหมุนเวียนอากาศในห้องให้สะอาดได้ไว
  • Convenient Control: สั่งงานง่ายผ่านระบบสัมผัสบนตัวเครื่อง หรือใช้รีโมทคอนโทรลระยะไกล
  • Safety System: มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เทอร์มอล ฟิวส์ (Thermal Fuse) มั่นใจความปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก.

7. Bwell รุ่น AP-M1536S

Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 45 ตรม. 3 ขั้นตอน รุ่น AP-M1536S

4.9
฿ 2,990 ฿ 6,953
Shopee.co.th

สำหรับ Bwell รุ่น AP-M1536S นั้น ถือเป็น เครื่องฟอกอากาศ ไซส์กะทัดรัดที่ “จิ๋วแต่แจ๋ว” และได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ที่เป็น ภูมิแพ้ หรือผู้ที่ต้องการดูแลอากาศใน ห้องนอน หรือคอนโดมิเนียมขนาดเริ่มต้น (ครอบคลุมพื้นที่ 10-30 ตร.ม.) จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้เหนือกว่าคู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียงกันคือ ระบบกรองอากาศ 7 ขั้นตอน (7-Stage Filtration) ซึ่งปกติมักจะพบในรุ่นเรือธงราคาสูงเท่านั้น การทำงานผสานกันระหว่าง แผ่นกรอง HEPA เกรดการแพทย์และ Carbon เพื่อดักจับฝุ่น PM2.5 และดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ได้อย่างหมดจด ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี UV-C และระบบไอออน (Ionizer) ที่ช่วย ฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรียในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่าอากาศที่ปล่อยออกมานั้นบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่กรองฝุ่นเพียงอย่างเดียว ดีไซน์ตัวเครื่องมีความทันสมัย ควบคุมง่ายด้วยระบบสัมผัส และมีเสียงการทำงานที่เงียบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนครับ

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • ระบบฟอกอากาศ 7 ขั้นตอน (Complete Air Purification): โดดเด่นที่สุดในคลาส ด้วยการรวม Pre-filter, HEPA, Charcoal, Zeolite, Titanium Dioxide, UV-C และ Ionizer ไว้ในเครื่องเดียว เพื่อการกรองทั้งอนุภาค กลิ่น ก๊าซพิษ และเชื้อโรค
  • Double Virus Protection: มั่นใจสองต่อด้วยรังสี UV-C ที่ช่วยทำลายโครงสร้างเชื้อโรค และระบบ PCO (Photocatalytic Oxidation) ที่ทำงานร่วมกันเพื่อกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  • Pollution Sensor & Auto Mode: มีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศที่แม่นยำ พร้อมแสดงผลด้วยไฟ LED เปลี่ยนสีตามค่าฝุ่น และสามารถปรับความแรงลมได้อัตโนมัติเมื่อเจอฝุ่นละอองหนาแน่น
  • Sleep Mode: โหมดสำหรับการนอนหลับที่ปิดไฟแสดงผลและลดระดับเสียงพัดลมให้เบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อน แต่ยังคงประสิทธิภาพการกรองอากาศต่อเนื่อง
  • CADR (Clean Air Delivery Rate): มีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ที่เหมาะสมกับห้องขนาดเล็กถึงปานกลาง ทำให้อากาศหมุนเวียนได้ทั่วถึงและรวดเร็ว

8. Electrolux UltimateHome 300 รุ่น EP32-26UGA

Electrolux เครื่องฟอกอากาศ พร้อมตัวกรอง 5 ขั้นตอน สำหรับห้องขนาด 29 ตร.ม. UltimateHome 300 รุ่น EP32-26UGA

4.8
฿ 4,771 ฿ 6,117
Shopee.co.th

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา เครื่องฟอกอากาศ Electrolux ไซส์กะทัดรัดแต่ประสิทธิภาพสูง รุ่น UltimateHome 300 (EP32-26UGA) ถือเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่คุ้มค่ามากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดปัจจุบัน จุดเด่นที่สัมผัสได้ทันทีคือดีไซน์ทรงกระบอกที่ทันสมัย ประหยัดพื้นที่จัดวาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องนอนหรือคอนโดมิเนียมที่มี พื้นที่ครอบคลุม 26 ตร.ม. แม้ตัวเครื่องจะเล็ก แต่มาพร้อมกับ ระบบหมุนเวียนอากาศแบบเกลียว (Spiral Outlet) ที่ช่วยส่งลมสะอาดให้กระจายทั่วห้องได้อย่างรวดเร็ว

ในด้านประสิทธิภาพการฟอกอากาศ รุ่นนี้ใช้ระบบการกรอง 4 ขั้นตอน ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ไส้กรอง HEPA 13 ที่สามารถ กำจัดฝุ่น PM2.5 รวมถึงอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้สูงถึง 99.99% ช่วย ลดสารก่อภูมิแพ้ และแบคทีเรียได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีชั้นกรองคาร์บอนที่ช่วยดูดซับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้งานจริงถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศที่แม่นยำ แสดงผลผ่านไฟ LED และเมื่อเปิด โหมด Sleep เงียบสนิท เสียงการทำงานจะเบามาก ไม่รบกวนการพักผ่อน ทำให้เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ครบเครื่องทั้งฟังก์ชั่นและดีไซน์ในงบประมาณที่เข้าถึงได้

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • ระบบกรอง 4 ขั้นตอน (4-Step Filtration): ประสิทธิภาพสูงด้วย Pre-filter, Antibacterial, ไส้กรอง HEPA 13 และ Activated Carbon ช่วยกรองฝุ่นละเอียดและเชื้อโรคได้อย่างหมดจด
  • เทคโนโลยี Spiral Outlet: ช่องปล่อยลมด้านบนแบบเกลียว ช่วยสร้างทิศทางลมหมุนวน ทำให้ส่งอากาศบริสุทธิ์ได้ไกลและทั่วถึงทุกมุมห้อง
  • เซ็นเซอร์อัจฉริยะ (Smart Sensors): ตรวจจับระดับฝุ่นละอองแบบเรียลไทม์ พร้อมปรับระดับความแรงลมให้อัตโนมัติ (Auto Mode) เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในขณะนั้น
  • การทำงานที่เงียบกริบ: ในโหมด Sleep ระดับเสียงจะลดลงต่ำสุด ช่วยให้คุณนอนหลับสบายพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ตลอดคืน
  • ดีไซน์ User-Friendly: หน้าจอระบบสัมผัสใช้งานง่าย พร้อมไฟแสดงสถานะคุณภาพอากาศ 4 สี ที่มองเห็นได้ชัดเจน

9. SHARP Air Purifier รุ่น FP-S40B / FP-S42B

SHARP Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ พลาสม่าคลัสเตอร์ รุ่น FP-S40B-T ,FP-S40B-W ,FP-S42B-L ขนาด 30 ตร.ม

4.9
฿ 7,490 ฿ 9,603
Shopee.co.th

สำหรับ SHARP FP-S40B และ FP-S42B นั้นจัดเป็นโมเดลที่เข้ามารับช่วงต่อเพื่อยกระดับมาตรฐานของ เครื่องฟอกอากาศ SHARP ในกลุ่ม Compact Series ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยจุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองคือการผสานเทคโนโลยีฟอกอากาศแบบ “Dual Action” ที่ทำงานร่วมกันระหว่างระบบ Plasmacluster (พลาสม่าคลัสเตอร์) ความเข้มข้น 7,000 ไอออน ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะที่ช่วย กำจัดเชื้อโรค ไวรัส และเชื้อราในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้ากับระบบการกรองเชิงกลผ่าน แผ่นกรอง HEPA ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ได้ละเอียดถึง 0.3 ไมครอน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ดีไซน์ของซีรีส์ S นี้ถูกปรับปรุงให้ดูทันสมัยและมินิมอลมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (เช่น FP-J30) พร้อมทั้งออกแบบระบบไหลเวียนอากาศ (Airflow) แบบ Coanda Effect ที่ช่วยส่งลมไกลและดูดกลับฝุ่นละอองเข้าสู่เครื่องได้อย่างรวดเร็ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ห้องขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร เช่น ห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นที่แม่นยำ ช่วยปรับการทำงานของพัดลมโดยอัตโนมัติ ทำให้จัดการกับ กลิ่นอับ และมลภาวะในบ้านได้อย่างไร้กังวล

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้ :

  • เทคโนโลยี Plasmacluster Ion: ปล่อยประจุบวกและลบเพื่อยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ รวมถึงช่วยลดไฟฟ้าสถิต
  • ระบบกรองอากาศ 3 ขั้นตอน: ประกอบด้วยแผ่นกรองชั้นแรก (Pre-filter), แผ่นกรองกลิ่น (Deodorizing Filter) และ แผ่นกรอง HEPA ประสิทธิภาพสูง
  • Coanda Airflow System: ระบบการหมุนเวียนอากาศที่ออกแบบให้ลมกระจายไปทั่วห้อง และดูดฝุ่นกลับเข้ามายังเครื่องได้อย่างรวดเร็ว แม้ตั้งวางชิดผนัง
  • Smart Dust Sensor: เซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นละอองพร้อมไฟแสดงสถานะคุณภาพอากาศ และระบบ Auto Mode ที่ปรับความแรงลมตามปริมาณฝุ่นจริง
  • Sleep Mode: โหมดการทำงานเงียบสนิท ปิดไฟแสดงสถานะ เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อน เหมาะสำหรับใช้งานในห้องนอน
  • พื้นที่ครอบคลุม: รองรับพื้นที่ได้ประมาณ 30 ตร.ม. (สำหรับรุ่น FP-S40B) ซึ่งเพียงพอสำหรับคอนโดมิเนียมหรือห้องนอนมาตรฐาน

10. Levoit Core Mini Air Purifier

Levoit Core Mini Air Purifier PM2.5 เครื่องฟอกอากาศ levoit mini กรองอากาศ ประกัน 2 ปี

4.9
฿ 1,799 ฿ 2,998
Shopee.co.th

Levoit Core Mini ถือเป็น เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในคอนโด หอพัก หรือต้องการวางบน โต๊ะทำงาน ได้อย่างลงตัวที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดขณะนี้ แม้จะมีขนาดกะทัดรัดแต่น่าประทับใจด้วยประสิทธิภาพการกรองผ่าน ไส้กรอง 3 ชั้น (3-Stage Filtration) ซึ่งประกอบด้วย Pre-Filter, HEPA Filter, และ Activated Carbon Filter ทำให้สามารถดักจับ ฝุ่น PM2.5 สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็น “Killer Feature” ของรุ่นนี้คือการผสานฟังก์ชั่น Aromatherapy เข้ามา ผู้ใช้สามารถหยดน้ำมันหอมระเหยลงบนแผ่น Aroma Pad เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายขณะทำงานหรือนอนหลับได้ทันที ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยี VortexAir™ ที่ช่วยกระจายลมบริสุทธิ์ได้ทั่วถึง 360 องศา อีกทั้งยังมีระดับเสียงที่เงียบเชียบเพียง 25dB ด้วยเทคโนโลยี QuietKEAP™ ทำให้ไม่รบกวนการพักผ่อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้และต้องการอากาศสะอาดในพื้นที่ส่วนตัว (Personal Space) ครับ

ฟังก์ชั่นเด่นของรุ่นนี้

  • ระบบกรอง 3 ขั้นตอน (3-Stage Filtration): มาพร้อมไส้กรอง True HEPA ที่ดักจับอนุภาคขนาดเล็กและ ฝุ่น PM2.5 ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมชั้นคาร์บอนช่วยดูดซับกลิ่นสัตว์เลี้ยงและกลิ่นอาหาร
  • VortexAir™ Technology: นวัตกรรมเฉพาะของ Levoit ที่ช่วยสร้างกระแสลมหมุนวน เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศภายในห้องขนาดเล็กให้ทั่วถึงและรวดเร็ว
  • ฟังก์ชั่น Aromatherapy: รองรับการใส่น้ำมันหอมระเหย (Essential Oils) เพื่อสร้างกลิ่นหอมผ่อนคลาย เปลี่ยนห้องธรรมดาให้เป็นสปาขนาดย่อมได้ในตัว
  • QuietKEAP™ Technology: การทำงานที่ เสียงเงียบ พิเศษ เริ่มต้นเพียง 25 เดซิเบล เหมาะสำหรับการเปิดใช้งานใน ห้องนอน ตลอดคืนโดยไม่รบกวนการนอนหลับ
  • ดีไซน์กะทัดรัด (Compact Design): น้ำหนักเบาเพียง 1 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายง่าย และประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะสำหรับวางบนโต๊ะข้างเตียงหรือโต๊ะคอมพิวเตอร์

ตารางเปรียบเทียบ เครื่องฟอกอากาศรุ่นไหนคุ้มสุด ปี 2026

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทีมงาน PRICEDED.COM ได้สรุปข้อมูลสเปกที่สำคัญ ทั้งค่า CADR (อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์), ขนาดพื้นที่ที่รองรับ และจุดเด่นของแต่ละรุ่นมาไว้ในตารางนี้ครับ

ลำดับชื่อรุ่นค่า CADR (ลบ.ม./ชม.)ขนาดห้อง (ตร.ม.)จุดเด่น / บทสรุป (Verdict)
1Xiaomi Smart Air Purifier (Series)360-500*43-60*🏆 PRICEDED Recommend
ราชา Smart Home ฟังก์ชันครบ เชื่อมแอปฯ เสถียรที่สุดในตลาด
2Hitachi รุ่น EP-TZ50WOไม่ระบุ48Japan Quality งานประกอบดีเยี่ยม แผ่นกรอง HEPA H13 รองรับห้องกว้าง
3SMARTHOME รุ่น SM-APD100ไม่ระบุ20-30 (โดยประมาณ)💰 Best Budget
คุ้มสุดในงบประหยัด ได้ประกันยาว 3 ปี + ไส้กรองเกรดการแพทย์
4Simplus x PP Krit AirCare A433025-40Best Value Spec ลมแรง กรองไว สั่งงานผ่านมือถือได้ ในราคามิตรภาพ
5Philips AC0920/10250สูงสุด 65Trust Choice แบรนด์ยุโรป เซนเซอร์แม่นยำ รองรับห้องโถงใหญ่ได้ดี
6Hatari Air Purifierไม่ระบุ20-32Easy Care อะไหล่หาง่ายที่สุดในไทย ทนทาน ซ่อมง่าย ไม่จุกจิก
7Bwell รุ่น AP-M1536Sไม่ระบุ45Large Room Saver ตัวเลือกราคาดีสำหรับห้องขนาดกลาง-ใหญ่
8Electrolux UltimateHome 300ไม่ระบุ29Design & Style ดีไซน์สวย ระบบกรอง 5 ขั้นตอน เหมาะกับห้องคอนโด
9SHARP รุ่น FP-S40B / S42Bไม่ระบุ30Premium Health มีระบบ Plasmacluster ฆ่าเชื้อโรค เหนือกว่าแค่กรองฝุ่น
10Levoit Core Mini7817Best for Desktop เล็กกะทัดรัด สำหรับวางบนโต๊ะหรือหัวเตียง

*หมายเหตุ: ค่า CADR และขนาดห้องของ Xiaomi ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยที่เลือก (4 Lite, 4 Pro ฯลฯ)

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศ ปี 2026 ให้คุ้มเงินทุกบาท

การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีนี้ ไม่ใช่แค่ดูที่ราคาถูกที่สุด แต่ต้องดูที่ “ความเหมาะสม” กับการใช้งานจริงครับ เพื่อให้เงินทุกบาทที่คุณจ่ายไป แลกมาด้วยสุขภาพปอดที่ดีขึ้นจริงๆ นี่คือคู่มือฉบับรวบรัดจากผู้เชี่ยวชาญของ PRICEDED.COM ที่จะช่วยให้คุณอ่านสเปกเป็นภายใน 3 นาทีครับ

ค่า CADR คืออะไร? ยิ่งเยอะยิ่งดีจริงไหม?

CADR (Clean Air Delivery Rate) คือหัวใจสำคัญที่สุด มันคือตัวเลขที่บอกว่าเครื่องนี้สามารถ “ผลิตอากาศบริสุทธิ์ได้เร็วแค่ไหน” ใน 1 นาที หรือ 1 ชั่วโมง

  • ยิ่งเยอะยิ่งดีจริงไหม?: คำตอบคือ “จริง แต่ต้องดูความจำเป็น” ครับ
    • ถ้าค่า CADR สูง = เครื่องฟอกอากาศได้ไว เหมาะกับห้องใหญ่ แต่ราคามักจะแพงและเครื่องใหญ่อาจเกะกะ
    • ถ้าค่า CADR น้อย = ฟอกได้ช้า ถ้าเอาไปใช้ในห้องใหญ่เกินตัว เครื่องจะทำงานหนักตลอดเวลาและกรองฝุ่นไม่ทัน
  • วิธีเลือก: ให้ดู พื้นที่ครอบคลุม (Coverage Area) ที่ระบุไว้ข้างกล่อง แต่ทางที่ดีควรเลือกเผื่อไว้หน่อยครับ เช่น ห้องนอน 20 ตร.ม. ควรเลือกเครื่องที่รองรับ 30 ตร.ม. ขึ้นไป เพื่อให้เครื่องไม่ต้องเร่งรอบสูงสุดตลอดเวลา ช่วยยืดอายุการใช้งานได้ครับ

ไส้กรอง HEPA ต้องเกรดไหนถึงเอาอยู่?

ปี 2026 นี้ ลืมคำว่า HEPA ธรรมดาไปได้เลยครับ เพราะฝุ่นละอองและเชื้อโรคมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด

  • มาตรฐานที่แนะนำ: ต้องเป็น HEPA H13 (Medical Grade) ขึ้นไปครับ ซึ่งเป็นเกรดมาตรฐานที่โรงพยาบาลใช้ สามารถกรอง ฝุ่น PM 2.5, แบคทีเรีย, และ เชื้อไวรัส บางชนิดได้ถึง 99.97%
  • HEPA H14 ดีไหม?: ดีกว่า H13 ครับ กรองได้ละเอียดกว่า แต่ราคาจะสูงมากและอาจทำให้ลมผ่านได้ยาก เครื่องต้องใช้มอเตอร์แรงขึ้น กินไฟขึ้น สำหรับบ้านทั่วไป H13 ถือว่าเพียงพอและคุ้มค่าที่สุดแล้วครับ
  • ข้อควรระวัง: อย่าลืมเช็คราคา เปลี่ยนไส้กรอง ก่อนซื้อตัวเครื่องด้วยนะครับ บางรุ่นเครื่องถูกแต่อะไหล่ไส้กรองแพงมาก อาจไม่คุ้มในระยะยาว

ฟังก์ชันเสริมที่ “ต้องมี” vs “มีก็ดี”

เพื่อให้คุณประหยัดงบได้มากที่สุด เรามาแยกแยะกันครับว่าฟีเจอร์ไหนจำเป็นจริงๆ

  • ต้องมี (Must Have):
    • เซนเซอร์วัดค่าฝุ่น (Dust Sensor): จำเป็นมาก เพื่อให้เครื่องทำงานระบบ Auto ได้ (เจอฝุ่นเร่งเอง ฝุ่นหายเบาเอง) ช่วยประหยัดไฟ
    • ระดับเสียงรบกวน (dB): โดยเฉพาะโหมด Sleep ไม่ควรเกิน 30 dB เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ
    • ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: เพราะเราต้องเปิดใช้งานวันละหลายชั่วโมง เรื่องค่าไฟจึงสำคัญครับ
  • มีก็ดี (Nice to Have):
    • แอปพลิเคชัน (WiFi): สะดวกในการสั่งงานจากนอกบ้าน หรือดูค่าฝุ่นย้อนหลัง แต่ถ้าคุณอยู่บ้านเป็นประจำ รีโมทหรือปุ่มกดก็เพียงพอแล้วครับ
    • แสง UV / ประจุไอออน: ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้าไส้กรองเป็น HEPA H13 อยู่แล้ว ฟีเจอร์นี้ถือเป็น Option เสริมที่ถ้ามีงบเหลือก็จัดได้ครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องฟอกอากาศ (FAQ)

สรุป เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี? ฟันธงรุ่นที่เหมาะกับคุณในปี 2026

มาถึงตรงนี้ ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกดใส่ตะกร้ารุ่นไหนดี ทางทีมงาน PRICEDED.COM ขอสรุป “ฟันธง” ให้ตามไลฟ์สไตล์การใช้งานของคุณ เพื่อให้ได้รุ่นที่ตรงใจที่สุดครับ

  • สาย Smart Home ชอบความล้ำ (แนะนำที่สุด): ไปที่ Xiaomi Smart Air Purifier (ซีรีส์ 4 Lite/Pro) หรือ Simplus x PP Krit สองตัวนี้คือที่สุดของความครบเครื่อง สั่งงานผ่านมือถือได้ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
  • สายคุ้มค่า เน้นประกันยาว: ต้อง SMARTHOME รุ่น SM-APD100 เท่านั้น รับประกัน 3 ปี จ่ายเงิน 2 พันต้นๆ แล้วจบ สบายใจหายห่วง
  • สายคุณภาพญี่ปุ่น ทนทาน: เลือก Hitachi รุ่น EP-TZ50WO หรือ Hatari ถ้าคุณเน้นซื้อครั้งเดียวใช้ยาวๆ หาอะไหล่และศูนย์ซ่อมง่าย ไม่จุกจิก
  • สายพื้นที่เยอะ ห้องโถงกว้าง: Philips AC0920/10 หรือ Hitachi เอาอยู่ในพื้นที่ 48-65 ตร.ม. ได้สบายๆ ลมแรงทั่วถึง

💡 ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: เครื่องฟอกอากาศที่ดีที่สุด คือเครื่องที่ได้รับการดูแลครับ อย่าลืมถอดหน้ากาก (Pre-filter) ออกมาดูดฝุ่นทุกๆ 2-4 สัปดาห์ และ เปลี่ยนไส้กรอง HEPA ทุกๆ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของฝุ่น) เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและช่วยประหยัดไฟครับ


🛒 เช็คราคาล่าสุดและโปรโมชั่นพิเศษ

ราคาเครื่องฟอกอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นรายวัน โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญลดราคา คุณสามารถเช็คราคาอัปเดตล่าสุดได้ที่ลิงก์ด้านล่างครับ

👉 เช็คราคาเครื่องฟอกอากาศทุกรุ่นที่ Shopee


บทความที่คุณอาจสนใจ:


หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณได้เครื่องฟอกอากาศที่ถูกใจ และขอให้คุณและครอบครัวมีสุขภาพปอดที่แข็งแรง สูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดในทุกๆ วันครับ!

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →